ปูติน: ถ้ายูเครนเข้านาโต ระวังสงครามนิวเคลียร์!

เข้าสู่ปีที่ 3 ของสงครามยูเครนตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ความตึงเครียดก็ถูกยกระดับทันที

เมื่อเลขาฯ นาโต Jens Stoltenberg  ประกาศว่ายูเครนเข้าร่วมนาโตแน่นอน

 “คำถามไม่ใช่ว่าจะร่วมหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าจะร่วมเมื่อไหร่เท่านั้น”

จี้จุดใจดำของประธานาธิบดีปูตินของรัสเซีย

ที่เคยประกาศเช่นกันว่าถ้ายูเครนเข้าร่วมนาโตก็เท่ากับดึงเอายุโรปเข้ามาเผชิญหน้ากับรัสเซีย

 “เรารู้ว่านาโตมีกองกำลังเหนือกว่ารัสเซีย แต่อย่าลืมว่ารัสเซียมีอาวุธนิวเคลียร์ (นะโว้ย)!”

วิวาทะอย่างนี้น่ากลัวตรงที่ว่าไม่ใช่แค่เป็นการต่อว่าต่อขานกันเฉยๆ แต่ต่างฝ่ายต่างมีความระแวงสงสัยกันอยู่แล้ว

หากนาโตดึงเอายูเครนเข้ามาเป็นสมาชิกในขณะที่สงครามยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติได้ ก็เท่ากับเป็นการเปิดฉากการเผชิญหน้าระหว่างองค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือกับรัสเซียอย่างเป็นทางการ

เป็นหนึ่งในเหตุผลดั้งเดิมที่ปูตินเคยประกาศไว้ว่าทำให้เขาต้องส่งทหารเข้ายูเครน

นี่คือความน่ากังวลที่จะทำให้ทุกอย่างร้อนแรงขึ้นในระดับโลก

เพราะนั่นย่อมแปลว่าสหรัฐฯ กับรัสเซียต้องเตรียมทำสงคราม

จีนต้องเข้าข้างรัสเซีย สหรัฐฯ ต้องผนึกกำลังกับนาโต

และยุโรปจะลุกเป็นไฟ...สงครามจะบานปลายกลายเป็นการสู้รบในระดับภูมิภาคหรือไม่คือคำถามใหญ่

ขณะที่การศึกสงครามในยูเครนเข้าสู่ภาวะชะงักงันในปีใหม่นี้อย่างเห็นได้ชัด

อาทิตย์ที่ผ่านมาเช่นกัน ที่ประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนเปิดเผยเป็นครั้งแรกว่าทหารยูเครนเสียชีวิตในสงครามนี้ทั้งหมด 31,000 นาย

ที่ต้องแจ้งตัวเลขเพราะผู้นำยูเครนบอกว่าตัวเลขที่ทางรัสเซียนำเสนอนั้นเกินเลยความจริงมาก

 “ตัวเลขทหารยูเครนเสียชีวิตอยู่ที่ 31,000 ไม่ใช่ 300,000 หรือ 150,000 หรืออะไรก็ตามที่ปูตินและกลุ่มคนพวกนั้นพูดโกหก”

เซเลนสกีบอกว่าฝ่ายรัสเซียตายไป 180,000 คน

แต่เป็นตัวเลขที่ทางมอสโกปฏิเสธเช่นกัน

เมื่อเดือนสิงหาคม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุจำนวนทหารยูเครนที่ถูกสังหารอยู่ที่ 70,000 นาย และบาดเจ็บมากถึง 120,000 นาย

บีบีซีภาษารัสเซียเคยรายงานว่า ในการทำงานร่วมกับเว็บไซต์ Mediazona ได้ข้อมูลว่ามีรายชื่อทหารรัสเซียมากกว่า 45,000 นายที่เสียชีวิต

แต่คาดว่าตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่านั้น

ในเดือนกุมภาพันธ์ กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรประเมินว่าทหารรัสเซีย 350,000 นายเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ

หากประเมินในสนามรบจะเห็นว่าสงครามเข้าสู่ปีที่สามท่ามกลางข่าวร้ายสำหรับยูเครน

เพราะทหารฝ่ายยูเครนต้องถอยร่นอีกครั้ง

ด้วยปัญหาด้านกำลังพล อาวุธและกระสุน

อีกทั้งความช่วยเหลือต่างๆ เริ่มลดลง

ทหารรัสเซียสามารถได้ชัยชนะในแนวรบด้านตะวันออกของยูเครนในหลายพื้นที่ ผลักดันให้ทหารยูเครนต้องล่าถอยออกมา

เมื่อทหารบาดเจ็บและเสียชีวิตต่อเนื่อง ประกอบกับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของกองทัพก็ทำให้เกิดคำถามว่ายูเครนจะยันรัสเซียต่อไปได้อีกนานแค่ไหน

ในภาพรวม ถือได้ว่าสมรภูมิอยู่ในภาวะชะงักงัน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมแพ้ง่ายๆ 

ที่เป็นข่าวดีสำหรับมอสโกคือเมื่อวันที่ 17 ก.พ. รัสเซียสามารถยึดเมืองอัฟดิอิฟกาซึ่งเป็นเมืองทางตะวันออก

เป็นชัยชนะครั้งสำคัญของรัสเซียในรอบหกเดือนหลังจากการยึดเมืองบาคห์มุตในภูมิภาคเดียวกัน

แต่ยูเครนก็ได้กำลังใจจากการโจมตีกองบัญชาการกองทัพรัสเซียในทะเลดำใกล้กับแคว้นไครเมีย

ยูเครนอ้างว่าสามารถถล่มสร้างความเสียหายให้กับเรือรบรัสเซียหลายลำ มีผลให้หนึ่งในสามของกองทัพเรือรัสเซียในทะเลดำไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ปกติได้

ยูเครนยอมรับว่ามีปัญหาขาดแคลนอาวุธและกระสุน

จึงต้องจำกัดการใช้จำนวนกระสุนที่ส่งไปยังแนวหน้าเพื่อใช้ในการสู้รบให้นานที่สุดเท่าที่จะยื้อได้

ที่ทำให้แม่ทัพนายกองยูเครนร้อนใจคือคำมั่นสัญญาของประเทศตะวันตกที่จะส่งความช่วยเหลือนั้นมีความล่าช้าเพราะการเมืองในประเทศและเพราะการผลิตกระสุนไม่ทัน

ยูเครนยอมรับว่าขาดแคลนกระสุนเกือบทุกประเภท โดยเฉพาะกระสุนปืนใหญ่พิสัยไกลที่ใช้ทั้งในด้านการป้องกันทหารราบและโจมตีกองกำลังศัตรู

ขณะที่ฝั่งรัสเซียเร่งผลิตกระสุนปืนใหญ่ได้ประมาณ 5,000 ลูกต่อวัน

แม้ยูเครนจะเร่งการผลิตกระสุนของตนเองก็คงไล่รัสเซียไม่ทัน

เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวด้านบวกสำหรับยูเครนบ้างเมื่อสหภาพยุโรปเปิดไฟเขียวให้ขยายความช่วยเหลือมูลค่า 54,000 ล้านดอลลาร์แก่ยูเครน

มีเสียงคัดค้านจากฮังการีแต่ก็ผ่านไปได้อย่างทุลักทุเล

ปัญหาคืองบประมาณก้อนนี้มุ่งไปทางเศรษฐกิจและฟื้นฟูประเทศเป็นหลัก

ไม่ได้ช่วยเสริมศักยภาพการสู้รบโดยตรง

เงินช่วยเหลือก้อนใหญ่จากสหรัฐฯ มูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์จากสหรัฐฯ ยังคงติดอยู่ในรัฐสภาอเมริกัน เพราะ สส. และ สว. พรรครีพับลิกันยังกำลังต่อรองกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่จะ “ยื่นหมูยื่นแมว” อยู่

อีกทั้งยังมีเสียงคัดค้านจากโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังหาเสียงเพื่อเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกครั้ง

ท่าทีของทรัมป์ยืนอยู่คนละข้างกับไบเดน

โดยประกาศว่าถ้าเขากลับทำเนียบขาว จะยุติสงครามยูเครนใน 24 ชั่วโมง

โดยไม่ต้องใช้งบประมาณอะไรเลย!

นี่คือสถานการณ์อ่อนไหวที่มีผลกระทบไปทั่วโลกในยามที่ยังมีสงครามที่ฉนวนกาซาและความตึงเครียดที่ทะเลจีนใต้และไต้หวันอย่างต่อเนื่อง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไบเดนควงคิชิดะ มาร์กอสประกาศสกัดการขยายอิทธิพลจีน!

ผมเห็นนายกฯฟูมิโอะ คิชิดะของญี่ปุ่นปราศรัยต่อสภาคองเกรสสหรัฐฯเป็นภาษาอังกฤษปลายสัปดาห์ที่ผ่านมากล่าวหาจีนว่าเป็น “ภัยคุกคามต่อภูมิภาคนี้อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน” แล้วก็พอจะรู้ว่าความตึงเครียดจะต้องถูกยกระดับขึ้นมาอย่างแน่นอน

ปูติน-คิม: ยิ่งโลกยุ่ง สองสหายยิ่งแน่นแฟ้น

ยิ่งนับวันเกาหลีเหนือก็ยิ่งขยับใกล้รัสเซียมากขึ้น...หลักฐานอาวุธจากเปียงยางไปปรากฏในสมรภูมิยูเครนตอกย้ำว่า “คิม จองอึน” กับ “วลาดิมีร์ ปูติน” กำลังสานสัมพันธ์ใกล้ชิดมากขึ้นทุกวัน

เมื่อบริษัทมะกันถอนตัวจาก แหล่งก๊าซ‘ยาดานา’พม่า

ผลข้างเคียงจากสงครามกลางเมืองพม่าต่อไทยคือการบริหารแหล่งก๊าซยาดานา (Yadana) ที่ผู้ถือหุ้นสหรัฐฯ คือเชฟรอน เพิ่งประกาศถอนหุ้นออกไปเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา

‘คุณป้า’ เยลเลนโปรยยาหอม ผสมน้ำขมให้นายกฯ หลี่ของจีน

คุณป้า “เจเน็ต เยลเลน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ไปเมืองจีนค่อนข้างบ่อย จนมีคนนินทาว่าเธอมีความลำเอียงเข้าข้างจีนหรือเปล่า

ทูตปักกิ่งเข้าพบอดีตผู้นำทหารพม่า ขณะทหารจีนซ้อมรบชายแดน

เมื่อทูตจีนไปขอพบอดีตผู้นำทหารพม่าอย่างน้อย 2 คน ในจังหวะที่กองทัพพม่ากำลังเพลี้ยงพล้ำในสนามรบให้กับฝ่ายต่อต้าน ก็มีการคาดการณ์กันว่าปักกิ่งกำลังรณรงค์หาทางออกให้วิกฤตของพม่าอย่างไรหรือไม่