ปูตินปลดรัฐมนตรีกลาโหม: ปรับยุทธศาสตร์สงครามใหม่?

ข่าวที่สร้างความแปลกใจไม่น้อยสำหรับคนที่ติดตามเรื่องราวของรัสเซียกับสงครามยูเครนมากว่า 2 ปี คือการที่ปูตินเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีกลาโหมและเลขาธิการสภาความมั่นคงฯ 

สะท้อนว่าปูตินไม่พอใจการบริหารสงครามของสองคนนี้ ที่นั่งอยู่ในบทบาทหลักของการบัญชาการรบ หรือปูตินเตรียมจะปรับยุทธศาสตร์สงครามยูเครนครั้งสำคัญ จึงต้องมีการปรับย้ายระดับบนของกองทัพครั้งนี้?

ข่าวจากมอสโกอย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาบอกว่า ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน เตรียมเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหลังจากเข้าสาบานตนรับตำแหน่งผู้นำประเทศในสมัยที่ 5

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีความหมาย เพราะเป็นการสั่งการให้ย้าย เซอร์เก ชอยกู ซึ่งนั่งอยู่ในตำแหน่งนี้มา 12  ปี ไปนั่งในตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติของรัสเซียแทน โดยที่ข่าวชิ้นเดียวกันแจ้งว่า ปูตินจะวางตัวให้  อันเดร เบลูซอฟ เป็นรัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่แทนชอยกู

ใครที่ติดตามข่าวจากรัสเซียจะเห็นว่า ชอยกูมีความสนิทสนมกับปูตินเป็นพิเศษ ไปไหนมาไหนก็จะเห็นทั้งสองคนอยู่ประชิดติดกันตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการประชุมที่เคร่งเครียดหรือในช่วงเวลาชิลๆ ที่ออกไปยิงนกตกปลาด้วยกัน มีภาพและข่าวบ่อยครั้งที่ปูตินกับชอยกูไปพักผ่อนที่เมืองทูวาในไซบีเรีย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของรัฐมนตรีกลาโหมคนนี้

เชื่อกันว่าความสนิทเป็นการส่วนตัวของทั้งสอง เป็นเหตุผลว่าทำไมชอยกูถึงอยู่ในตำแหน่งนี้มายาวนานหลายปี ยิ่งช่วงเปิดสงครามกับยูเครนก็ยิ่งเห็นการปรากฏตัวของชอยกูในข่าวสงครามบ่อยขึ้น จนเหมือนเป็นเงาตามตัวปูติน แต่จู่ๆ ก็มีข่าวว่าจะต้องเปลี่ยนตัวคนกุมบังเหียนกองทัพ  จึงเป็นเหตุให้มีการคาดการณ์ไปหลายด้าน

จังหวะเวลาในเรื่องอย่างนี้มีความสำคัญ  การโยกย้ายรัฐมนตรีกลาโหมครั้งนี้เกิดขึ้นไม่เพียงแต่ในตอนที่ปูตินนั่งตำแหน่งสูงสุดของประเทศเป็นสมัยที่ 5 หลังจากนั่งเก้าอี้ตัวนี้มา 24 ปีแล้วเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่สงครามยูเครนย่างเข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว

ข่าวแรกมาเมื่อวันอังคารแต่เหมือนไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น คณะรัฐมนตรีของรัสเซียประกาศลาออกทั้งคณะตามกฎหมายของรัสเซีย เพราะมีการเลือกตั้งและประธานาธิบดีคนเดิมเข้าสู่วาระใหม่

การโยกย้ายนายทหารระดับสูงครั้งนี้ของรัสเซียกลายเป็นข่าว เพราะเป็นการโยกย้ายเจ้าหน้าที่กองทัพที่ใกล้ชิดปูตินครั้งใหญ่ครั้งแรกในรอบ 15 ปี แม้ว่าจะเป็นช่วงจังหวะเวลาที่กองทัพรัสเซียกำลังลุยเปิดแนวรบด้านใหม่ในยูเครน

ที่มองข้ามไม่ได้คือ ข่าวที่ปูตินถอดถอนรัฐมนตรีช่วยกลาโหม ทิเมอร์ อีวานอฟ ข้อหาคอร์รัปชันเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งถูกจับตาว่าอาจจะเป็นการส่งสัญญาณของการลดทอนบารมีของชอยกูก่อนจะย้ายเขาออกจากกลาโหม

พอถึงวันอาทิตย์ก็มีข่าวเรื่องการโหมบุกหนักอีกรอบของกองทัพรัสเซียในยูเครน โดยมุ่งเน้นไปที่สมรภูมิด้านตะวันออกเฉียงเหนือ

การรบพุ่งดุเดือดเพราะรัสเซียเปิดศึกถล่มเมืองคาร์คิฟ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของยูเครน ทำให้ประชาชนหลายพันคนต้องอพยพออกจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศนั้น

มาพร้อมกับข่าวว่า ทหารรัสเซียเริ่มการบุกภาคพื้นดินรอบใหม่ในบริเวณนั้น โดยมุ่งเป้าโจมตีเมืองและหมู่บ้านต่างๆ ด้วยปืนใหญ่อย่างดุเดือด สนับสนุนโดยการถล่มโจมตีทางอากาศ การสู้รบเป็นไปอย่างดุเดือด กดดันให้ทหารยูเครนในเขตปกครองคาร์คิฟต้องถอยร่นไป

นั่นแปลว่ายูเครนต้องเสียดินแดนที่อยู่ใน "โซนสีเทา" ซึ่งประชิดติดชายแดนรัสเซียให้รัสเซียเพิ่มขึ้น รัสเซียเปิดยุทธการรอบใหม่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครนเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่การสู้รบหนักหน่วงขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

การปะทะรุนแรงเน้นไปที่เมืองวอฟแชสก์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่สุดของภูมิภาคนี้ของยูเครน

เจ้าหน้าที่ยูเครนที่เขตปกครองคาร์คิฟรายงานว่า กองทัพรัสเซียรุกเข้าเมืองนี้จากสามทิศทางพร้อมกันโดยหวังจะเผด็จศึกให้ได้

เสริมด้วยกองกำลังรถถังของรัสเซีย ที่ชาวบ้านบอกว่าเห็นวิ่งไปตามท้องถนนที่ไปสู่เมืองนี้อย่างเร่งร้อน

ข้อความทางการจากผู้ว่าการคาร์คิฟ โอเลห์ ซีนีฮูบอฟ ในสื่อสังคมออนไลน์สั่งให้ชาวบ้านไม่น้อยกว่า 4,000 คนเดินทางออกจากคาร์คิฟตั้งแต่วันศุกร์ เป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นก่อนที่กองทัพรัสเซียจะเข้าโจมตีหมู่บ้านต่าง ๆ 27 แห่งในช่วง 24 ชั่วโมง

ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ยอมรับว่าศึกครั้งนี้หนักหน่วงไม่น้อย แต่ก็ยืนยันว่าอาวุธจากตะวันตกชุดล่าสุดกำลังทยอยมาถึงสนามรบของยูเครน จึงมีความมั่นใจว่ายูเครนจะสามารถยับยั้งการโจมตีของรัสเซียทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ 

โดยย้ำว่านี่คือภารกิจหลักที่กองทัพยูเครนจะต้องทำให้สำเร็จให้จงได้ ยุทธวิธีของกองทัพยูเครนคือปฏิบัติการตีโต้กลับใส่พื้นที่รอบเขตปกครองคาร์คิฟเช่นกัน

ในเวลาเดียวกันก็มีรายงานจากเจ้าหน้าที่รัสเซียว่า บางส่วนของอาคารที่พักอาศัยความสูง 10 ชั้นแห่งหนึ่งในเมืองเบลโกรอด ใกล้ชายแดนยูเครนได้ถล่มลงมา มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ศพ บาดเจ็บ 20 คน

มอสโกอ้างว่าเป็นเพราะการโจมตีด้วยปืนใหญ่ของยูเครน แต่ฝ่ายยูเครนไม่ให้ความเห็นเรื่องนี้ เหมือนจะเป็นหลักปฏิบัติของยูเครนที่จะไม่ให้ข่าวในทำนองยอมรับหรือปฏิเสธรายงานข่าวใดๆ ที่เกี่ยวกับการโจมตีเป้าหมายในรัสเซียที่มอสโกอ้างว่าเป็นฝีมือของฝ่ายยูเครน

แต่การโยกย้ายครั้งนี้จะมีผลต่อปฏิบัติการในยูเครนมากน้อยเพียงใด ยังเป็นประเด็นที่ต้องประเมินกันทั้งจากแง่มุมของมอสโกและจากฝ่ายตรงกันข้ามคือฝั่งตะวันตก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แค่หลุดปากเรื่องไต้หวัน มหาเศรษฐี แห่ง Nvidia ก็เดือดร้อนหนัก!

นักธุรกิจดังระดับโลกที่เกิดในไต้หวันแต่ไปสร้างความโด่งดังที่อเมริกา ก็ยังไม่วายถูกปักกิ่งเตือนดังๆ ให้ “ระวังปาก” เวลาพูดถึงบ้านเกิดเมืองนอนของตน

เมื่อไบเดนเปิดไปเขียว: ยูเครนก็พร้อม ถล่มดินแดนรัสเซียด้วยอาวุธมะกัน

เมื่อประธานาธิบดีโจ ไบเดน เปิดไฟเขียวให้ยูเครนสามารถใช้อาวุธอเมริกันโจมตีเป้าหมายในดินแดนของรัสเซีย นั่นย่อมเท่ากับเป็นการเปิดเกมใหม่ที่จะทำให้มอสโกต้องมีปฏิกิริยาตอบโต้เช่นกัน