"เลือกไปเรื่อยๆ"

ปมเรื่องการโหวตนายกฯซ้ำได้หรือไม่ คงต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน หลังผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องให้ตีความชี้ขาดว่าจะเสนอชื่อ  "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์"  แคนดิเดตนายกฯพรรคก้าวไกล  อีกครั้งได้หรือไม่  โดยฝ่ายที่สนับสนุนแนวคิดการโหวตนายกฯซ้ำแบบไม่รู้จบนี้ และยังเป็นผู้ชี้ช่องที่น่าสนใจคือ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่บรรยายเกี่ยวกับประเด็นนี้ที่ เนติบัณฑิตยสภา มีใจความว่า  รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้เขียนเวลาล็อกเอาไว้เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 กับปี 2550 ก็แปลว่า เลือกไปได้เรื่อยๆ  อาจจะใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปีก็ได้

"คุณอย่านึกว่าไม่เกิดนะ เกิดแล้วในอิตาลี ตอนแบร์ลุสโกนีพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ประชุมสภาเท่าไหร่ๆ คะแนนก็ไม่ถึงครึ่ง รัฐบาลแบร์ลุสโกนีก็ต้องรักษาการไปเรื่อยๆ เป็นปี ในเบลเยี่ยมก็เคยเกิดแล้ว"  อ.บวรศักดิ์ กล่าวไว้ 

ทีมงานคันปากฯ รวบรวมเคสของต่างประเทศว่ามีประเทศไหนบ้างที่จัดตั้งรัฐบาลยาวนานสุด 3 อันดับแรก อันดับ 1. เบลเยียม ใช้เวลาในการจัดตั้งรัฐบาลนานถึง 541 วัน ในการเลือกตั้งในปี 2010 สาเหตุที่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะปัญหาความแตกต่างทางนโยบายจากฝ่ายการเมืองทำให้ไม่มีรัฐบาลกลางเกือบ 2 ปี จนถูกบันทึกลงสถิติโลก กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ 

อันดับ 2. สเปน  ใช้เวลาในการจัดตั้งรัฐบาล 315 วัน ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2015 การเลือกตั้งครั้งนั้นไม่อาจทำให้สเปนพ้นจากทางตันได้ เพราะถึงแม้พรรคสายอนุรักษ์นิยมจะชนะ แต่ไม่สามารถคุมเสียงข้างมากในสภาที่จำนวน 176 ที่นั่งเอาไว้ได้ จากทั้งหมด 350 ที่นั่ง กว่าจะตั้งรัฐบาลได้สำเร็จก็กินเวลาเกือบ 1 ปี

อันดับ 3. เนเธอร์แลนด์ ใช้เวลา 225 วัน หลังการเลือกตั้งในปี 2017  โดยสาเหตุมาจากข้อนโยบายที่ไม่ลงตัว เนื่องจากรัฐบาล 4 พรรคผสมของเนเธอร์แลนด์ ที่มีทั้งสายเสรีนิยมและอนุรักษ์นิยม โดยมีนโยบายสนับสนุนความหลากหลายทางเพศที่ต่างกัน จนต้องใช้เวลาเจรจากัน 225 วัน

ขณะที่เมืองไทยทางฝั่งด้อมส้ม มีแนวคิดให้รอไว้ 10 เดือน หรือประมาณ  291 วันเพื่อรอให้ ส.ว.หมดอำนาจเลือกนายกฯ 

หากเป็นเช่นนั้นจริงเมืองไทยจะขึ้นมาแทนที่อันดับ3 ที่ใช้เวลาจัดตั้งรัฐบาลนานที่สุด

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เดินเท้าขอบคุณ

ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก

'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'

ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต

"พักก่อนพี่เต้"

บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง

'อยากดูแลทุกคน'

การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด

โพสต์เดือด!

พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้

‘อีหล่า’ จะทำให้เบิ่ง

ศรีสะเกษจะมีรัฐมนตรีเป็นศักดิ์เป็นศรีคนบ้านเฮาหรือไม่ งวดนี้อยู่ในกำมือพี่น้องคนนครดอกลำดวนแล้วเด้อ ส่องสปอร์ตไลต์เลือกตั้งเที่ยวนี้ เหมือนจะมีแค่ 2 พรรคที่ต้องชิงดำ คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย