เน้นเชิงรับมากกว่าเชิงรุก

ก๊าซหุงต้ม หรือก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas) หรือก๊าซ LPG  ด้วยคุณสมบัติพิเศษของมันก็คือ การที่มีสารโพรเพนและบิวเทนอยู่ในตัว ซึ่งสารสองนี้เป็นสารที่ติดไฟง่าย ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และหนักกว่าอากาศ เมื่อยังมีสถานะเป็นของเหลว ก๊าซประเภทนี้มักจะให้ความร้อนคงที่ ดังนั้นจึงมักนำมาใช้ในครัวเรือน เพื่อการหุงหาอาหาร รวมไปถึงกระบวนการผลิตสินค้าในโรงงานอุตสาหกรรม และต่อมาได้มีการนำมาใช้ในรถยนต์อีกด้วย

ซึ่งข้อมูลจาก มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ระบุว่า  ก๊าซหุงต้มมีคุณสมบัติไวไฟ และเป็นเชื้อเพลิงที่สามารถติดไฟอย่างรวดเร็ว จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการระเบิดหรือเพลิงไหม้ และเพื่อความปลอดภัยจากการใช้ก๊าซหุงต้ม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย จึงได้แนะวิธีใช้ก๊าซหุงต้มอย่างถูกต้อง

เริ่้มจากการเลือกถังก๊าซ ควรเลือกใช้ถังก๊าซหุงต้มที่มีเครื่องหมายของผู้ผลิต มีตราสัญลักษณ์ เครื่องหมายรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) มีการปิดผนึกบนวาล์วหัวถังก๊าซ ระบุวัน เดือน ปี การทดสอบถังครั้งสุดท้ายซึ่งไม่ควรเกิน 5 ปี รวมถึงมีข้อความว่า อันตราย ห้ามกลิ้ง ห้ามกระแทก เขียนไว้ที่ตัวถัง และระบุน้ำหนักถังอย่างชัดเจน ถังก๊าซควรอยู่สภาพสมบูรณ์ ไม่บุบ ไม่บวมหรือเป็นสนิม

และวางถังก๊าซบนพื้นที่ราบและแข็งแรง ห่างจากถังก๊าซประมาณ 1.5-2 เมตร ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก อยู่ในบริเวณที่สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็ว ไม่กีดขวางทางเข้า-ออก ห้ามกลิ้งหรือกระแทกถังก๊าซ เพราะแรงกระแทกอาจทำให้ถังก๊าซระเบิดได้ หลังจากใช้งานเสร็จแล้ว ให้ปิดวาล์วถังก๊าซหุงต้มก่อนและรอจนไฟที่เตาดับสนิทแล้วจึงปิดวาล์วที่หัวเตา

รวมถึงควรหมั่นตรวจสอบอุปกรณ์และถังก๊าซหุงต้มให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ดีอย่างสม่ำเสมอ และศึกษาวิธีการใช้ก๊าซหุงต้มอย่างละเอียดเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะการปฏิบัติตนในกรณีที่ก๊าซเกิดการรั่วไหล รวมทั้งติดตั้งถังดับเพลิงเคมีในบริเวณที่สามารถหยิบใช้ได้ทันทีที่เกิดเพลิงไหม้

แต่ก็ต้องยอมรับกันว่า แม้ผู้บริโภคจะเลือกใช้ถังก๊าซหุงต้มที่มีเครื่องหมายของผู้ผลิต มี มอก. ถูกต้องทุกอย่าง แต่ในทางปฏิบัติจริงส่วนใหญ่มักจะถูกเอาเปรียบจากร้านแก๊ส จากถังใหม่ถูกต้องทุกอย่าง ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเก่า บางครั้งถังเก่าแก่สนิมเกาะ รอแล้วรอเล่าถังใหม่ก็ยังไม่เวียนกลับมาหาเราสักที จะเอาไปเปลี่ยนร้านอื่นก็ไม่ได้ เพราะเขาบอกว่าถังเก่าพัง ใกล้หมดอายุ ถ้าเปลี่ยนต้องจ่ายเงินเพิ่ม เลยจำต้องเปลี่ยนแต่ร้านเดิม และที่น่าตกใจคือ ร้านจำหน่ายแก๊สหลายๆแห่งทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด รวมถึงปริมณฑลไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายแก๊ส นอกจากนี้ยังมีการนำถังก๊าซไปไปเติมในปั๊ม LPG ก็ยังมีอีกมาก

ล่าสุดแม้ สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน หรือ ธพ. ได้ออกมาระบุว่า กรมได้รับทราบปัญหาการลักลอบเติมก๊าซในถังก๊าซหุงต้ม ในปั๊มก๊าซ LPG จึงได้เร่งดำเนินการตรวจสอบ และกำกับดูแลอย่างต่อเนื่องในประเด็นปัญหาดังกล่าว ซึ่งมีข้อกฎหมายที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า “ไม่ให้มีการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวลงในถังก๊าซปิโตรเลียมเหลวหุงต้มภายในสถานีบริการ” ซึ่งตาม พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2542 มาตรา 66 กำหนดไว้ว่า ผู้ใดประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 โดยไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 7 ระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

พร้อมทั้งได้ประสานความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ในการประชาสัมพันธ์ แจ้งเบาะแส หากพบการกระทำความผิดลักลอบเติมก๊าซ LPG ลงถังก๊าซหุงต้มในสถานีบริการ มีสินบนนำจับแก่ผู้แจ้งเบาะแสไม่น้อยกว่า 3,750 บาทต่อกรณี โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมธุรกิจพลังงาน กองความปลอดภัยธุรกิจก๊าซปิโตรเลียมเหลว กลุ่มสถานีบริการ โทร.0-2794-4814 (ในวันเวลาราชการ)

และยังย้ำว่ากรมอยู่ระหว่างทบทวนแนวทางดำเนินการกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายเพื่อเพิ่มโทษกับสถานีบริการและผู้ปฏิบัติงาน กรณีพบการกระทำผิดซ้ำ ตามมาตรา 54 และอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาต ตามมาตรา 55 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2542 เพื่อยกระดับมาตรการในการกำกับดูแลไม่ให้เกิดการกระทำผิด และกรมธุรกิจพลังงานจะดำเนินการสุ่มตรวจร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดเป็นระยะต่อไป เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ก๊าซหุงต้มอย่างปลอดภัย

แต่ในความเป็นจริงก็ยังเป็นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง!!! เน้นเชิงรับมากกว่าเชิงรุก ต้องรอให้เกิดเหตุเสียก่อนแล้วค่อยตาตื่นมาล้อมคอกกันอีกที. 

 

บุญช่วย ค้ายาดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน

ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่

โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต

“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร

การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง

การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล

‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน