เสียงเตือนถึงปธ.สภาฯ

ขวากหนามของ "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" หัวหน้าพรรคก้าวไกลยิ่งนับวันยิ่งยากยิ่ง โดยเฉพาะมรสุมเรื่องหุ้นไอทีวี ที่จะทำให้ตกเก้าอี้นายกฯ ทั้งที่มีบทเรียนในอดีตจากกรณี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ไม่นำมาเป็นกรณีศึกษา  

ในทางการเมืองมีความเชื่อว่า หากมีการรับรองสถานะ ส.ส. ของ นายพิธา ก็อาจจะมียื่นตรวจสอบทั้งคดีอาญา ผ่านพ.ร.บ. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 151 ซึ่งใช้เวลานาน   และ เรื่องคุณสมบัติว่าขัดรัฐธรรมนูญ  มาตรา 98 (3)  ที่ห้ามให้ผู้สมัคร ส.ส. ,แคนดิเดตนายกฯ   , หัวหน้าพรรค และ ส.ส.สมัยปี 62  ถือหุ้นสื่อฯ ผ่านช่องทางรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ที่ให้ กกต. หรือ ส.ส.จำนวน 50 คนยื่นตรวจสอบไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ

และหากมีการยื่นตรวจสอบ ก็ส่งผลให้  "นายพิธา" มีข้อครหาทั้งคดีอาญาและคุณสมบัติขัดรัฐธรรมนูญทันทีหรือไม่  

ผลที่ตามมา อาจกระทบต่อกระบวนการเลือกนายกฯ  กระบวนการทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งนายกรัฐมนตรี โดยให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้สนองพระบรมราชโองการ 

 มีโอกาสสอบถาม  อ.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย  ชี้แจงเรื่องนี้ หลังถูกสื่อมวลชนสัมภาษณ์ถึงกรณีหากนักการเมืองใดถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแล้วได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดจะสามารถนำรายชื่อดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯได้หรือไม่ว่า  เรื่องโปรดเกล้าฯเป็นพระราชอำนาจ  เราก็ไม่ต้องไปสงสัยอะไรแล้ว แต่เราต้องกราบบังคมทูลขึ้นไปว่าเกิดอะไรขึ้น และผู้ที่รับผิดชอบหากมีอะไรเกิดขึ้นคือผู้รับสนองพระราชโองการ

"กรณีเสนอชื่อนายกฯก็คือประธานสภาฯ ไม่เช่นนั้นจะรับสนองทำไม  การรับสนองคือการรับผิดชอบแทน เพราะสิ่งที่ทูลเกล้าฯไปต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้องตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบอย่างนั้น  ดังนั้น ประธานสภาฯก็ต้องดูแลให้ถูกต้องให้ดี ถ้าจะเบรกอะไรก็เบรกในชั้นประธานสภาฯ"  อ.วิษณุ ฝากตือนไว้ 

ทั้งนี้กรณีที่นายพิธา  ยังมีข้อครหาและ สมมุติติว่ามีการยื่นตรวจสอบคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 และ ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.   ภาระหนักที่ตามมาคือ ประธานสภาฯ ทันที  ซึ่งตามข่าวมีหลายชื่อที่ประสงค์เก้าอี้ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ  อาทิ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย , นายธีรัจชัย พันธุมาศ , นายณัฐวุฒิ บัวประทุม   และ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา จากพรรคก้าวไกล จะรู้หรือไม่มีความเสี่ยงกับเผือกร้อนดังกล่าวนี้ด้วย  

จึงต้องดูว่าบทบาทประธานสภาฯ ที่ทั้งพรรคเพื่อไทย และ พรรคก้าวไกล อยากได้นั้น สุดท้ายเมื่อได้รับตำแหน่ง จะกล้านำรายชื่อบุคคลที่มีปัญหา บรรจุวาระให้รัฐสภาโหวตนายกฯหรือไม่   และคำถามต่อมาสมาชิกรัฐสภาประกอบไปด้วย ส.ส. และ ส.ว. จะกล้าโหวตหรือไม่  

 

ช่างสังสัย 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ซื้ออาหารทานเอง'

'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.

จาริสตาร์ 32

ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”

ฝ่ายค้านครั้งแรก

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

ผู้จุดประเด็น

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

‘ตื่นเต้นนิดๆ’

จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้

‘บ่นแทนประชาชน’

อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน