
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย คึกคักเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะจัดการประชุมเป็นประจำแล้ว ยังมีการรับยื่นหนังสือบ้างบางวัน ซึ่งบุคคลสำคัญของ พรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะ เสี่ยนิด เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้เข้ามาทำงานที่พรรคเพื่อไทยโดยถือกระเป๋าหนังคู่ใจ พร้อมใส่สูท เสื้อเชิ้ตสีขาว ซึ่งก่อนเข้าทำงานในทุกวัน เสี่ยนิด จะให้สัมภาษณ์กับเหล่าผู้สื่อข่าวสายการเมือง แต่จะมีบางวันที่ทำงานเสร็จแล้วลงมาทักทายผู้สื่อข่าวที่ห้องแถลงข่าว เศรษฐา ก็จะโดนถามเรื่องกีฬาด้วย เพราะเจ้าตัวชื่นชอบกีฬาฟุตบอลเป็นพิเศษ
โดยมีอยู่ครั้งหนึ่ง เสี่ยนิด พูดคุยกับผู้สื่อข่าวที่สนใจเรื่องกีฬาฟุตบอลด้วยกันอย่างเป็นกันเอง เพราะ เศรษฐา ในฐานะคนคุ้นเคยกับ เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ นักฟุตบอลทีมชาติไทย และนักฟุตบอลสโมสรคาวาซากิ ฟรอนตาเล (ประเทศญี่ปุ่น) กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวการย้ายสโมสรกลับมาค้าแข้งที่ประเทศไทย

โดย เสี่ยนิด ยอมรับว่า “ได้คุยกันตามประสาพี่น้อง ซึ่งเชื่อว่ามีโอกาสมากที่เจ้าตัวจะกลับมาเล่นที่ประเทศไทย เพราะเจยังอยู่ช่วงที่สูงสุดในชีวิตการเล่นฟุตบอลของเขา เชื่อว่าเจคงอยากลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ แต่อย่างไรก็ตาม ก็คงต้องให้เกียรติรอฟังคำตอบที่ชัดเจนจากตัวเจ รวมถึงต้นสังกัดปัจจุบันและสังกัดในอนาคตจะดีที่สุด”
ส่วนการที่นักฟุตบอลสัญชาติไทยต่างได้รับความสนใจจากสโมสรต่างประเทศ เศรษฐา มองเป็นเรื่องดี “เพราะมาตรฐานเราจะได้สูงขึ้น ไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มาพัฒนาวงการฟุตบอลไทยให้ดีกว่าเดิม
เรื่องกีฬายังไม่จบ เพราะเหยี่ยวข่าวถามถึงเรื่องความเป็นไปได้ที่ในอนาคต เศรษฐา จะเข้ามาเป็นที่ปรึกษาหรือให้คำปรึกษากับสมาคมฟุตบอลไทย ซึ่ง เสี่ยนิด ตอบแบบยิ้มๆ ว่า “คงไม่”
และช่วงหนึ่งผู้สื่อข่าวได้ถามว่ามีโอกาสที่สื่อมวลชนจะได้เตะฟุตบอลด้วยกันหรือไม่ โดย เศรษฐา ตอบแบบเป็นกันเองว่า “วันไหน นัดมาเลยดีกว่า”
นอกจากเรื่องกีฬาแล้ว เหล่าผู้สื่อข่าวยังสนใจเรื่องกระเป๋าหนังที่ เศรษฐา ถือเข้ามาทำงานที่พรรคทุกครั้ง โดยกระเป๋าใบดังกล่าวใช้มานานกว่า 36 ปี
ก่อนจะเปิดให้สื่อมวลชนดูเป็นครั้งแรก โดยสิ่งของภายในกระเป๋าหนังของ เศรษฐา ส่วนใหญ่คือ เอกสาร ยา และแผ่นปิดแก้ปวดเมื่อย รวมถึงใบขับขี่รถยนต์แบบตลอดชีพ ที่ทำตั้งแต่ตอนอายุ 23 ปี
โอ้โห นอกจากจะเป็นกูรูเรื่องกีฬาแล้ว ยังเป็นนักสะสมของเก่าตัวยงเหมือนกันนะเนี่ย!!!!!.
เจ้าพระพาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ได้ทั้งรักได้ทั้งวิตามิน
ควันหลงวันแห่งความรัก วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่มีคู่รักคนดังออกมาเปิดตัวและบ้างควงกันออกหวานโชว์สื่อ อย่างคู่รักการเมือง เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่ควงภริยา “คุณจ๋า-ธนนนท์ นิรามิษ” จดทะเบียนสมรสชื่นมื่น ส่วนที่ฮือฮาอีกคู่คือการเปิดตัวของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่เปิดตัวหวานใจสวยเก่ง “ก้อย-อรัชพร โภคินภากร” ดารานักแสดง จนสาวๆ อกหักกันเป็นแถว
เดินเท้าขอบคุณ
ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก
'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'
ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต
"พักก่อนพี่เต้"
บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง
'อยากดูแลทุกคน'
การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด
โพสต์เดือด!
พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้

