
"สีส้ม" เวลานี้ อาจกลายเป็นสีแสลงตาของบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทย หลังจากช่วงเลือกตั้งถือเป็นคู่แข่งโดยตรง และทำให้พรรคแดงพลาดเป้าแลนด์สไตล์ไปมาก
ก่อนถูกชาวบ้านคลุมถุงชนจัดตั้งรัฐบาล และกระทั่งหย่าขาดกันไปในที่สุด เพราะเป้าหมายการเมืองคนละอย่างกัน ที่เปรียบพรรคส้มและพรรคแดงเป็นปลาคนน้ำ
เรื่องของสีเสื้อ นั้นยังมีคนมองและโยงไปถึงวงการฟุตบอลไทยลีกอีกด้วย เพราะ เมื่อไม่นานมานี้ "ทีมค้างคาวไฟ" หรือ สุโขทัย เอฟซี ภายใต้การทำทีมของ "เจ๊เป้า" อนงค์วรรณ เทพสุทิน ประธานสโมสรฯ และอดีตรัฐมนตรี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภรรยาสุดที่รักของ "สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย
ถือโอกาสเปิดฤดูกาลแข่งขันไทยลีก 2023-2024 เปลี่ยนสีเสื้อชุดเหย้าใหม่จากเดิม "สีส้ม "เปลี่ยนเป็น"สีแดง" ซึ่งรับทราบมาว่าขายดิบขายดีเป็นอย่างยิ่ง
"เจ๊เป้า" อธิบายว่า เสื้อแข่งได้ปรับโฉมให้เข้ากับการปรับโฉมของค้างคาวไฟ ที่มาดมั่น ดุดัน ทรงพลังกว่าฤดูกาลใดๆ ผสมกับเอกลักษณ์ของแฟนบอลสุโขทัย เสื้อทีมจะมี 3 สี ประกอบด้วย สีแดง ซึ่งปรับจากสีส้ม ที่เป็นสัญลักษณ์ของเปลวเพลิง ซึ่งสีแดงเป็นสีประจำจังหวัดสุโขทัย จะเป็นสีหลักของฤดูกาล, สีฟ้า ที่เปรียบเหมือนพลังของแฟนบอลที่เป็นลมใต้ปีก และสีขาว ที่เปรียบเป็นสีศูนย์รวมศรัทธาของคนสุโขทัย ซึ่งทั้ง 3 สีที่ปรับนั้นถือเป็นสีมงคล
การเปลี่ยนสีชุดเหย้า จากที่ใช้เป็นสีส้ม เป็นสีแดง นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เพราะฤดูกาลนี้ทีมปรับนักเตะเกือบยกทีม ซึ่งล้วนเป็นนักเตะเลือดใหม่ พลังใหม่ ที่มีความฮึกเหิม มีพละกำลัง ความแข็งแกร่ง
ที่ผ่านมาเราใช้เสื้อสีส้มมาหลายฤดูกาล นับตั้งแต่ปี 2013 พบว่าหลายครั้งช่วงท้ายฤดูกาลเราต้องเล่นเพื่อหนีตกชั้น จึงคิดร่วมกันว่าถึงเวลาที่เปลี่ยนในหลายๆ องค์ประกอบ รวมถึงสีเสื้อแข่งให้เป็นสีที่เป็นมงคล คือ สีแดง ซึ่งเป็นสีประจำจังหวัดและสีที่พวกเราใช้มาตั้งแต่ทำทีมยุคแรก
"สิ่งที่ปรับนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง เพราะสโมสรฟุตบอลไม่สามารถเลือกกลุ่ม เลือกขั้ว หรือ เลือกที่รักมักที่ชังได้" ประธานสโมสรค้างคาวไฟ อธิบาย
แล้วไป...นึกว่าเปลี่ยนเพราะมีใครแสลงใจสีส้มเสียอีก (อิอิ)
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดินเท้าขอบคุณ
ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก
'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'
ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต
"พักก่อนพี่เต้"
บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง
'อยากดูแลทุกคน'
การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด
โพสต์เดือด!
พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้
‘อีหล่า’ จะทำให้เบิ่ง
ศรีสะเกษจะมีรัฐมนตรีเป็นศักดิ์เป็นศรีคนบ้านเฮาหรือไม่ งวดนี้อยู่ในกำมือพี่น้องคนนครดอกลำดวนแล้วเด้อ ส่องสปอร์ตไลต์เลือกตั้งเที่ยวนี้ เหมือนจะมีแค่ 2 พรรคที่ต้องชิงดำ คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย

