บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด “ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก” กรณี "หมออ๋อง" ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ยืนยันกรณีเดินทางไปดูงานที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 21-24 กันยายน ด้วยงบประมาณ 1.3 ล้านบาท เป็นแบบประหยัด ท่ามกลางโลกออนไลน์ติด #ภาษีกู

แต่แทนที่จะไปแล้วได้รับคำชื่นชม กลับเต็มไปด้วยคำถาม ล่าสุดถูกเพจเฟซบุ๊ก "วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร" แหกซ้ำ โดยบอกว่าอยู่ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า “#ทุกคนคะ มี สส.ก้าวไกล หนีกลับจากสิงคโปร์ก่อนค่ะ

หมออ๋องเคยแจ้งว่า ดูงานที่สิงคโปร์ครั้งนี้สำคัญ ใช้เวลา 4 วัน 3 คืน คัดเลือก สส.ก้าวไกลที่เหมาะสมไป หนึ่งในนั้นคือ สส.เท้ง

วันศุกร์พบภาพ สส.เท้งอยู่ที่สภาสิงคโปร์ตามที่แจ้ง แต่วันนี้ (อาทิตย์) พบ สส.เท้งอยู่ที่กรุงเทพฯ มาร่วมงานของพรรคก้าวไกล

#คำถามค่ะ 1.ทำไม สส.เท้ง ถึงกลับก่อนกำหนดคะ งานไม่มีให้ดูแล้วหรือคะ ถ้าไม่มี คนอื่นอยู่ต่อทำไมคะ ถ้ามีกลับก่อนทำไมคะ

2.ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นใครเป็นคนออกคะ ใช้ภาษีประชาชนหรือไม่คะ 3.ไม่ว่าเหตุผลการกลับก่อนกำหนดคืออะไร แต่การทิ้งภารกิจดูงานในนามประเทศไทย เพื่อมาร่วมงานของพรรคก้าวไกล แสดงให้เห็นว่า ประโยชน์ของพรรคสำคัญกว่าประโยชน์ของประเทศหรือไม่คะ ฝากพี่ๆ นักข่าวช่วยถามหมออ๋อง และ สส.เท้ง ให้ด้วยค่ะ”  

เกือบลืม เมื่อพูดถึงการดูงานต่างประเทศ ทำให้ย้อนนึกถึงกรณีนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน เหมาเครื่องบิน 30 ล้านบาทไปประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่นิวยอร์ก โดยปรากฏคนที่ไม่เกี่ยวข้องรวมถึงลูกสาวนายกฯ ไปด้วย แม้จะมีการแจ้งว่าออกค่าใช้จ่ายเองก็ตาม แต่ตอนนี้ยังไม่มีการนำใบเสร็จมาแสดงให้เป็นที่ประจักษ์   

รวมถึงข้อกล่าวหาไปที่กองทัพอากาศ ประเด็นรัฐบาลไม่สามารถเหมาเครื่องไปได้เพราะราคาแพง และยังยกเลิกภารกิจได้หากมีเหตุจำเป็น เกิดคำถามเป็นเช่นนั้นหรือไม่ เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็คงยากที่จะมีใครว่าจ้างเครื่องบินกองทัพอากาศ หรือคนในทำเนียบรัฐบาลกำลังเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นๆ หรือไม่ ฝากโฆษกรัฐบาลป้ายแดง "ชัย วัชรงค์" ตามเรื่องเหล่านี้ด้วย ไม่ควรปล่อยให้ชาวบ้านนินทาต่อไปเพราะจะเสียหายไปถึงตัวนายกฯ   

ไหนๆ ก็พูดเรื่องโฆษกรัฐบาลคนใหม่ ที่วันแรกของการทำงานก็หลุดวลีว่า "รัฐบาลนี้เป็นรัฏฐาธิปัตย์" ก็ถูกบรรดานักกฎหมายและคนการเมืองตกใจ และออกมาตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่

มีโอกาสปะหน้า อ.วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย จึงอธิบายคำว่า "รัฏฐาธิปัตย์" เอาไว้ว่า ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน และขณะนี้ผู้ที่เป็นรัฏฐาธิปัตย์คือประชาชน เราจึงเรียกว่า "ประชาธิปไตย" ที่แปลว่าอธิปไตยเป็นของประชาชน 

แต่ถ้าพระเจ้าแผ่นดินเป็นรัฏฐาธิปัตย์ เราก็เรียกว่า "ราชาธิปไตย" หรือถ้าคณะบุคคลเป็นรัฏฐาธิปัตย์ เราเรียกว่าคณาธิปไตย หรือถ้าข้าราชการเป็นใหญ่ เราเรียกว่า อำมาตยาธิปไตย 

แต่วันนี้เราเป็นประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญจึงเขียนว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แค่นี้ก็แปลว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์แล้ว ส่วนประชาชนใช้อำนาจผ่านทางผู้แทนราษฎร เพราะผู้แทนราษฎรเป็นผู้แทนปวงชาวไทย และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นผู้แทนปวงชาวไทยเช่นกัน 

เมื่อถามว่าถ้ามีผู้ก่อรัฐประหาร บุคคลนั้นถือเป็นรัฏฐาธิปัตย์ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า อย่างนั้นคือใช่ เพราะบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่เขียนว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยได้ถูกยกเลิกไปแล้วหลังจากเกิดรัฐประหาร แถมอีกนิดหากจะยกเลิกประกาศ คสช. อ.วิษณุ บอกว่า อะไรที่เป็นกฎหมายก็ต้องออกเป็น พ.ร.บ.ยกเลิก ส่วนคำสั่งที่เป็นเรื่องอำนาจบริหาร ให้ ครม.ออกมติยกเลิกได้

สอดรับกับรัฐธรรมนูญมาตรา 279 วรรคแรก ตอนท้าย "...การยกเลิก หรือแก้ไขเพิ่มเติมประกาศหรือคำสั่งดังกล่าว ให้กระทำเป็นพระราชบัญญัติ เว้นแต่ประกาศ หรือคำสั่งที่มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจทางบริหาร การยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมให้กระทำโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี หรือมติคณะรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี".

 

ช่างสงสัย 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาฯ อีกสองคน ก็ชัดเจนลงตัวแล้ว โดยประธานสภาฯ คือ โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์หลายสมัย สายตรงเนวิน ชิดชอบ

น้องกวางมาแล้ว

บรรยากาศการเมืองช่วงนี้ นอกจากเกมจัดทัพรัฐบาลแล้ว อีกสีสันหนึ่งที่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย ก็คือการปรากฏตัวของ “สส.น้องใหม่” ที่มักจะตกเป็นเป้าสายตาของสื่อมวลชนทันทีที่ก้าวเข้าสนาม

บันทึกหน้า 4

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช 2569 แล้วโดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2569 เป็นต้นไป ซึ่ง “ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์” เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ระบุว่า

บันทึกหน้า 4

ประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลาป่วย มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ เป็นประธานแทน ต่อมาเวลา 11.45 น. นายกฯ

บันทึกหน้า 4

การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ใกล้ได้ข้อสรุป หลังการเจรจาพรรคร่วมรัฐบาลคืบหน้าอย่างชัดเจน โดยสูตรรัฐบาลที่มี “พรรคภูมิใจไทย” เป็นแกนนำสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้ 291 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ และพรรคขนาดเล็กบางส่วน

บันทึกหน้า 4

บันทึกบอกกล่าวเล่าสิบ ..หลังผ่านการเลือกตั้งมาตั้งแต่ 8 ก.พ. ได้ฤกษ์แล้วว่า ในวันที่ 14 มี.ค.ศกนี้ จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมสภาอย่างเป็นทางการเพื่อเลือก "ประธานรัฐสภา" อันถือเป็นลำดับขั้นตอนแรกก่อนที่จะมีการโหวต "นายกรัฐมนตรี" คนที่ 33 ให้ไปบริหารจัดการราชการแผ่นดินต่อไป ...