
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาฯ อีกสองคน ก็ชัดเจนลงตัวแล้ว โดยประธานสภาฯ คือ โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์หลายสมัย สายตรงเนวิน ชิดชอบ ส่วนรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่งคือ นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม สส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ส่วนรองประธานสภาฯ คนที่สอง โควตาพรรคเพื่อไทย ทางพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อ เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย 3 สมัย หลังพรรคภูมิใจไทยมีมติดันโสภณนั่งประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ สื่อมวลชนถามโสภณว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าประธานวุฒิสภาก็เป็นคนบุรีรัมย์ และประธานสภาผู้แทนราษฎรก็เป็นคนบุรีรัมย์อีก เรื่องนี้ โสภณ ตอบว่า ไม่เกี่ยวกัน ผมไม่เกี่ยวข้องกับประธานวุฒิสภา เพราะเป็นเรื่องการทำงานของวุฒิสภา
แต่ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ถ้าไม่ได้เสียงข้างมาก ก็ไม่มีโอกาสได้รับการเสนอชื่อ ส่วนถ้าจะไปบังเอิญตรงกัน เราไม่สามารถกำหนดได้ ว่าคนบุรีรัมย์แล้วจะเป็นไม่ได้ แต่ถ้าผมไม่เหมาะสมแบบนั้นโอเค ถ้าผมเป็น สส.บุรีรัมย์แล้วไม่เหมาะสมด้วยคุณสมบัติหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็เป็นเรื่องของสังคมต้องมอง แต่ถ้าพรรคเห็นว่าเหมาะสม เข้าไปแล้วทำงานได้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ขอให้พิสูจน์กันตอนทำงาน สื่อถามต่อไปว่า เกิดคำถามว่าจะเป็นการกินรวบระหว่างสภาสูงกับสภาล่าง เรื่องนี้ ว่าที่ประธานสภาฯ-โสภณ ระบุว่า กินรวบหรือไม่กินรวบอยู่ที่การทำงาน จะต่างจังหวัดต่างอะไรถ้าทำงานแบบกินรวบก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน ดังนั้น ทุกอย่างอยู่ที่การทำงาน และต้องพิสูจน์ด้วยการทำงานเท่านั้น..สุดท้ายก็คงต้องให้เวลาพิสูจน์การทำงานของประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ อีกสองคน ว่าจะทำหน้าที่ได้อย่างเป็นกลาง และมีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยด่านทดสอบแรกสำหรับ “โสภณ” ก็คือ การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา ที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นช่วงก่อนหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ และฝ่ายค้านและ สว.คงขอเวลาอภิปรายประมาณ 3 วัน ที่ก็ต้องดูว่า โสภณ ในฐานะประธานรัฐสภา จะคุมเกมในห้องประชุมร่วมรัฐสภาไหวหรือไม่
..และอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนจับตามอง หลังพรรคภูมิใจไทยขึ้นมาคุมอำนาจรัฐ ก็คือ คดีฮั้ว สว. ที่ก่อนหน้านี้โยงถึงพรรคสีน้ำเงิน สุดท้ายผลการพิจารณาของทั้งสำนักงาน กกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่เงียบหายไปหลายเดือนจะเป็นอย่างไร ล่าสุดมีรายงานว่าคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ได้พิจารณาสำนวนการสอบทุจริตฮั้วการเลือก สว. ของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่มีการกล่าวหาผู้กระทำความผิดจำนวน 229 ราย ประกอบด้วย สมาชิกวุฒิสภา 138 ราย และสมาชิกพรรคการเมือง รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 91 ราย โดยที่ประชุมมีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ไม่มีมูลความผิด ขณะที่เสียงข้างน้อย 2 เสียงเห็นควรชี้มูลบุคคล รวม 134 คน โดยอยู่ในกลุ่ม 138 สว. และอยู่ระหว่างการจัดทำความเห็นเพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาต่อไป โดยกรณีดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการของคณะอนุกรรมการชี้ขาด คณะที่ 36 ยังไม่มีการสรุปสำนวนส่งมายังสำนักงาน กกต. และยังไม่ได้ส่งเรื่องเข้าสู่การบรรจุระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งจะมีการประชุมประจำสัปดาห์ในทุกวันจันทร์และวันอังคาร เมื่อสรุปสำนวนส่งมาแล้วก็จะต้องใช้ระยะเวลา 7 วันในการบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม กกต. คาดว่าจะไม่ทันในการประชุมสัปดาห์หน้า..ผลออกมาแบบนี้ ไม่ใช่แค่ สว.สีน้ำเงินเฮ แต่พรรคสีน้ำเงินก็คงเฮด้วย และคาดว่าจะทำให้ สว.ฝั่งตรงข้าม สว.สีน้ำเงิน และฝ่ายค้าน นำเรื่องนี้ไปอภิปรายด้วยในช่วงการแถลงนโยบายรัฐบาล เพื่อโยงไปถึง อนุทินและภูมิใจไทยด้วยแน่นอน!
ปิดท้ายที่สถานการณ์การสู้รบสงครามถล่มอิหร่าน ที่ดูแล้วแนวโน้มยืดเยื้อแน่นอน และคงเกิดผลกระทบในวงกว้างกับหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงไทย ล่าสุด ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า การส่งออกข้าวไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง และมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงล่าสุดมีเรือสินค้าไทยโดนอิหร่านยิง โดยได้รับผลกระทบ 2 ด้าน คือ ด้านปริมาณการส่งออกที่ชะงักงัน และต้นทุนค่าขนส่งทางทะเลที่เพิ่มขึ้น เพราะตะวันออกกลางเป็นตลาดส่งออกข้าวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของไทย มียอดส่งออกสูงถึง 1.5 ล้านตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 12,800 ล้านบาท และตลาดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคืออิรัก ซึ่งเป็นตลาดอันดับหนึ่งของไทยในภูมิภาคนี้..เรียกได้ว่าตอนนี้ ซูเปอร์จี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เจอแต่งานหนักๆ ทั้งนั้น รอดูว่า ก.พาณิชย์จะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไรได้บ้างหรือไม่?.
กระบวนยุทธ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ดูเหมือนสถานการณ์ระดับโลกไปๆ มาๆ ก็ต้องมี “ไทยแลนด์แดนสยาม” เข้าไปมีเอี่ยวไม่มากก็น้อย โดยล่าสุดเมื่อ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ “ยูเอเอี” ขอถอนตัวจากสมาชิกโอเปก
บันทึกหน้า 4
จังหวะการเมืองฝั่งฝ่ายค้านเริ่มขยับอย่างมีนัยสำคัญ หลังพรรคประชาชน (ปชน.) เดินหน้าปรับโครงสร้างภายในอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเติมเต็มตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ภายใต้การนำของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่ยังคงยืนเป็นแกนนำหลัก และเตรียมก้าวขึ้นสู่บทบาทผู้นำฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
เปิดบันทึกในวันที่เกิดเหตุการณ์ "ช็อกโลก" อีกคำรบ เมื่อมีเสียงปืนดังกลางงานเลี้ยงประจำปีของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว (WHCA) ระหว่างที่ผู้นำสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังนั่งอยู่บนเวทีต่อหน้าแขกผู้มีเกียรตินับร้อยในชุดราตรีและทักซิโด พร้อมด้วย เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง คณะรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล
บันทึกหน้า 4
ประเดิมเขย่าขวัญส้ม! สิบโมงครึ่งรู้ผล ศาลฎีกานัดฟังคำสั่งคดีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กับ 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าสงครามตะวันออกกลางของคนบ้าที่อยากจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ชาติตนเอง ที่ทำให้ปั่นป่วนไปทั่วโลก นอกจากทำให้ราคาพลังงานอย่างน้ำมันและก๊าซ รวมถึงปุ๋ยและเม็ดพลาสติกพุ่งแล้ว ล่าสุดก็มีรายงานว่า “คาเร็กซ์”
บันทึกหน้า 4
งานเข้า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ กรณีให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลจะออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ก่อนประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จึงกวักมือเรียกสื่อมาชี้แจงว่า สื่อถามว่าทำได้หรือไม่ ตนจึงตอบว่าทำได้ตามรัฐธรรมนูญ ม.172

