'เจ๊แจ๋น'ยังอยู่

แรงกระเพื่อมหลังปรับ ครม. หลายคนออกอาการไม่พอใจ หรือหายหน้าเพื่อรักษาแผลใจเพราะเจ็บปวดจากการถูกปรับออก ทั้งที่ทำงานเพียง 7 เดือน ยังไม่ได้ใช้งบประมาณปี 67

หนึ่งในนั้นคาดว่าต้องมี “เจ๊แจ๋น” พวงเพ็ชร ชุนละเอียด อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ หลังถูกปรับออกคาดว่าคงช้ำใจหนัก เพราะก่อนหน้าก็ขอโอกาสพิสูจน์ตัวเอง แต่นายกฯ ก็ไม่ฟัง มีกระแสระบุว่าผลงานไม่เป็นตามเป้า ทั้งที่ “พวงเพ็ชร” แถลงจับบุหรี่ไฟฟ้าทุกวัน

แถมยังปรับคนเพื่อไทยเข้าไป 3 คน นั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เรียกว่าแน่นเป็นปลากระป๋อง แบ่งทำหน้าที่ คนหนึ่งด้านกฎหมาย คนหนึ่งด้านการเงิน และอีกคนสร้างภาพลักษณให้รัฐบาล

ก่อนหน้านี้ นายกฯ ให้ตำแหน่งปลอบใจ “เจ๊แจ๋น” ไปนั่งเป็นปรึกษาของนายกฯ และ ที่ทำงานไว้รองรับ แต่มาดาม กทม. ไม่เอา เพราะอาจรู้สึกว่า “ในสมัยเป็นรัฐมนตรียังไม่ค่อยเรียกใช้งาน และลดเกรดมานั่งที่ปรึกษาจะเลือกใช้หรือ...”

ความไม่พอใจนี้รู้ถึงหู “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พยายามเป็นกาวใจ ลดความขัดแย้ง ด้วยการสยบดรามาโพสต์ลงรูปคู่กับ “มาดามแจ๋น” ในสตอรี่ไอจีส่วนตัว พร้อมแคปชัน “รักเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือวันนี้ ป้าแจ๋นหน้าผมเต็มมากค่ะ”

ต่อมา “อุ๊งอิ๊ง” เซ็นคำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบการดำเนินงานของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เพิ่มบุคคลผู้มีรายชื่อต่อไปนี้ เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการ ประกอบด้วย 1.รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล ที่ปรึกษาคณะกรรมการ 2.นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาคณะกรรมการ 3.นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ที่ปรึกษาคณะกรรมการ และ 4.นางพวงเพ็ชร ที่ปรึกษาคณะกรรมการ

เมื่อดูชื่อชั้นของที่ปรึกษาฯ เป็นระดับผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ถือว่า “ลุูกสาวนายใหญ่” ให้ราคา “มาดามแจ๋น”

ล่าสุดยังไปโผล่ร้าน “เยี่ยมใต้ South Cuisine” จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นร้านอาหารของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และร่วมรับประทานอาหารค่ำกับ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทยและ พรรคร่วมรัฐบาลอีกด้วย

แม้ “นายกฯ เศรษฐา” ไม่เห็นค่าก็ไม่เป็นไร แต่ “ทักษิณ”-“แพทองธาร” ให้เกียรติก็พอแล้วใช่ไหม “มาดามแจ๋น”.

 

 

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ซื้ออาหารทานเอง'

'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.

จาริสตาร์ 32

ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”

ฝ่ายค้านครั้งแรก

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

ผู้จุดประเด็น

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

‘ตื่นเต้นนิดๆ’

จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้

‘บ่นแทนประชาชน’

อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน