
แล้วก็ราคาคุยอีกครั้ง สำหรับ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่าด้วยกรณี “ศึกสีกากี” โดยเฉพาะประเด็นที่ “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” ถูกออกหมายจับ และเจ้าตัวได้ไปมอบตัวที่ สน.เตาปูน ซึ่งมีประเด็นว่าจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่อย่างไร ขณะที่ “เศรษฐา” ไปสภาผู้แทนราษฎรเพื่อนั่งสแตนด์บายรับฟังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสับในการอภิปรายทั่วไป โดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 นั้น “เศรษฐา” ได้ให้สัมภาษณ์ว่าช่วงบ่ายจะมีความชัดเจนในเรื่องนี้ ...๐
สุดท้ายเมื่อ “พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์” รอง ผบ.ตร. ในฐานะรักษาการ ผบ.ตร.เข้าพบก็ไม่มีอะไรในกอไผ่เช่นเดิม โดยงานนี้ “บิ๊กต่าย” ก็ร่ายยาวเหมือนเป็นประมวลกฎหมายตำรวจว่าด้วยการพักงานของตำรวจ แต่สรุปได้ใจความสั้นๆ ว่า “บิ๊กโจ๊ก” ก็ยังทำหน้าที่ของตนเองต่อไปนั่นเอง ซึ่งงานนี้ก็สะท้อนอย่างหนึ่งว่า “เสี่ยนิด” นั้นเรียกว่าไม่รู้จักขั้นตอนและกฎหมายของตำรวจแต่ประการใด แต่กลับชอบโชว์ออฟโชว์เหนือเรียกราคาต่อหน้าสื่ออย่างยิ่ง ...๐
ในขณะที่ “บิ๊กต่อ” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ซึ่งเป็น “คู่กรรมคู่เวร” ของบิ๊กโจ๊กนั้น ก็ต้องบอกว่าอ่วมอรทัยไม่แพ้กัน เพราะในขณะที่ “โจ๊ก” โดน 3 หมายเรียกก่อนหมายจับนั้น แต่ “ต่อศักดิ์” ก็ถูก “ทนายตั้ม” หรือ “ษิทรา เบี้ยบังเกิด” เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ตามล้างตามเช็ดกันเลยทีเดียว เพราะในวันอังคารทนายตั้มก็ไปร้องทุกข์ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องส่วยเว็บพนันมาแล้ว แต่ในวันพุธ “ษิทรา” ก็ยังเดินสายร้องถึง 2 สถานที่ โดยไป ยื่นหนังสือต่อ "พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม” ประธานกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) เพื่อให้ตรวจสอบวินัย และต่อมาก็ไป ยื่นหนังสือให้ “ชัยธวัช ตุลาธน” สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกลในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภา เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องคอร์รัปชันในแวดวงสีกากี ...๐
เอ่ยถึง “ชัยธวัช” ก็ต้องไม่ลืมเรื่องยุบพรรคก้าวไกล เพราะล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญได้นับหนึ่งว่าด้วยการยุบตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ส่งเรื่องให้แล้ว โดยให้พรรค ก.ก.ทำคำชี้แจงส่งมาภายใน 15 วัน ซึ่ง “ขงเบ้งต๋อม” ก็ตอบรับทันควันว่าจะต่อสู้อย่างถึงที่สุดทั้งในศาลและต่อสาธารณะ งานนี้ก็เรียกว่า “ชัยธวัช” จะเล่นเกมเสี่ยงด้วยการลากสังคมและสาวกส้มมาเป็นเสาพิงหลังอีกแล้ว ทั้งที่เรื่องการชูการแก้ไขมาตรา 112 ในการหาเสียงนั้น เกิดจากความกระเหี้ยนกระหือรือของคนในพรรคและนอกพรรคที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองมิใช่หรือ แต่เมื่อถูกชี้เป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายกลับจะอ้างสาธารณะขึ้นมาเชียว ...๐
หันมาเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจกันบ้าง แม้จะไม่ใช่มาตรา 151 ที่อาจนำไปสู่การขยับเก้าอี้ของรัฐบาลและรัฐมนตรีได้จากผลคะแนนโหวต แต่ก็ถือเป็นการฝึกฝีมือและลับฝีปากของท่านผู้แทนราษฎรได้เป็นอย่างดี ซึ่งประเดิมด้วย “ชัยธวัช” ในฐานะพรรคที่มี สส.มากที่สุด ซึ่งเรียกว่าเป็น “ออเดิร์ฟ” ที่ดุใช้ได้ โดยระบุว่า เป็นประชาธิปไตยแบบไหลย้อนกลับ ที่ผู้นำทางการเมืองผู้มีอิทธิพลทางการเมืองลุแก่อำนาจได้คืบเอาศอก ต้องเจอกับการเมืองที่พยายามทำลายสิ่งใหม่เพื่อรักษาสิ่งเก่า ...๐
โดยหลัง “ชัยธวัช” กล่าวจบ “เศรษฐา” ก็รีบชี้แจงทันที แต่ก็ต้องบอกว่าขำไม่ออกอย่างยิ่ง เพราะเข้าตำราถามวัวตอบม้าเสียจริงๆ เพราะ “ชัยธวัช” พาดพิงกล่าวในภาพรวมโดยเฉพาะเรื่องของการเมืองแบบเก่า การใช้อำนาจพวกพ้องทั้งเรื่องแสวงหาผลประโยชน์และกระบวนการยุติธรรม แต่ “นายกฯ” กลับไปตอบเรื่องของการแก้ไขปัญหาผลผลิตทางการเกษตร ราคายาง ที่สำคัญยังอุตส่าห์ยกก้นตัวเองด้วยว่า 6 เดือนที่ผ่านมาบริหารประเทศได้อย่างดี ดูได้จากการไม่มีม็อบเกษตรกรมาร้องเรียนเลย อ้าว แล้วม็อบ คปท.ที่นอนอยู่ที่ข้างทำเนียบรัฐบาลเล่า ทำไม “เศรษฐา” ถึงไม่เอ่ยอ้างไม่กล่าวถึงซักคำเดียว ...๐
ต่อมา “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็เจิมรัฐบาลต่อเนื่อง ที่สำคัญไม่ทิ้งลายขุนพลฝีปากกล้าเลย เพราะเล่นซัดตั้งแต่ “ตีหน้าซื่อกลางแดด การแลบลิ้นปลิ้นตา คนไทยสำลักอีเวนต์ แมลงวันที่บินทั้งวันแต่ไม่ได้อะไร คุกทิพย์ ปลอกคอทิพย์ และเลี้ยงหลานทิพย์ สำนึกทิพย์” เรียกว่าสารพัดคำนิยามที่ให้รัฐบาลเศรษฐา ร้อนจน “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” รมว.ยุติธรรมต้องออกมาตอบโต้ “จุรินทร์” ทันควัน แต่ที่ขำไม่ออกคือ “เศรษฐา” ซึ่งทุกทีมักโต้กลับเร็ว แต่งวดนี้สงสัยเจอหมัดอัปเปอร์คัตและหมัดตรงซะจนตาลาย จึงต้องไปให้ทีมและองครักษ์ติวมาก่อนจะกลับมาตอบโต้หลังจากผ่านไปแล้วกว่า 5 ชั่วโมง โดยซัดว่าอย่าทำตัวเป็น “แมลงหวี่” จ้องเล่นแต่การเมือง แหม! งานนี้ศึกอภิปรายวันแรกจึงเป็นศึกของแมลงไปโดยปริยาย เพราะ “แมลงวัน-แมลงหวี่” ว่อนเต็มสภาเลยทีเดียว ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .
บันทึกหน้า 4
ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.
บันทึกหน้า 4
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ
บันทึกหน้า 4
เลือกกันไปเรียบร้อยตำแหน่งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โผไม่พลิก “โสภณ ซารัมย์” จากพรรคภูมิใจไทยนั่งตำแหน่งประธาน เอาชนะ “ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ” จากพรรคประชาชนไปด้วยคะแนน 289 ต่อ 123 คะแนน ที่น่าสนใจคือ มีผู้งดออกเสียงมากถึง 80 เสียง และบัตรเสียอีก 5 ใบ

