ในแนวบวกของเมือง-ระวังนโยบายตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

ภาพดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์
มฤตยูจร(0)กำลังเดินในราศีพฤษภตลอดปี(มีเดินผิดปกติ)
พฤหัสบดีจร(5)เดินในราศีพฤษภระหว่าง30เมษายน2567-13พฤษภาคม2568(มีเดินผิดปกติ)
พระราหูจร(8)เดินในราศีมีน-5พฤษภาคม2568

  ตามที่ได้ทำนายความจะเป็นไปในเมืองรัตนโกสินทร์ระหว่างวันคล้ายวันเกิดเมืองที่ 21 เมษายน 2567-21 เมษายน 2568 เป็นเวลาหนึ่งปี ในชื่อตอน-สุขสันต์วันเกิดเมืองหนึ่งปี-ไปแล้ว ว่าเป็นปีที่เมืองได้แนวบวกจากดาวใหญ่-เล็กมากกว่าแนวลบนั้น วันนี้ขอใช้หลักโหรเน้นไปที่แนวลบที่แฝงมาเพื่อความไม่ประมาท-เพลิดเพลินพอได้กระตุกไว้บ้าง

                 กล่าวคือในระยะหนึ่งปีที่เมืองได้เกณฑ์บวกมากนั้นมีอาการแฝงด้านลบแทรกมาด้วยอันจะส่งผลให้เคราะห์ร้ายทางเศรษฐกิจของเมืองรอเริ่มโผล่ขึ้นมาหลังวันเกิดเมืองที่ 21 เมษายน 2568 เป็นต้นไป

                 เกณฑ์ลบที่แทรกเข้ามาไม่คาดคิดดังกล่าวเกิดจากพฤหัสบดีจร(5)ซึ่งเปรียบได้กับหัวหน้าเทวดาประจำเมืองเป็นหลักสำคัญด้วยเรื่องโครงการตามนโยบายของรัฐบาลที่ค่าใช้จ่ายไม่คุ้มค่า-ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำในเมือง ตามหลักโหร-ไม่ได้คิดเองดังต่อไปนี้

                1.ในพื้นดวงเดิมดวงของเมือง(ที่จะบอกแผนที่ชีวิตเมืองตั้งแต่เกิด-ไปจนถึงวันที่ไม่มีเมือง)นั้น พฤหัสบดีดวงเดิม(๕-เขียนด้วยเลขไทย)สถิตที่ราศีธนู-ภพที่เก้า-ศุภะแปลได้ง่ายๆคือโชคของเมือง ได้มาตรฐานเกษตราธิบดีที่ถือว่าเข้มแข็งมากคือมั่นคง-ได้โชคเสมอ ยิ่งขณะเมืองเกิดคือวินาทีที่วางเสาหลักเมืองดาวตัวนี้กำลังเดินถอยหลังหรือ-พักร-ยิ่งให้คุณมาก

                 2.แต่นอกจากเป็นตัวแทนโชคของเมืองแล้ว  พฤหัสบดีนี้ยังเป็นตัวแทนหรือเจ้าบ้านของราศีมีน ภพที่สิบสอง-วินาสน์อันหมายถึง ค่าใช้จ่าย หรือความสูญเสียและค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่าหรือไม่คุ่มค่า(รวมทั้งการฉ้อราษฎร์บังหลวง)ในเมืองอีกด้วย

                 เมื่อเจอกับเรื่องดาวที่เป็นเจ้าเรือนสองราศีเช่นนี้คนเรียนโหรมักจะงงว่าจะให้-น้ำหนักอิทธิพลด้านใดมากกว่ากัน แต่ มหาบรรเทา จันทรศร หรืออุตรภัทร ครูโหรผู้ล่วงลับได้อธิบายด้วยหลักอิทธิพลของดาวภาคกลางวัน-กลางคืน สรุปว่า

                 เมื่อพฤหัสบดีดวงเดิมของเมือง(๕)สถิตในราศีธนูถือเป็นภาคกลางวัน อิทธิพลเรื่องโชค-ศุภะที่จะให้เมือง(ตั้งแต่เกิดจนไม่มีเมือง)คิดเป็นร้อยละ 75 ส่วนราศีมีนคือวินาสน์หรือค่าใช้จ่ายหรือความสูญเสียค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่าหรือไม่คุ้มค่าคิดเป็นร้อยละ 25

             ตัวเลขนี้ผู้เขียนพูดในรายการคนดังนั่งเคลียร์ ที่สัมภาษณ์โดยอาจารย์อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ เมื่อเร็วๆนี้เป็นตัวเลข70ต่อ30 ซึ่งก็ใกล้เคียงกัน

            3.ตั้งแต่ 30 เมษายน 2567 เป็นต้นไป ไม่ว่าพฤหัสบดีจร(5)จะให้คุณหลายด้านเพียงใดต่อเมืองทางเศรษฐกิจตามหลักอื่นในทางโหร เช่นจักรทีปนีจร-หลักภพผสมภพ-หลักทักษาจร ฯลฯ  เพราะในภาคความเป็นจริงกำลังมีการใช้นโยบายกระตุ้นการขยายตัว(หนึ่งในอาการของพฤหัสบดี) เพราะเข้าเดินในราศีพฤษภ ภพที่สองดินแดนของการทำมาหาได้หรือเศรษฐกิจของเมือง-นั้น

                 แต่ด้วยราศีพฤษภนี้จัดเป็นหนึ่งในราศีภาคกลางคืน ฉะนั้นตัวเลขจึงมีโอกาสพลิกเป็นค่าใช้จ่าย หรือความสูญเสียและค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่าหรือไม่คุ่มค่าร้อยละ75(หรือ70) เป็นโชคร้อยละ25(หรือ30)

               4.หลักโหรพฤหัสบดี(๕)โดยพื้นดวงเดิมเมืองรัตนโกสินทร์มาจากหรือเป็นตัวแทนภพวินาสน์ รวมความหมายคือค่าใช้จ่าย การล้มละลาย ศัตรูลับ  หากเป็นดวงชะตาคนเมื่อไปเดินในดินแดนการทำมาหาได้หรือเศรษฐกิจ(ภพที่สอง-กะฎุมภะ)เช่นนี้โหรจะเตือนให้ระวังค่าใช้จ่ายมโหฬาร หากฐานการเงินไม่แน่นหรือหาไม่เก่งก็มีโอกาสติดขัด-สะดุดหรือบางครั้งล้มละลายได้

                เกณฑ์นี้จึงเป็นเกณฑ์เสี่ยงและลบด้านเศรษฐกิจทางโหรเพิ่มมาอีก

               5.ที่ราศีพฤษภ-ภพที่สองอันเป็นดินแดนของเศรษฐกิจการทำมาหาได้ของเมืองนี้มีพระอังคารดวงเดิม(๓)ซึ่งเป็นดาวประจำชีพของเมืองสถิตอยู่ แล้วถูกพฤหัสบดีจร(5)มาทับเป็นเวลาประมาณ1ปีตั้งแต่ 30 เมษายน 2567-13 พฤษภาคม 2568

              พฤหัสบดีจรเจอกับพระอังคารเช่นนี้อ่านได้หลายอย่าง เช่นคู่สมพล คู่วิจัย แต่อีกความหมายคือคู่ใช้จ่ายไม่เข้าเป้า เช่นถ้าเกิดในพื้นดวงชะตาเดิมจะเกิดอาการในชีวิตบ่อยๆที่หาเงินแทบเป็นแทบตายแล้วเอาไปซื้อของฟุ่มเพือย หรือลงทุนพลาดเป้าฯลฯ

                จึงเมื่อปรากฎการณ์ดาวคู่นี้เจอกันเป็นเวลาหนึ่งปีในดวงเมือง เมืองจึง สุ่มเสี่ยงมากที่นโยบายรัฐบาลทำออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัว(อาการของพฤหัสบดี) หาเงินมาทำแทบเป็นแทบตายแต่จะใช้จ่ายไม่เข้าเป้า คล้ายตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

             6.ราหูกาลกิณีจร(8)เจ้าของความมัวเมา-ความมืด-อวิชชา เดินในราศีมีน-ภพวินาสน์ของเมือง หนึ่งปีจากวันเกิดเมืองที่ 21 เมษายน 2567-21 เมษายน 2568 พลิกเป็นให้คุณทับเมือง เพราะหลักกาลกิณีจรตกภพวินาสน์ ผลคือลาภเหมือนมาดที่มุ่งไว้ เมืองอยากได้อะไรก็จะได้

                  แต่อีกหนึ่งหลักด้านลบที่แฝงเข้ามาคือการที่พระราหูจรเดินในภพวินาสน์นี้ทางโหรถือว่าแตกหรือพินทุบาทว์ด้วย จึงจะทำให้เมืองทุกข์ๆยากๆเพราะความโลภ-อยากได้-อยากแจก จนทำแล้วจะกระทบต่อเศรษฐกิจด้วยเพราะพระราหูจรทับพระศุกร์ดวงเดิม(๖)ตัวแทนเศรษฐกิจที่สถิตในราศีมีนตั้งแต่เมืองถือกำเนิด

                  เนื่องจากผู้เขียนไม่มีภูมิทางเศรษฐศาสตร์-การเงิน-การคลัง การจะติงเรื่องใดๆที่สุ่มเสี่ยงต่อเมืองด้านเศรษฐกิจจึงมีแต่หลักโหรเท่านั้นที่พอใช้เป็นอาวุธได้แม้จะสร้างความรำคาญให้ท่านที่ไม่ได้เรียนมาทางนี้

              สรุปง่ายๆคือระหว่าง 21 เมษายน 2567-21 เมษายน 2568 ไม่ว่าเกณฑ์บวกทางเศรษฐกิจของเมืองจะมากแค่ไหน แต่คนทำนโยบายควรหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ไม่มุ่งกระตุ้นอย่างเดียว ควรฟังฝ่ายกระตุกบ้าง นี่ยังไม่นับรวมความอาเพศ-บวกมาก-ลบมาก ทางเศรษฐกิจที่จะเกิดได้ตลอดเวลาในเมือง)มฤตยูจร เดินในราศีพฤษภ) ชวนให้สวิงสวาย

                 เพราะโหรท่านใดก็พอจะดูออกว่าอีกไม่นานตั้งแต่ 21 เมษายน 2568 เป็นต้นไป เคราะห์ทางเศรษฐกิจของเมืองเริ่มรอเกิด แล้วตามด้วยเคราะห์ใหญ่ที่จะตามมา

              แต่หากจัดการดี-ระวังตัว-ระวังเงินตั้งแต่วันนี้เคราะห์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของเมืองที่รออยู่จะกลายเป็นเล็กให้เราพอทนได้ไม่หนักหนาสาหัสเท่าช่วงต้มยำกุ้งปี2540

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ระยะปรับแผนรับมือทุกข์จากพระเสาร์จร(ตอนที่สาม)

ตอนนี้มาว่ากันต่ออีกถึงกลุ่มลัคนาราศีที่มีโอกาสพบเกณฑ์ด้านลบจากพระเสาร์จร(7)หัวหน้าดาวร้าย-เทพเจ้าแห่งความระทม-ตัวโทษทุกข์ระหว่าง 1 มีนา

ระยะปรับแผนรับมือทุกข์จากพระเสาร์จร

อันว่าพระเสาร์(๗)นั้น จัดอยู่ในกลุ่มบาปเคราะห์ ที่มักบันดาลด้านลบให้ทุกดวงชะตา แต่หากจะเป็นด้านบวกก็ต้องผ่านด้านลบก่อน หรือเกิดผลลบจนแทบจะถอดใจแล้วกลายเป็นบวก หรือทุกขลาภ ลาภทุกข์

โหรทัก 'เศรษฐา' เก้าอี้นายกฯคลอนแคลน 10 มิ.ย. เป็นต้นไปยกการ์ดปิดหน้าสูงๆ

ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีตั้งแต่วันเกิดที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นมาแล้วและจะกินเวลายาวนานหนึ่งปีถึง 15 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของท่าน