จีนจะบุกไต้หวันกี่โมง? คำตอบน่าจะเป็น ‘เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น’

พาดหัวสื่อตะวันตกบางแห่งสร้างดรามาใหญ่โต

 “จีนกำลังเตรียมกองเรือขนาดใหญ่บุกไต้หวัน” - เดอะเทเลกราฟ

ซึ่งก็ใกล้เคียงกับข่าววิเคราะห์หลายสำนัก ที่บอกว่าสี  จิ้นผิง ของจีนสั่งให้หน่วยรบทั่วประเทศ “เตรียมความพร้อม" สำหรับความเป็นไปได้ที่จะต้องทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับไต้หวัน

รายงานสื่อตะวันตกที่เชื่อว่าจีนมีแผนจะยึดเกาะไต้หวันแน่ๆ อ้างรายละเอียดว่า

 “ปักกิ่งขาดแคลนเรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก ดังนั้นเรือพลเรือนจะถูกใช้เป็นเรือทหาร

สามารถใช้ในการต่อสู้หลังจากการถูกทำลายของแนวป้องกันชายฝั่งหรือสำหรับแรงกดดันมหาศาล

การลงจอดภายใต้การกราดยิงถือเป็นหนึ่งในการซ้อมรบทางทหารที่ยากที่สุด

จีนสามารถเคลื่อนย้ายยานพาหนะ 300,000 คันข้ามช่องแคบไต้หวันได้ภายใน 10 วัน

หน่วยข่าวกรองอเมริกันระบุว่า ประธานาธิบดีจีนสั่งให้กองทัพเตรียมพร้อมยึดเกาะแห่งนี้ภายในปี ค.ศ. 2027 หรือจากนี้ไปอีก 3 ปี”

และวิเคราะห์ต่อโดยอ้างผู้เชี่ยวชาญที่มองว่า การตอบสนองที่อ่อนแอของชาติตะวันตกต่อสงครามรุกรานของรัสเซียในยูเครน กำลังผลักให้ผู้นำจีนมีแรงกระตุ้นในการโหมโจมตีเพื่อนบ้านของตน

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทฤษฎี “บุกไต้หวันในเร็ววัน” ของจีนเริ่มมีคนพูดถึงมากขึ้น ก็เพราะทีท่าอันแข็งกร้าวของจีนที่สั่งให้กองทัพจีนซ้อมรบปิดล้อมเกาะไต้หวัน หลังการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของไล้ ชิงเต๋อ ในฐานะประธานาธิบดีไต้หวัน

เพราะเขาประกาศไม่ยอมสยบต่อปักกิ่ง อีกทั้งยังยืนยันว่าไต้หวันคือไต้หวัน และจีนคือจีน ต่างคนต่างอยู่ อย่าได้พูดถึงเรื่อง “รวมชาติ” เพราะไต้หวันไม่รวมกับใคร

เท่านั้นแหละ สื่อทุกกระแส หน่วยงานทุกด้านของจีนก็ลุกขึ้นมาตอบโต้อย่างดุดัน

เป็นครั้งแรกที่มีการทำคลิปวิดีโอ, โปสเตอร์, กราฟิกออกสู่สายตาชาวโลก ซึ่งสะท้อนว่าปักกิ่งไม่ลังเลที่จะเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่เพื่อยึดเกาะไต้หวัน

หากผู้นำไต้หวันคนนี้ยังเดินหน้าทำตัวเป็นหัวหน้า “พวกแยกแผ่นดิน”

แม้การซ้อมรบครั้งใหญ่รอบเกาะไต้หวันจะจบลงแล้วโดยใช้เวลาเพียง 2 วัน แต่ปักกิ่งก็ยังตั้งท่าจะกดดันไต้หวันต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

โดยเฉพาะเมื่อยังไม่ทันที่ฝุ่นจะจาง ก็มีคณะ สส.ร่อนลงมาเยือนผู้นำคนใหม่ของไต้หวันทันที

และไม่ได้มาเยี่ยมเฉยๆ แต่ยังมาพร้อมกับข่าวว่า สหรัฐฯ จะยังคงจัดหาอาวุธให้ไต้หวันเพื่อป้องกันไม่ให้จีนแผ่นดินใหญ่รุกรานอีก

โดยบอกว่ากองทัพสหรัฐฯ จะยังคงส่งอาวุธยุทโธปกรณ์มาให้ตามกฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์กับเกาะแห่งนี้ที่ประกาศใช้ตั้งแต่ปี 1979

ข่าวนี้มาจาก สส. Michael McCaul (R-TX) หัวหน้าคณะผู้แทนจากสภาคองเกรสอเมริกัน ที่เดินทางมาเยือนไต้หวันเมื่อต้นสัปดาห์นี้

สส.แมคคอลคนนี้ไม่ใช่นักการเมืองธรรมดา หากแต่มีตำแหน่งเป็นถึงประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีอำนาจบารมีในแวดวงการเมืองสหรัฐฯ ไม่น้อย

คณะจากวอชิงตันเดินทางถึงไต้หวันเมื่อวันที่ 26  พฤษภาคม เพื่อเยือนไต้หวันเป็นเวลา 4 วัน

และมีรูปการพบปะอย่างเป็นกันเองระหว่างคณะผู้แทนจากสหรัฐฯ กับไล้ ชิงเต๋อ

ซึ่งหนีไม่พ้นว่าจะต้องสร้างความโกรธเกรี้ยวให้ปักกิ่งไม่น้อยเลย

สส.แมคคอลยืนยันว่าอาวุธที่สหรัฐฯ จัดหาให้ไต้หวัน ไม่ใช่อาวุธเก่าจากยูเครนอย่างที่อาจจะมีข่าวกล่าวหาก่อนหน้านี้

 “เพราะไต้หวันไม่ใช่ยูเครน ผมได้รับคำถามมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยส่วนใหญ่เป็นสงครามทางบก ในกรณีของไต้หวันเป็นการรบทางทะเลเป็นหลัก ไต้หวันไม่เหมือนกับยูเครน จะได้รับระบบอาวุธใหม่ ไม่ใช่แบบเก่า มันจะเป็นคลังอาวุธใหม่ที่จะจัดส่งให้ไต้หวัน และอีกนัยหนึ่งมันคือเทคโนโลยีล่าสุดบางส่วนของเรา" แมคคอลกล่าวในงานแถลงข่าว

แมคคอลไม่ลืมที่จะตำหนิจีนที่เพิ่งเสร็จสิ้นการซ้อมรบรอบๆ เกาะไต้หวัน

เขาบอกว่า การที่จีนแสดงท่าทีอย่างนั้นเป็นการตอกย้ำว่า ปักกิ่งไม่มีเจตนาที่จะหาทางออกกรณีไต้หวันด้วยวิธีการสันติอย่างที่เคยประกาศมาตลอด

จีนยืนยันมาตลอดว่าเรื่องจีนกับไต้หวันเป็น “กิจการภายใน” ของจีนเอง สหรัฐอเมริกาเป็น “คนนอก” ไม่ควรเข้ามาแทรกแซงเรื่องเช่นนี้

สหรัฐฯ ตอบโต้ว่า การที่จีนได้แสดงออกด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวและข่มเหงเช่นนี้ ย่อมจะทำลายบรรยากาศสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาคนี้

วอชิงตันถือว่าเป็นพันธกรณีที่ตนมีต่อไต้หวัน ที่ต้องช่วยให้เกาะแห่งนี้มีศักยภาพเพียงพอที่จะปกป้องตนเองจากการรุกรานภายนอก

พูดกันคนละภาษา ว่ากันคนละบทอย่างนี้ ย่อมหมายถึงความตึงเครียดที่จะยังยืดเยื้อต่อไปอย่างไม่มีกำหนด

ส่วนจีนจะบุกไต้หวันจริงเมื่อไหร่วันไหนนั้น สี จิ้นผิง พูดเหมือนจะบอกว่า

 “เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น!”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Trump.2 อาจจบลงด้วย Make China Great Again!

ถ้าบอกว่าแนวทางของโดนัลด์ ทรัมป์ หากกลับมานั่งทำเนียบขาวด้านความมั่นคงน่ากลัวแล้ว แนวรบด้านการค้าและการลงทุนของสหรัฐฯ ต่อโลกน่าหวั่นเกรงกว่าเยอะเลย นโยบายของทรัมป์เรื่องการค้าการขายอย่างที่เขาเคยทำมาในสมัยแรก

เมื่อ ‘หว่อง’ กับ ‘อันวาร์’ ประสานมือเคลียร์ใจ

ผู้นำสิงคโปร์คนใหม่ลอเรนซ์หว่องกับนายกฯอันวาร์อิบราฮิมของมาเลเซียพบกันอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา...และตอกย้ำว่าไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า “ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน”

แค่หลุดปากเรื่องไต้หวัน มหาเศรษฐี แห่ง Nvidia ก็เดือดร้อนหนัก!

นักธุรกิจดังระดับโลกที่เกิดในไต้หวันแต่ไปสร้างความโด่งดังที่อเมริกา ก็ยังไม่วายถูกปักกิ่งเตือนดังๆ ให้ “ระวังปาก” เวลาพูดถึงบ้านเกิดเมืองนอนของตน