มีรู...มีหนู

"มีรู...มีหนู" เป็นคำนิยามที่หมายถึง "อนุทิน ชาญวีรกูล" รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุขในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)    

ที่มองปัญหาและอุปสรรคเป็นเรื่องปกติของมนุษย์  แต่สำหรับ "ตัวเขา" ที่มีชื่อเล่นว่า "หนู" เป็นคนที่ไม่เคยยอมให้อุปสรรคที่เกิดขึ้นมากลายเป็นปัญหาเพราะแม้... มีโอกาสเพียงน้อยนิด ก็พร้อมที่จะเดินหน้าหาทางให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ

ไม่ว่าจะเป็นสมัยเป็นนักธุรกิจผู้พลิกฟื้นและนำพา "บริษัท ซิโน-ไทยฯ" ผ่านภาวะหนี้ท่วมพันล้านจากวิกฤตต้มยำกุ้งปี พ.ศ. 2540 ได้ภายในเวลาเพียง 1,262 วันพร้อมวางหลักการให้องค์กร มั่นคงอย่างยั่งยืนมาถึงปัจจุบัน 

ก่อนเข้าสู่ถนนการเมืองแบบก้าวกระโดด จนมานั่งเก้าอี้ "หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย"และ พาส.ส.เข้าสภาฯมาได้ถึง 71 เก้าอี้   

สามารถพลิกสถานการณ์ที่ตอนแรกหลังเลือกตั้ง ที่ถูกมองเป็นผู้นำฝ่ายค้าน กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ในเวลานี้ 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ส.ค. หลังแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย เกิดขั้วใหม่ 212 เสียง เป็นสารตั้งต้นเพื่อเดินหน้าหาเสียงจากส.ส. และ ส.ว.เกิน 375 เสียงเพื่อเลือกนายกฯให้สำเร็จ หลังสภาฯล่างได้เสียงเกิน 250 เสียงไปแล้ว  อีกทั้งสูตรใหม่นี ยังเป็นสลายขั้วเก่า188  เสียง และปิดประตูการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยให้หมดสิ้นไป

หลังจากแถลงข่าวเสร็จ ยังได้เห็นสัญชาตญาณ ความเป็น "มีรู...มีหนู" ของ "อนุทิน" เมื่อมวลชนทะลุวังกำลังจะปิดทางเข้าออก ที่ทำการพรรคเพื่อไทย  แต่ปรากฎว่า  มีเพียงรถของ "เสี่ยหนู"คันเดียวออกไปได้เท่านั้น ขณะที่รถของแกนนำทั้งสองพรรค ยังไม่สามารถออกจากอาคาร 

"อนุทิน"เคยบอกที่มาและความหมายของคำว่า "มีรู…มีหนู" ว่า   เป็นคำพูดเล่นๆ ระหว่างเพื่อนกับผมตั้งแต่เด็ก ผมเป็นคนที่มีบุคลิกค่อนข้างหาทางออกให้ตัวเองให้กับเพื่อนฝูงอยู่เสมอ 

"เพื่อนๆ จึงแซวตามชื่อเล่นว่ามีรู มีหนูหมายถึงหากมีช่องอะไรก็แล้วแต่ ผมสามารถเล็ดลอดออกมาและแก้ไขอุปสรรคได้"

เมื่อประมวลทุกอย่างแล้ว "มีรู... มีหนู" ก็คือ"ที่ไหนมีโอกาสที่นั่น... มีอนุทิน"

 ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เดินเท้าขอบคุณ

ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก

'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'

ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต

"พักก่อนพี่เต้"

บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง

'อยากดูแลทุกคน'

การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด

โพสต์เดือด!

พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้

‘อีหล่า’ จะทำให้เบิ่ง

ศรีสะเกษจะมีรัฐมนตรีเป็นศักดิ์เป็นศรีคนบ้านเฮาหรือไม่ งวดนี้อยู่ในกำมือพี่น้องคนนครดอกลำดวนแล้วเด้อ ส่องสปอร์ตไลต์เลือกตั้งเที่ยวนี้ เหมือนจะมีแค่ 2 พรรคที่ต้องชิงดำ คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย