
นอกจากเคราะห์ซ้ำกรรมซัดทางการเมืองแล้ว "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" แคนดิเดตนายกฯ และ หัวหน้าพรรคก้าวไกล จะขอโอกาสเดินทางไปทำบุญ ก็ยังไม่ได้ไป เพราะถูกจับได้ไล่ทันว่ามีผลประโยชน์อย่างอื่นแอบแฝงใช่หรือไม่
หลังเพจพรรคก้าวไกลสระบุรี โพสต์ข้อความพร้อมภาพของ "พิธา" ระบุพร้อมตารางงานการลงพื้นที่ และจบด้วยการเวียนเทียนกับนายพิธา ที่ วัดพระพุทธฉาย ในวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา
ด้าน "เจ้าอาวาสวัดดังกล่าว" โต้ทันทีว่า ไม่รู้เรื่อง และไม่ได้ประกาศออกไปตามที่เป็นข่าว และขอแจ้งเพิ่มเติมว่า “ทางวัดไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมาโดยตลอด ไม่เคยเชิญนักการเมือง ไม่ว่าพรรคใดเข้าร่วมกิจกรรม จึงแจ้งมาให้ทราบโดยทั่วกัน”
ส่งผลให้ "พิธา" โพสต์แก้เกี้ยวว่า “ไม่ค่อยสบายของดภารกิจ 1 วัน (1 สิงหาคม) ขออภัยทุกท่านครับ”
แม้พรรคส้มจะเอาวัดมาผสมปนเปกับการเมืองจนเสียภาพพจน์ไป แต่อีกด้านหนึ่ง ก็ทำให้วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
"วัดพระพุทธฉาย" ถือเป็นเก่าแก่ในจังหวัดสระบุรี เป็นที่พระดิษฐาน พระพุทธฉาย และ รอยพระพุทธบาท ที่พุทธศาสนิกชนต่างเคารพบูชา และยังสามารถมาท่องเที่ยว เช็กอินถ่ายรูป เพราะวัดรายล้อมไปด้วยธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และยังตั้งบนขุนเขา ชมวิวสวยๆ ได้อีกด้วย
นอกจากนี้ช่วงเทศกาลออกพรรษาวันถัดมาจากวันอาสาฬหบูชาเมื่อวันที่ 1 ส.ค. ทางวัดพระพุทธฉายจะมีการจัดงานประเพณี "ตักบาตรเข้าต้มลูกโยน" ถือเป็นงานบุญครั้งใหญ่ประจำปี
จะมีการใส่บาตร ข้าวต้มลูกโยน หรือ ข้าวต้มหาง ข้าวเหนียวผัดกับกะทิ ถั่วดำ ผสมน้ำตาลทรายและเกลือ แล้วนำมาห่อด้วยใบเตย หรือใบมะพร้าวอ่อน มีลักษณะคล้ายๆ กับข้าวต้มมัด แต่จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป
นอกจากนี้ยังมีการแสดงรำวง และประกวดทำข้าวต้มลูกโยนกันด้วย นับเป็นงานบุญที่มีความสนุกคึกคักเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
แม้ "พิธา" ไม่ได้มาทำกิจกรรมอย่างที่ตั้งใจ แต่อย่างน้อยก็ทำให้คนอื่นๆได้รู้จัก "วัดพระพุทธฉาย" ในแง่ของประเพณีงานบุญใหญ่และส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกด้วย
ช่างสังสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ซื้ออาหารทานเอง'
'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.
จาริสตาร์ 32
ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”
ฝ่ายค้านครั้งแรก
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
ผู้จุดประเด็น
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
‘ตื่นเต้นนิดๆ’
จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้
‘บ่นแทนประชาชน’
อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน

