กระแสวิพากษ์วิจารณ์ 1 ประเทศ 2 นายกฯ ยังคงถูกพูดถึงเรื่อยๆ หลังทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยตัวจริงและผู้จัดการรัฐบาลที่อยู่หลังฉากการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อไทยมาตลอด กลับมาปักหลักที่บ้านพักจันทร์ส่องหล้า และมีบุคคลระดับวีไอพี ทั้งฮุน เซน และเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ เข้าพบแบบเปิดเผย อันยิ่งเป็นการสร้างบารมีการเมืองให้ทักษิณและจันทร์ส่องหล้าไปในตัวว่า จันทร์ส่องหล้าเวลานี้คือ ศูนย์รวมอำนาจทางการเมืองของรัฐบาลเพื่อไทยอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม คำกล่าว 1 ประเทศ 2 นายกฯ ทำให้คนในรัฐบาลเพื่อไทยก็ออกอาการอึดอัดพอสมควร เห็นได้จาก อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ถึงกับแสดงท่าทีอึดอัด ถอนหายใจยาว หลังถูกสื่อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ ..
ซึ่งในความเป็นจริงทางการเมือง การที่จะทำให้คนหยุดพูดเรื่องนี้ ก็อยู่ที่บริบทและองค์ประกอบหลายอย่าง ตลอดจนความจริงที่อยู่หลังฉากทางการเมือง ที่ใครต่อใครก็เห็นว่า ที่เศรษฐาได้เป็นนายกฯ ทุกวันนี้ทั้งที่เปิดตัวเข้าเล่นการเมืองไม่กี่เดือน หากไม่ใช่เพราะทักษิณสั่งการไฟเขียวแล้ว มีหรือเศรษฐา จะได้เป็นนายกฯ แบบรวดเร็วติดจรวดเช่นนี้ ไม่นับรวมกับกระแสข่าวกอสซิบต่างๆ ดังนั้นเสียงวิจารณ์เรื่องเศรษฐาเป็นนายกฯ หุ่นเชิด หรือ 1 ประเทศ 2 นายกฯ ก็เป็นเรื่องที่เศรษฐาและคนในพรรคเพื่อไทยก็ต้องเข้าใจ และสิ่งที่จะพิสูจน์ได้ดีที่สุดว่าเศรษฐมีฝีมือในการทำงานก็อยู่ที่ตัวเศรษฐาเองแล้วว่าต้องแสดงความเป็นผู้นำประเทศ ที่มีความเป็นตัวของตัวเอง และสร้างผลงานการยอมรับได้จากประชาชนได้ด้วยฝีมือ-ความคิดของตัวเองล้วนๆ ไม่ใช่เพราะรับคำสั่งจากทักษิณและจันทร์ส่องหล้า....
และจากเสียงเหน็บแนม เสียดสีทางการเมืองดังกล่าว เชื่อว่าคงทำให้ เสี่ยนิด-เศรษฐา อดีตซีอีโอบริษัทแสนสิริ ที่เคยแต่สั่งการสั่งงานคนอื่น ไม่เคยถูกใครวิจารณ์การทำงานอะไร คงรู้สึกคับข้องใจ แต่ด้วยบทบาทตอนนี้ที่เป็นผู้นำประเทศ ไม่ใช่ซีอีโอบริษัทอสังหาริมทรัพย์แบบเดิมอีกแล้ว ทำให้ความไม่พอใจดังกล่าวก็ต้องถูกเก็บไว้แสดงออกมากไม่ได้ เลยได้แต่พยายามจะขอโอกาสทำงานเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ขณะเดียวกัน ก็ยืนยันอำนาจการตัดสินใจทางการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะ การปรับ ครม. หากจะเกิดขึ้นตนเองคือผู้ตัดสินใจ ไม่ใช่ทักษิณ อย่างที่ร่ำลือกัน
.....จนออกมาให้สัมภาษณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า "วาทกรรม นายกฯ 1 2 3 4 มันไม่เกี่ยวหรอกครับ คุยเรื่องความดีดีกว่า ทุกๆ นายกฯ อยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ถึงแม้จะเป็นฝ่ายตรงข้ามหรือฝ่ายเดียวกันก็ตามที ตอนนี้เป็นหน้าที่ผมในฐานะผู้บริหารสูงสุด นายกฯ ต้องมีการกลั่นกรองข้อมูล ตรงไหนทำได้ก็ทำ นายทักษิณไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ ครม. ผมก็ยืนยันตลอดเวลา พวกคุณก็ถามทุกวัน ถามทุกหนที่มีการถาม ผมบอกไปแล้ว คำตอบคือคำตอบเดิม จะพูดทำไมว่าปรับ ครม. ซึ่ง ครม.ก็พยายามทำงานอยู่ แต่เมื่อพูดไป บางคนก็อาจจะนอยด์ บางคนก็อาจจะไม่สบายใจ ผมเชื่อว่าวันนี้เราต้องเดินหน้าทำงานกันดีกว่า เมื่อถึงเวลาต้องปรับ พวกท่านก็ทราบกันเองว่าต้องปรับและตนก็เป็นคนทูลเกล้าฯ ถวายเอง” เป็นคำตอบที่แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกบางอย่างว่า เศรษฐาคงอึดอัดใจพอสมควรกับการถูกมองว่าไม่ใช่นายกฯ ตัวจริงของประเทศไทย!
ด้านความเคลื่อนไหวขององค์กรอิสระอย่างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พบว่าตอนนี้อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพราะกำลังจะมีผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดินคนใหม่ที่จะมาแทน ประจักษ์ บุญยัง ที่อยู่มาหกปีเต็มและจะพ้นจากตำแหน่งสัปดาห์นี้ โดยคนที่จะมาแทนก็คือ มณเฑียร เจริญผล รองผู้ว่าฯ สตง. ที่ได้รับเลือกจากคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และตอนนี้ส่งชื่อไปให้วุฒิสภา รอโหวตเห็นชอบต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนพ้นจากตำแหน่ง “ประจักษ์”เปิดเผยถึงหนึ่งในผลงานของตัวเองก็คือ การผลักดันให้มีการจัดตั้ง-เปิดสำนักขึ้นใหม่ใน สตง. นั่นก็คือ สำนักตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งกระบวนการจัดตั้งเรียบร้อย มีการประกาศลงราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่จะให้มีผล 1 เมษายน 2567 โดยย้ำว่า เมื่อมีการเปิดสำนักงานแล้ว ต่อจากนี้ไปโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็น เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ เช่นรถไฟฟ้าสายสีส้มที่มีปัญหา ซึ่งที่ผ่านมา สตง.ยังไม่มีคนเข้าไปจับโดยตรงว่าโครงการเป็นอย่างไร หรืออย่างโครงการนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ที่หากรัฐบาลเริ่มดำเนินการและใช้งบประมาณหลายแสนล้านบาทในการทำนโยบาย ก็ถือว่าเข้าข่ายเช่นกัน...ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวขององค์กรอิสระในการที่จะเข้ามาตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ที่หากทำได้ดี ก็จะได้ช่วยกันสอดส่อง ไม่ให้มีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นได้.
หินกลิ้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ไทม์ไลน์การเข้าบริหารประเทศของรัฐบาลอนุทิน 2 จะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการหลังการแถลงนโยบายต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภาเสร็จสิ้นลง ซึ่งเดิมทีวางกันไว้ว่าจะแถลงช่วง 7-9 เม.ย. แต่ล่าสุดปรับเป็น 9-10 เม.ย.
บันทึกหน้า 4
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี จำนวน 35 คน โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า "เป็นพระมหากรุณาธิคุณ พวกเราทุกคนก็ยังทำงานอย่างเต็มความสามารถรับใช้พี่น้องประชาชน
บันทึกหน้า 4
การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล เดินหน้าเข้าสู่โค้งสุดท้าย หลังมีการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีครบถ้วนเรียบร้อย เตรียมนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ทันที
บันทึกหน้า 4
บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.
บันทึกหน้า 4
เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐


