บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่ายังคงเป็น “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” อย่างต่อเนื่องทั้งในโลกความจริงและโลกเสมือน โดยเฉพาะในโซเชียลต่างๆ จาก การเสียชีวิตของ “น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม” หรือ “บุ้ง ทะลุวัง” โดยงานนี้ใครสนใจที่มาที่ไปว่าทำไมบุ้งถึงเดินมาถึงจุดนี้ได้ ก็ควรเข้าไปส่องเฟซบุ๊กของ “เอ็ดดี้-อัษฎางค์ ยมนาค” นักวิชาการและนักประวัติศาสตร์ที่ไล่เรียงมามีหลักมีการ และหากอยากอ่านแบบละเอียดก็เข้าไปอ่านได้ที่ www.atsadang.com เอาแค่ในเฟซบุ๊กมี 2 ตอน ก็ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา อย่างบุ้ง ตอนที่ 1 ปฐมบทก่อนไปถึงจุดสิ้นสุด “ใครชักนำหรืออะไรจูงใจให้บุ้งเข้าสู่วงการ” และบุ้ง ตอนที่ 2 “โหนศพหากินหรือไม่?” …๐

การเสียชีวิตของ “บุ้ง” ยัง เปลือยตัวตนและองค์กรระดับใหญ่ให้เห็นชัดๆ ด้วย โดยเฉพาะ “รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ” เพราะต้องบอกว่าบังเอิญเกินไปหรือไม่ ทั้งเวลาการทำ CPR นานมากถึง 112 นาที และเวลาชีวิต 11.22 น.

ซึ่งไม่รู้ว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขจงใจหรือเสกมากับมือ เพราะช่างคล้ายกับกรณีอดีต แกนนำพรรคอนาคตใหม่ไล่ฟ้องเรียกค่าเสียหายที่จะพยายามให้ลง 2475 อย่างไรอย่างนั้น ...๐

ไม่ใช่มีแค่ “รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ” แต่องค์กรที่กินภาษีประชาชนมีเงินเดือนกันหลายแสนบาทอย่าง “คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน” หรือ กสม. ก็เป็นกับเขาด้วย โดยการออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ ซึ่งก็ไม่แปลก แต่การบอกว่าเป็น “ผู้ต้องขังคดีการเมือง” นั้น ก็ดูเหมือนจะเอียงกระเท่เร่ไปหน่อย ซึ่งแถลงการณ์หรือเอกสารข่าวของ กสม.ครานี้ก็แทบไม่ต่างจากแถลงการณ์กรณีนักข่าวสองคนที่ถูกจับกุมคดีพ่นสีกำแพงวัดพระแก้วแต่ประการใดเลย ทั้งที่ข้อเท็จจริงนั้นไม่ใช่คดีการเมือง แต่เป็นคดีอาญาแผ่นดิน ซึ่งไม่ได้ติดคุกเพราะเห็นต่าง ที่สำคัญก็ได้รับสิทธิการประกันตัวเหมือนทุกคน ยกเว้นหากไปเทียบกับ “ทักษิณ ชินวัตร” เพราะนั่นเป็นเคสวีวีไอพีที่มีเงินติดระดับการจัดอันดับของฟอร์บส์กันเลยทีเดียว ...๐

แล้วก็ไม่พลาดโอกาสทันควัน เมื่อ “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม เตรียมชงเรื่องนิรโทษกรรม มาตรา 112 เข้าสู่ที่ประชุม โดยใช้เหตุของบุ้งมาเป็นชนวน งานนี้บอกได้คำเดียวหากดันทุรังเรื่องดังกล่าว สุดท้าย “นิรโทษกรรม” ก็อาจเป็นม่ายขันหมากอีกครั้งก็เป็นได้ ...๐

เอ่ยถึง “ทักษิณ แล้วจะไม่เอ่ยถึงการเหยียบแดนย่าโมก็ไม่ได้ เพราะมีการตีปี๊บมาล่วงหน้าจากปากรัฐมนตรีในรัฐบาลถึงวาระของนักโทษชายเด็ดขาดที่ได้รับการพักโทษว่าจะไปเป็นประธานในพิธีงานศพ ซึ่งล่าสุด “พรรณวดี ตันติศิรินทร์” ที่ปรึกษาเครือข่ายสตรี 20 จังหวัดภาคอีสานและอดีตแกนนำคนเสื้อแดงขอนแก่นก็บอกว่า จะมีคนเสื้อแดงอีสานนับพันใส่เสื้อสีแดงและธงสีแดงไปโบกสะบัดรับ “พระเอก” ที่ถูกรังแก ที่จะเดินทางมาเป็นประธานงานฌาปนกิจ “วิชัย ช่างเหล็ก” คนขับรถคู่ใจนายใหญ่ ซึ่งมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เอไอเอคู่กับแม่บ้านในคดีซุกหุ้นภาค 1 นั่นเอง ...๐

ส่วน “ลุงจิ๋ว หวานเจี๊ยบ” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 92 ปี ก็ฝากไปถึง “ทักษิณ” น้องรักว่า “เป็นคนชวนให้เข้ามาทำงานทางการเมือง และให้มาเป็นรองนายกฯ ขอให้ทำให้ดีๆ ทำให้ประเทศชาติเจริญนะ ไม่อย่างนั้นจะโดนเตะ” แหม! ลุงจิ๋วเล่นมุกหรือจะโชว์ว่าวัย 92 ปียังเตะปี๊บดังอยู่จ๊ะ ...๐ หันมาส่องการประชุมของศาลรัฐธรรมนูญกันบ้าง เพราะมีวาระที่น่าสนใจถึง 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ การขยายเวลาให้พรรคก้าวไกลของ “ชัยธวัช ตุลาธน” ในการทำเอกสารหลักฐานและการสู้คดียุบพรรคออกไปอีก 15 วัน หรือครั้งสุดท้าย โดยมีเดดไลน์ในวันที่ 2 มิ.ย. เรียกว่าต้นเดือนหน้าก็ได้ลุ้นแล้วว่าจะออกหมู่ออกจ่า ...๐

ส่วนมติอีกเรื่องแม้ใครหลายคนอาจมองเป็นเรื่องผ่านไปแล้วและเป็นเรื่องเล็กๆ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องเล็กแต่ประการใด นั่นคือมติ 6 ต่อ 3 เสียงของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ ที่ ขอให้วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ สส. ของ “นครชัย ขุนณรงค์” อดีต สส.ระยอง พรรคก้าวไกล สิ้นสุดลงตั้งแต่วันเลือกตั้ง และมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง  เนื่องจากรู้อยู่แล้วว่าเป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งแล้วปกปิดหรือไม่แจ้งข้อเท็จจริง เพราะ “นครชัย” ได้ลาออกก่อน ซึ่งเรื่องนี้ที่บอกว่าใหญ่คือ ความเสียหายในทางงบประมาณจัดการเลือกตั้งว่าใครจะรับผิดชอบ ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาอย่างน้อยก็ กกต.ก็ไปไล่เบี้ยได้ แต่กรณีนี้ มีการเลือกตั้งถึง 2 ครั้ง ค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินของคนทั้งประเทศสูญเสียไปใครต้องเป็นคนรับผิดชอบ หรือยุคนี้เงินของแผ่นดินตกน้ำก็ไหลตกไฟก็ไหม้กันเอ่ย...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

บันทึกหน้า 4

การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม

บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

บันทึกหน้า 4

"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว