
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายทหารสัญญาบัตรและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร แต่งตั้งเป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษและนายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 6 มาตรา 7 และมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติราชองครักษ์ พุทธศักราช 2480 มาตรา 4 มาตรา 5 และมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัตินายตำรวจราชสำนัก พ.ศ. 2495 จำนวน 36 นาย นายทหารสัญญาบัตร เหล่าทหารบก จำนวน 19 นาย
นายทหารสัญญาบัตร เหล่าทหารเรือ จำนวน 8 นาย นายทหารสัญญาบัตร เหล่าทหารอากาศ จำนวน 4 นาย และนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร จำนวน 5 นาย ประกอบด้วย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธนธัช น้อยนาค ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร., พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5, พล.ต.ท.สมนึก น้อยคง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. และ พล.ต.ต.ญาณพงศ์ โสมาภา รอง ผบช.ศ.
มีกระแสลือสะพัด นายกฯ นิด-เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง หลังกลับจากการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 78 (UNGA 78) ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริก วันอาทิตย์ที่ 24 ก.ย. พอช่วงวันจันทร์ที่ 25 ก.ย.นี้ อาจจะมีการนัดประชุมบอร์ดสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อมอบหมายการปฏิบัติงาน รวมทั้งคัดเลือกชื่อเลขาฯ สมช.คนใหม่ แทน เสธ.ไก่-พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย.นี้ ซึ่งหากข่าวลือดังกล่าวเป็นจริง ก็ต้องบอก...ห้ามกะพริบตา!!! เพราะจังหวะเวลาดูจะสอดคล้อง ดูลงตัว ดูจะเอื้อต่อข่าวลือภายในรั้ว "กรมปทุมวัน" ก่อนหน้านี้ ว่าอาจจะมีชื่อ บิ๊กรอย-พล.ต.อ.รอย อิงคโพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ไปนั่ง "เลขาฯ สมช." ซึ่งหากวันจันทร์มีประชุมบอร์ด สมช.จริง วันอังคารมีประชุม ครม.ก็เสนอชื่อแต่งตั้ง "เลขาฯ สมช." คนใหม่ จากนั้นถัดไปอีกวันคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มีนายกฯ เศรษฐานั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ก็จะคัดเลือก "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนที่ 14 แทน ผบ.เด่น-พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย. ...ฉะนั้นจันทร์ 25 ก.ย. สปอตไลต์เลยต้องสาดส่องไปที่ตึก สมช. แล้วทุกข้อสงสัย ทุกการคาดการณ์จะได้คำตอบที่ชัดเจน
ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว "คำดี" สูญเสีย ด.ต.วีระวัฒน์ คำดี ผบ.หมู่ กก.2 บก.ปส.3 บช.ปส. จากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส.ยิงต่อสู้แก๊งค้ายาเสพติด ขณะขับรถติดตามคนร้ายขับรถขนยาเสพติดเป็นไอซ์ 50 กระสอบ น้ำหนักรวม 1,000 กิโลกรัม มาจากชายแดนมุ่งหน้าพื้นที่ภาคกลาง แต่คนขับรถไหวตัวทันและหลบเข้าไปในซอย 6 ใกล้ตลาดสดเวียงชัย อ.เวียงชัย จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจจอดรถขวางปากทางออกคนร้ายจึงเลี้ยวรถไปชนกับเสาไฟฟ้าข้างทาง และเปิดฉากยิงใส่ตำรวจ ทำให้มีเพื่อนตำรวจถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ด.ต.วีระวัฒน์ เข้าไปยิงคนร้ายเสียชีวิตและตัวเองก็ถูกยิงจนเสียชีวิตเช่นกัน ผบ.เด่น สั่งการให้ดูแลสวัสดิการและช่วยเหลือครอบครัวของ ด.ต.วีระวัฒน์อย่างเต็มที่ พร้อมเลื่อนเงินเดือน 7 ขั้น เสนอปูนบำเหน็จยศเป็น พ.ต.ท.เป็นกรณีพิเศษ
ข่าวดีสำหรับใครที่อยากเป็น "ตำรวจ" สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดรับสมัครและสอบแข่งขันบุคคลภายนอก เพื่อบรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรและชั้นประทวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยรับสมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการตำรวจ 620 อัตรา ผ่านทางอินเทอร์เน็ตเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.-6 พ.ย. 66 ตำแหน่งที่รับสมัคร กลุ่มผู้มีวุฒิปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต รอง สว.(สอบสวน) เพศ ชาย/หญิง จำนวน 450 อัตรา กลุ่มผู้มีวุฒิปริญญาตรี ทางบัญชีหรือพาณิชยศาสตร์ รอง สว.(ตรวจสอบภายใน) เพศ ชาย/หญิง จำนวน 20 อัตรา รอง สว.(บัญชี) เพศ ชาย/หญิง จำนวน 20 อัตรา กลุ่มผู้มีวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่า ทางช่างยนต์ ช่างกล ช่างเครื่องกล ช่างไฟฟ้า ช่างไฟฟ้ากำลัง หรือช่างอิเล็กทรอนิกส์ ผบ.หมู่ (ช่างอากาศยาน) บ.ตร. เพศชาย จำนวน 30 อัตรา กลุ่มผู้มีวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า ผบ.หมู่ (วิทยาการ) เพศ ชาย/หญิง จำนวน 100 อัตรา กำหนดการรับสมัคร วันที่ 9-15 ต.ค. 66 สอบข้อเขียน 21 ม.ค. 2567 ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านข้อเขียน 13 ก.พ. 2567
“สุทิน คลังแสง” ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง “บิ๊กต่อ" พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ รอง ผบ.ทบ. ทำหน้าที่รักษาราชการแทน “บิ๊กบี้" พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ที่โอนไปรับตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการถวายรักษาความปลอดภัย (นถปภ.)ก่อนเกษียณอายุราชการ เพื่อให้การปฏิบัติงานในกองทัพบกไร้รอยต่อ ก่อน “บิ๊กต่อ” จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ได้เดินหน้าลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชุมร่วมกับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เน้นย้ำแผนปฏิบัติการปรับลด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และแผนปรับลดกำลังทหาร โดยบอกเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหารปรับตัวและปรับใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในการแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม พร้อมเตรียมรับมือหากจำเป็นต้องยกเลิกกฎหมายบางฉบับ ซึ่งย้ำว่าควรมีเครื่องมือและกฎหมายอื่นมาทดแทน
นับเป็นช่วงที่กองทัพต้องปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงใหม่ จากรัฐบาลที่เป็นพลเรือนล้วนๆ มี รมว.กลาโหม ที่วิพากษ์วิจารณ์กองทัพมาไม่น้อยช่วงที่เป็นฝ่ายค้าน และยิ่งดูเหมือน “เพื่อไทย” จะไม่ให้ความสำคัญกับกระทรวงกลาโหมมากเท่าไหร่ นั่นยิ่งมีเป้าหมายทิศทางตรงกันข้าม และต้องวิเคราะห์ให้ถ่องแท้ แต่ในส่วนของเหล่าทัพเองทั้ง “ผบ.เก่า" และ “ผบ.ใหม่” ต่างมีแผนเริ่มต้นปรับโครงสร้างกองทัพให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมอยู่แล้ว เช่น กองทัพบกตั้งเป้ากลับมาทำภารกิจหลัก คือการรักษาอธิปไตยของประเทศ และการทำหน้าที่ตามกรอบของรัฐธรรมนูญ โจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้ให้ตกคือ ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานการณ์ยาเสพติด ผลกระทบตามแนวชายแดนจากการเมืองภายในประเทศเมียนมา รวมไปถึงเรื่องร้อนๆ อย่างเช่นการยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร ซึ่งน่าจะมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น คงต้องลุ้นต่อไปว่าจะมีแรงหนุน และแรงต้านจากภายในมากน้อยแค่ไหน เพราะต้องยอมรับว่าวัฒนธรรมแบบปู่โสมเฝ้าทรัพย์ ทำงานแบบเช้าชามเย็นชามของเหล่าบรรดา “บิ๊กๆ” บางคนก็ยากจะเปลี่ยนแปลงได้
ขณะที่ ผบ.จ๊อด-พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เตรียมชงผลสรุปเรื่องเครื่องยนต์เรือดำน้ำจีนส่งให้ รมว.กลาโหมสัปดาห์หน้า สรุปใจความสำคัญคือ 1.กองทัพเรือต้องการเดินหน้าโครงการเรือดำน้ำ เพื่อรักษาดุลความมั่นคงทางทะเล 2.ระหว่างนี้รอการพูดคุยระหว่างผู้นำไทยกับทางเยอรมนีอีกรอบ ว่าจะอนุญาตให้ติดเครื่องยนต์ MTU กับเรือดำน้ำไทยหรือไม่ 3.ทีมเจ้าหน้าที่ ทร.ไทย ทดสอบหาข้อมูลเครื่องยนต์จีนแล้ว พบว่าสมรรถนะเทียบเท่าเครื่องยนต์เยอรมนี สามารถใช้ทดแทนด้วยกันได้ ไม่สูญเสียคุณค่าทางยุทธการ 3.หาก กห.ตกลงตามที่ ทร.เสนอ ก็ส่ง ครม.เพื่อพิจารณาแก้ไขสัญญาระหว่างรัฐต่อรัฐ เพื่อขยายเวลาสร้างเรือดำน้ำเพราะต้องยืดเวลาสร้างออกไปอีก 3 ปี 4.ขยายสัญญารับประกันจาก 2 ปีเป็น 8 ปี โดยยึดช่วงการอัปเกรด สนับสนุนอะไหล่ และอื่นๆ 5.พร้อมรับหากยกเลิกโครงการนี้ แต่ให้ข้อมูลไว้ว่าหากตั้งโครงการซื้อใหม่ ราคาก็จะแพงขึ้น และส่วนใหญ่จะขายสองลำ อีกทั้งต้องนับหนึ่งใหม่ใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะได้เข้ามาประจำการ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ผบช.นพศิลป์' สั่ง ตร.จัดกำลังคุมเข้มเคานต์ดาวน์ปีใหม่ ยกระดับความปลอดภัยสูงสุด
พล.ต.ท.นพศิลป์ นำทัพตำรวจวางกำลังเข้ม 522 นาย คุมความปลอดภัยงาน Asiatique Thailand Countdown 2026 คืนแห่งความสุข ต้องมาพร้อมความปลอดภัย ยกระดับมาตรการป้องกันเหตุและอำนวยความสะดวกจราจรขั้นสูงสุด
ระทึก! ตร.ไล่ล่า 3 พ่อค้ายา ซิ่งหนีตาย เจอฉลามบกรวบ
พ.ต.ท.อภิชาติ วงษ์ศรี สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 5 (ทล.3 กก.5) สั่งการให้ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ยุทธ จตุรชัยภิญโญ สว.ทางหลวง, ร.ต.ต.สินจัย เจียรเพชร
แห่ฝากบ้านกับตำรวจ 3 พันหลัง 'บิ๊กต่าย' สั่งตรวจตราเข้ม
พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 นี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)
พรปีใหม่ 2569
จะปีนั้น-ปีนี้...ใช่ปีใหม่ แค่ เวลา เลื่อนไหลไปตามวิถี ไม่ว่า ใหม่ หรือ เก่า ก็เท่านี้ เท่าที่ สิ่งนี้-สิ่งนี้ ...จะเป็นไป
สดุดี 'ทหาร-ตำรวจ'
สัปดาห์สุดท้ายปลายปี 2568 และกำลังจะก้าวเข้าสู่ "ปีใหม่" พุทธศักราช 2569 แวดวง "กากีกะสีเขียว" ตลอดปีที่ผ่านมา มีเรื่องราวมากมายหลากหลาย โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ อดีตข้าราชการตำรวจ 6 ราย
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิ

