เมื่อปูตินให้สัมภาษณ์พิธีกรมะกัน: มืออาชีพหรือเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ?

เป็นบทสัมภาษณ์ 2 ชั่วโมงเต็มที่เกรียวกราวไปทั่วโลกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เพราะประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียเปิดวังเครมลินให้สัมภาษณ์ Tucker Carlson อดีตพิธีกรชื่อดังของ Fox News ที่มอสโก 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ผ่านไปเพียง 48 ชั่วโมง มีคนเข้าไปดูในเว็บไซท์ของทักเกอร์ คาร์สันถึง 100 ล้านวิว

และบนแพลทฟอร์ม X มีคนดูกว่า 150 ล้านคน

ผมเชื่อว่ามาถึงวันนี้ตัวเลขนี้คงจะวิ่งขึ้นไปเกิน 200-300 ล้านวิวแล้ว

เพราะมีทั้งแฟนคลับที่เหนียวแน่นของปูตินและทักเกอร์ที่ต้องดูให้ได้

และคนที่ต่อต้านปูตินและหมั่นไส้ (หรืออิจฉา) พิธีกรร้อนแรงคนนี้ก็ต้องเข้าไปจับผิด

การสัมภาษณ์เปิดด้วยครึ่งชั่วโมงแรกเล่ายาวประวัติศาสตร์ว่ายูเครนเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต

คนที่ชอบบอกว่าเป็นครั้งแรกที่ได้ฟังปูตินสาธยายประวัติศาสตร์ของสหภาพโซเวียตเพื่ออธิบายว่าทำไมต้องเปิดศึกกับยูเครน

คนที่ต่อต้านบอกว่าพิธีกรคนนี้ถูกปูตินสอนประวัติศาสตร์อันน่าเบื่อ, ซ้ำซากและเต็มไปด้วยความเท็จมากมาย

แต่ไม่ว่าใครจะเชื่ออย่างไร บทสัมภาษณ์นี้จะกลายเป็นหัวข้อที่จะมีการถกแถลงกันอย่างดุเดือดต่อไปอีกนาน

ไม่ทันไรก็เกิดวิวาทะดุดันจากอดีตนายกฯอังกฤษบอริส ยอห์นสันแล้ว

เพราะปูตินระบุในคำสัมภาษณ์ว่ายอห์นสันเป็นคนที่บ่อนทำลายสันติภาพยูเครน

ปูตินบอกว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งที่เกือบจะมีการเจรจาสงบศึกยูเครนกันแล้ว แต่อดีตนายกฯอังกฤษคนนี้เข้ามาแทรกแซง ยุแหย่ฝ่ายผู้นำยูเครนจนสงครามต้องเดินหน้ามาถึงวันนี้

ทักเกอร์เปิดเกมด้วยการประกาศว่าเขาไปสัมภาษณ์ปูตินเพราะเขาเป็นคนทำข่าวที่ต้องฟังให้ครบทุกด้าน

แต่สื่อหลัก ๆ ของสหรัฐฯและตะวันตกมีอคติ ไม่เคยพยายามสัมภาษณ์ผู้นำรัสเซีย ทำให้มีแต่เนื้อหาที่บิดเบือน

ทักเกอร์บอกว่าสื่อตะวันตกส่วนใหญ่เป็น “เครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ” ของอำนาจรัฐ

เท่านั้นแหละ สื่อยักษ์อย่างบีบีซี, ซีเอ็นเอ็นและอื่น ๆ ก็ออกมากระหน่ำใส่ทักเกอร์

เพราะแต่ละสื่อก็อ้างว่าได้เคยติดต่อขอสัมภาษณ์ปูตินตั้งแต่เกิดสงครามยูเครนเมื่อสองปีก่อน

แต่ผู้นำรัสเซียไม่เคยยอมให้สัมภาษณ์เลยแม้แต่ครั้งเดียว

สื่อเหล่านี้ซัดกลับว่าทักเกอร์นั่นแหละที่ทำตนเป็น “เครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ” ของปูติน

ที่เคยมีลีลาท่าทีที่แข็งกร้าวดุดันในการป้อนคำถามคนที่ถูกสัมภาษณ์ แต่พอเจอปูตินเท่านั้น ไม่กล้าซักไม่กล้าถาม ยอมให้ปูตินร่ายยาวประวัติศาสตร์กว่า 30 นาทีแรกของการสัมภาษณ์ด้วยซ้ำไป

เหมือนจะบอกว่าจากเสือดุกลายเป็นแมวเชื่องอะไรทำนองนั้น

ฝ่ายที่ต่อต้านปูตินและทักเกอร์ลงมือจับผิดทุกเม็ดที่ปูตินพูด และตั้งคำถามว่าไฉนทักเกอร์ไม่ตั้งคำถามที่ผู้คนต้องการรู้คำตอบเช่น

ทหารรัสเซียก่อเหตุสังหารหมู่อย่างโหดเหี้ยมในยูเครนหรือไม่?

ทำไมปูตินสั่งอพยพเด็ก ๆ ยูเครนไปอยู่รัสเซียโดยที่ตัวเด็กและพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ยินยอม?

ปูตินคิดอย่างไรที่ถูกศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศออกหมายจับข้อหาเป็น “อาชญกรสงคราม”?

มีคำถามตามมาว่าจะมีพิธีกรดัง ๆ ของรัสเซียมาสัมภาษณ์ประธานาธิบดีโจ ไบเดนแบบเดียวกันนี้ไหม?

กลายเป็นเรื่องร้อนแรงที่จะมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับรัสเซีย

และพาดพิงไปถึงจีน, ยุโรป, และระเบียบโลกในภาพรวมอย่างปฏิเสธไม่ได้

บอกได้ว่าเป็นการฟาดฟันสหรัฐฯแบบชกหมัดตรงไม่เกรงอกเกรงใจกันเลย

บีบีซีถึงขนาดออกรายงานวิเคราะห์ว่าปูติน “โกหก” เรื่องอะไรบ้าง

ตอนหนึ่งปูตินบอกว่าเขาเคยบอกกับประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนว่า

“ทำไมคุณจึงสนับสนุนพวกนาซีใหม่ในยูเครนทั้ง ๆ ที่คุณพ่อของคุณเคยทำสงครามกับนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง?”

หลายสื่อตะวันตกออกมาชี้ว่าพ่อของเซเลนสกีเกิด 2 ปีหลังจากการสิ้นสุดของสงคราม

จึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไปร่วมสงครามกับนาซีเยอรมัน

นั่นเป็นหนึ่งในประเด็น “จับโกหก” ของสื่อและนักวิชาการตะวันตกที่เห็นว่าพิธีกรคนนี้ไม่แหลมคมและกล้าหาญพอที่จะแย้งปูตินในการถามตอบวันนั้น

เพราะเริ่มต้นการสัมภาษณ์ ปูตินก็เบรกทักเกอร์ด้วยประโยคที่ว่า

“นี่ไม่ใช่ Talk Show นะ นี่จะเป็นการสนทนาที่จริงจังนะ...”

เท่ากับเป็นการวางกติกาให้กับพิธีกรชื่อดังคนนี้อย่างที่ไม่เคยเจอไม่ก่อน

แม้จะเป็นการสัมภาษณ์โดนัลด์ ทรัมป์, ทักเกอร์ก็ไม่เคยต้องยอมเงื่อนไขขนาดนั้น

ติดตามเนื้อหาสาระของการสัมภาษณ์กันแบบละเอียดกันในวันต่อ ๆ ไปกันครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อินโดนีเซียกับ ‘ส้มหล่น’ จากการเผชิญหน้าของยักษ์ใหญ่

เมื่อวานเขียนถึงประเด็นอุตสาหกรรมย้ายจากจีนไปอินเดียเมื่อเกิดสถานการณ์ที่สหรัฐฯกับจีนใช้นโยบาย de-risk หรือ “ลดความเสี่ยงของกันและกัน” เพื่อเอาชนะคะคานกันในเวทีระหว่างประเทศ

พอยักษ์ทะเลาะกัน ส้มก็มาหล่น ที่อินเดียกับอินโดนีเซีย

เมื่อสหรัฐกับจีนใช้นโยบาย de-risk คือ ‘ลดความเสี่ยงต่อกันและกัน’ ก็แปลว่า 2 ยักษ์จะลดการไปมาหาสู่กันด้านเศรษฐกิจ...คำถามที่ประเทศไทยควรถามทันทีก็คือ...ใครจะสามารถฉวยจังหวะนี้สร้างโอกาสให้กับตัวเอง

ความตายอันเป็นปริศนาของ ‘นาวาลนี’ ผู้กล้าท้าทายปูติน

ภาพนี้ Alexei Navalny หรือนาวาลนีและภรรยาชื่อ “ยูเลีย” พร้อมด้วยนักการเมืองฝ่ายค้านและผู้ประท้วงคนอื่นๆ ในการเดินขบวนในกรุงมอสโก เพื่อรำลึกถึงผู้วิพากษ์วิจารณ์เครมลินที่ถูกสังหาร บอริส เนมต์ซอฟ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2020