บันทึกหน้า 4

เชื่อว่าไม่เกินสิ้นเดือนเมษา.ฮาวายนี้ เราคงได้เห็นโฉมหน้าของรัฐบาลเศรษฐา 2 กันแน่นอน เพราะผู้มีบารมีเหนือรัฐบาลอย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่ง ซูเปอร์โพลได้สำรวจบอกไว้เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ได้เคาะกะลาเรียกรัฐมนตรีเพื่อไทยมาร่วมดินเนอร์ไปแล้ว ที่สำคัญ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็เข้าไปกราบผู้ใหญ่ที่เคารพมาแล้ว ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ส่วนจะมีรายชื่อหรือไม่นั้น แม้ปากบอกว่าไม่ได้พูดคุยเรื่องดังกล่าวแต่ประการใด แต่ คนที่ไม่ได้กินหญ้าแทนข้าวต่างก็รู้ว่า หากจิตวิญญาณของพรรคไม่เคาะชื่อออกมา “เศรษฐา” นายกฯ ทางนิตินัยจะกล้าปรับหรือไม่อย่างไร ...๐

ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งในเรื่องการปรับ ครม.งวดนี้ โดยเฉพาะท่าทีล่าสุดของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เป็น พรรคอันดับสองในรัฐบาล ที่ออกท่าทางแบบหงุดหงิดเล็กน้อย โดยดูได้จากการให้สัมภาษณ์ล่าสุดในเรื่องพรรคเพื่อไทยที่ปรับหลายตำแหน่ง

ว่า “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพรรคร่วม เป็นเรื่องธรรมดาของรัฐบาลที่เป็นรัฐบาลผสม พรรคใดที่มีความรับผิดชอบต่อกระทรวงใดๆ ก็ต้องไปจัดการ และเป็นเรื่องภายในของแต่ละพรรค” งานนี้ไม่รู้ “เสี่ยหนู” คงจะเซ็งหากมากระทบกระทรวงที่พรรคตนเองเกี่ยวข้อง ที่อาจต้องมานั่งแบ่งงานกันใหม่หรือไม่อย่างไร แต่ที่แน่ๆ ดูเหมือนจะไม่ปลื้มการปรับ ครม.ที่รวดเร็วแบบหม้อข้าวยังไม่ทันดำนั่นแล ...๐

หันมาดูโผ ครม.แรกที่ออกมากันบ้าง ที่นอนมาแน่เหมือนแช่แป้งแล้วและดูเหมือนภาคเอกชนจะขานรับเสียด้วยคือ “พิชัย ชุณหวชิร” ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ซึ่งสนิทชิดเชื้อกับ “ตระกูลชินวัตร” มาอย่างยาวนาน ที่สำคัญมีชื่อเป็น “ขุนคลัง” มาตั้งแต่รัฐบาลตั้งไข่ แต่เผอิญ “เศรษฐา” ขอควบไว้เพื่อเซ็นแบงก์และโชว์ผลงานด้านอสังหาริมทรัพย์ก่อน ซึ่งเมื่อ “ภาระเสร็จสิ้น” แล้ว ก็ถึงคราวต้องโบกมือลา เพราะต้องยอมรับว่า “ขุนคลังนิด” นั้น ผลงานอยู่ในท็อปไฟว์ของขุนคลังที่บู่ที่สุดที่เคยมีมา ...๐

ไม่ใช่เฉพาะตัว “ขุนคลัง” ที่ต้องเปลี่ยนเท่านั้น แต่รวมถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทั้ง 2 คนก็น่าจะทบทวนกันไปเลยทีเดียว เพราะ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” รมช.การคลังนั้น ก็ต้องบอกว่าผลงาน “ดิจิทัลวอลเล็ต” ที่หวังเป็นตัวช่วยหาเสียงให้พรรคเพื่อไทย สุดท้ายยังเป็นแม่สายบัวแต่งตัวรอเก้อ ที่สำคัญ “จุลพันธ์” ในฐานะดูแล “ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์” กลับจะพาให้ ครม.ติดตะรางกันยกก๊วน นี่ ยังไม่นับรวมเรื่องของ “ซูเปอร์แอป” ที่เป็นคำถามให้สังคมกังขากันอีกว่าจะละเลงงบประมาณไปเท่าใด ...๐

ในขณะที่ “กฤษฎา จีนะวิจารณะ” รมช.การคลัง แม้จะเป็นโควตาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) แต่ก็ต้องบอกว่า ผลงานไม่เข้าเป้าอย่างแรง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะกฤษฎาก็มาจากสายงานข้าราชการประจำ เราจึงไม่เห็นผลการแก้ไขปัญหาเรื่องสลากกินแบ่งเกินราคาได้เลย ทั้งที่เจ้าตัวได้ดูแลสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมาตั้งแต่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง ไม่เชื่อไปถาม “ทักษิณ” ที่ไปซื้อหวยที่เชียงใหม่ 140 ใบดูว่าขายใบละเท่าไหร่ หรือจะไปถาม “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ที่ไปซื้อเช่นกันในการไปเที่ยวสงกรานต์ว่าได้ใบละ 80 บาทไหม ...๐

ส่วนอีกกระทรวงที่น่าจะล้างบางและยกกระทรวงหากคิดถึงประชาชนอย่างจริงจัง ก็คงไม่เกิน กระทรวงคมนาคมของ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” เพราะเจ้ากระทรวงตอนเข้ามาใหม่ๆ ก็บอกว่ารื้อ “แลนด์บริดจ์” ซะอย่างนั้น แต่ต่อมา “เศรษฐา” และรัฐบาลกลับเข็นโครงการดังกล่าวเป็นเรือธงไปขายฝันต่างชาติ สะท้อนให้เห็นถึง “วิสัยทัศน์” ของ รมว.คมนาคมที่ต่างจากรัฐบาลไปคนละทิศ นี่ยังไม่นับรวมนโยบายหาเสียงอีกอย่างคือ ค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งจนป่านนี้ก็ทำไปแค่สายชานเมือง (สายสีแดง) ของ รฟท. และรถไฟฟ้ามหานคร (สายสีม่วง) ของ รฟม.เท่านั้น แล้วก็เงียบหายเข้าป่าช้าไป ...๐

ส่วน รมช.ทั้ง 2 คนอย่าง “มนพร เจริญศรี” และ “สุรพงษ์ ปิยะโชติ” โดยเฉพาะเจ๊มนพรที่ดูแล “องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ” หรือ ขสมก.นั้น ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหารถเมล์เอ็นจีวีได้ โดยตอนนี้ก็เรียกว่าแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ โดยใช้รถเมล์ร้อนออกมาให้บริการ ก็อยากให้ “เจ๊มนพร” ลองมาใช้บริการดูบ้างว่าจะรู้สึกเช่นไรในสภาวะอากาศแบบนี้ แต่ต้องยัดทะนานกันขึ้นไปบนรถเมล์ร้อน เพราะหากไม่ขึ้นก็ต้องรอกันเป็น 1-2 ชั่วโมง ไหน “เศรษฐา” เคยเรียกร้องให้พวกอยู่บนหอคอยทั้งหลายลงมาเดินถนนบ้าง งานนี้ก็น่าจะเรียก “มนพร” ลองไปรอและไปขึ้นรถเมล์ดูบ้างก็น่าจะดี ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .

บันทึกหน้า 4

ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "

บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.

บันทึกหน้า 4

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ

บันทึกหน้า 4

เลือกกันไปเรียบร้อยตำแหน่งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โผไม่พลิก “โสภณ ซารัมย์” จากพรรคภูมิใจไทยนั่งตำแหน่งประธาน เอาชนะ “ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ” จากพรรคประชาชนไปด้วยคะแนน 289 ต่อ 123 คะแนน ที่น่าสนใจคือ มีผู้งดออกเสียงมากถึง 80 เสียง และบัตรเสียอีก 5 ใบ