
นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน บอกกับนิตยสาร Time ว่าอาเซียนตกลงที่จะให้ไทยเป็นผู้นำในกระบวนการแก้วิกฤตของพม่า
แต่ดูเหมือนนายกฯ เองจะพูดถึงเรื่องนี้น้อยกว่าที่ควร
เช่นแผนการเปิด “ระเบียงมนุษยธรรม” ตรงชายแดนไทย-พม่า ตรงอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ยังไม่มีความชัดเจนว่าในทางปฏิบัติจะดำเนินอย่างไรจึงจะฟันฝ่าอุปสรรคความซับซ้อนตรงบริเวณชายแดนได้
ในการให้สัมภาษณ์ Time นั้น คุณเศรษฐาเน้นเรื่องการที่ประเทศไทยเปิดกว้างสำหรับการลงทุนจากต่างชาติ
แต่เรื่องวิสัยทัศน์ด้านการทูตของไทยเพื่อช่วยประสานความพยายามแก้วิกฤตเพื่อนบ้านและในภูมิภาคไม่ชัดเจน
ทั้งๆ ที่ความสามารถทางการทูตนี่แหละที่เป็น Soft Power ของจริงที่ไทยควรจะต้องเสริมสร้างขึ้นมาเหมือนในอดีตที่เราเคยเล่นบทเป็นผู้ประสานงานเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งรอบๆ บ้านเราได้ในหลายกรณี
เพราะคำว่า Soft Power นั้น ความจริงมาจากเรื่องการทูตเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ Hard Power อันหมายถึงการทำสงครามด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์
ไม่ได้เกี่ยวกับกางเกงช้างหรือการจัดอีเวนต์ต่างๆ ที่เรากำลังหมกมุ่นกันอยู่
ต้องคอยดูวันที่ 25 มีนาคมนี้ ทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนหรือไม่
นั่นคือกองทัพบอกจะจัดส่งความช่วยเหลือรอบแรกไปยังฝั่งรัฐกะเหรี่ยงของเมียนมาซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนไทยประมาณ 98 กิโลเมตร ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-พม่าแห่งที่ 2 ที่อำเภอแม่สอด
ข่าวบอกว่ากองทัพภาค 3 ได้ประสานกับผู้บริหารของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU)
ที่ส่งไปจุดนี้เพราะจะมีการนำสิ่งของบริจาคให้กับประชาชนที่กำลังประสบความยากลำบากที่ต้องหนีภัยการสู้รบ
อีกด้านหนึ่งของความพยายามจะหาทางให้มีการหยุดยิงมาจากฝ่ายจีน
ตั้งแต่เปิด “ปฏิบัติการ 1027” ในรัฐฉานและยะไข่ตอนเหนือเมื่อปลายปีที่แล้ว กลุ่ม “พันธมิตรฝ่ายเหนือ” หรือ “กลุ่มภราดรภาพ 3 พี่น้อง” ได้รับแรงกดดันจากจีนให้หยุดยิง
เพราะจีนเดือดร้อน
แต่แม้จะเจอแรงกดดันจากจีน การสู้รบส่วนใหญ่ก็ยังเดินหน้าต่อ
พันธมิตรฝ่ายเหนือ 3 กลุ่มคือ กองกำลังผสมของกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (MNDAA) กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) และกองทัพอาระกัน (AA)
ขณะที่รัฐบาลทหารสูญเสียทั้งที่ตั้งและทหารเพิ่มขึ้นตลอดเวลา
ปักกิ่งจัดการเจรจาครั้งแรกระหว่างทั้งสองฝ่ายในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว
ผู้แทนพิเศษของจีนประจำเมียนมาที่ทำหน้าที่ประสานหลักคือ เติ้ง ซีจวิน
ส่วนคณะผู้แทนรัฐบาลทหารนำโดยหัวหน้าผู้เจรจา มิน นาย
นอกนั้นก็มีตัวแทนคือเลขานุการจาก MNDAA และ TNLA และรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดของ AA
การเจรจารอบที่สามเกิดขึ้นที่คุนหมิง เมืองหลักของมณฑลยูนนานทางใต้ของจีน
ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบการหยุดยิงชั่วคราวในพื้นที่จำกัดในช่วงกลางเดือนมกราคม
การสงบศึกจำกัดอยู่ทางตอนเหนือของรัฐฉานซึ่งมีพรมแดนติดกับจีน
เมื่อข้อตกลงหยุดยิงเกิดขึ้น MNDAA ก็ดูแลเนื้อที่เกินกว่าพื้นที่สำคัญของเขตปกครองพิเศษรัฐฉานที่ 1
ซึ่งปัจจุบันเรียกว่าเขตปกครองตนเองโกก้างแล้ว
ส่วน TNLA ยังรักษาดินแดนที่ตนตั้งใจจะจัดตั้งเป็นรัฐปะหล่องด้วย
ทำให้ฝ่ายรัฐบาลทหารต้องหยุดการโจมตีทางอากาศและการยิงปืนใหญ่ในพื้นที่ส่วนนั้นด้วย
ที่สำคัญ ฝ่ายพันธมิตรต้องแสดงความพร้อมจะยอมตามแรงกดดันของจีน เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาตลอด
แต่สำหรับรัฐยะไข่แล้วยังไม่มีการสงบศึก
การหยุดยิงจำกัดอยู่ทางตอนเหนือของรัฐฉานไม่ครอบคลุมถึงความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ของ AA กับรัฐบาลทหารในรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของเมียนมา
เมื่อมีการลงนามหยุดยิงเมื่อวันที่ 11 มกราคม กองทัพ AA ได้ควบคุมเพียงบางส่วนของปาเลตวา ซึ่งเป็นประตูสู่ยะไข่ในรัฐชินที่อยู่ใกล้เคียงจุดนั้น
มีรายงานว่า ทั้งสองฝ่ายไม่ได้สนใจที่จะหารือเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงในรัฐยะไข่ด้วยซ้ำ
สองเดือนต่อมา AA ได้ควบคุมปาเลตวาทั้งหมดพร้อมกับเมืองยะไข่ ได้แก่ จ็อกตอ มรอู มินเบียพัคตอ ไมบอน และปอนนากยุน
การเจรจารอบที่ 4 ระหว่างพันธมิตรฝ่ายเหนือและรัฐบาลทหารพม่ามีขึ้นระหว่าง 29 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม
แต่ฝ่าย AA ยังเพิกเฉยต่อข้อเสนอหยุดยิงในรัฐยะไข่
ยืนยันอีกครั้งว่ามีเป้าหมายที่จะควบคุมพื้นที่ทั้งหมดของรัฐนี้
ไม่เพียงแต่กำลังหลักของ AA ประจำการอยู่ในรัฐยะไข่เท่านั้น แต่ยังส่งกองกำลังไปยังแนวรบอื่นๆ อีกหลายจุดด้วย
เช่นไปผนวกกำลังกับทหารของโกก้าง MNDAA และปะหล่อง TNLA ทางตอนเหนือของรัฐฉาน กองกำลังป้องกันประชาชนและกองทัพเอกราชกะฉิ่น (KIA) รวมถึงบางพื้นที่ของรัฐกะฉิ่นและรัฐฉาน ภูมิภาคสะกายและมะกเว และกองกำลังติดอาวุธของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงในรัฐกะเหรี่ยง
โดยที่กองกำลัง AA ที่อยู่นอกพื้นที่ตอนเหนือของรัฐฉานไม่อยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงแต่อย่างใด
การเจรจารอบที่ 4 ที่คุนหมิงมีเป้าหมายเพื่อเสริมการหยุดยิงทางตอนเหนือของรัฐฉาน และฟื้นฟูการค้าชายแดนจีน-เมียนมา ซึ่งถูกระงับเนื่องจากการสู้รบ
ทั้งสองฝ่ายเจรจาเงื่อนไขที่จะให้กลับมาใช้เส้นทางลาเสี้ยว-เซนี-คุนหลง-ชินชเวฮอว์ เพื่อให้ฟื้นคืนการค้าชายแดนพม่า-จีน
แต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใดๆ
มีรายงานว่ารัฐบาลพม่าเรียกร้องให้ถอนทหารของกลุ่มพันธมิตรฝ่ายเหนือออกจากเส้นทางการค้าชายแดน
แต่ได้รับการปฏิเสธ
ผ่านมาประมาณ 140 วันแล้วนับตั้งแต่การค้าชายแดนซึ่งมีมูลค่าระหว่าง 10 ล้านถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวัน ถูกระงับ
จีนต้องการฟื้นฟูโดยเร็วที่สุด แต่ก็ไม่สามารถกดดันให้ทั้งสองฝ่ายสรุปข้อตกลงกันได้
เพียงแค่นัดจะกลับมาเจรจารอบใหม่ในเดือนพฤษภาคม
ในปฏิบัติการทางทหารล่าสุดนั้น AA ยืนยันว่าจะดำเนินการตามวัตถุประสงค์ทางทหารในรัฐยะไข่ต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ยังได้ประกาศต่อสาธารณะว่าจะสนับสนุนกลุ่มต่อต้านอื่นๆ รวมถึงกองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) ซึ่งเป็นฝ่ายติดอาวุธของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติพลเรือนคู่ขนาน
สถานการณ์สู้รบในพม่ายังผันผวนปรวนแปรอย่างต่อเนื่อง
ทำให้โอกาสการเจรจาสันติภาพยังห่างไกล...ขณะที่ไทยเรายังพยายามจะแสวงหาช่องทางที่จะลดความรุนแรง...และมองหาหนทางที่อาเซียนจะผลักดันให้เกิดช่องทางแห่งการสงบศึกตาม “ฉันทามติ 5 ข้อ”
“เราทำทุกอย่างเพื่อยกระดับความหวัง ทั้งๆ ที่ยังมีความซับซ้อนเต็มไปในทุกขั้นตอน” ผู้เชี่ยวชาญที่เกาะติดเรื่องนี้บอก
(พรุ่งนี้: จีนกับผลประโยชน์ในพม่าที่จะให้กระทบไม่ได้).
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน

