
จบไประลอกหนึ่งแล้วสำหรับวันระทึกทางการเมือง 18 มิถุนายน 2567 ซึ่งก็เรียกว่าไม่พลิกโผแต่ประการใด โดยเฉพาะเรื่องของ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนักโทษเด็ดขาดและได้รับการพักโทษ โดยได้รับการประกันตัวและไปต่อสู้กันยาวๆ ใน เดือนสิงหาคมอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นเดือนสุดท้ายของการพ้นโทษจำคุก 1 ปีที่ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษเสียด้วย ซึ่งช่วงเวลานับจากนี้ไปจนถึงสิงหาคมจึงน่าจับตาเป็นอย่างมากว่าจะเกิดอะไรขึ้นในกอไผ่ ...๐
ไม่ต่างจากที่ “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” อดีต สส.พัทลุงโพสต์เฟซบุ๊กขอคำตอบจาก โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรมในกรณีที่ควบคุมตัว “โทนี่ วู้ดซัม” ไปฟ้องในคดีมาตรา 112 เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.นั่นแล ว่าในช่วงเวลาอย่างน้อยที่สุด 1 ชั่วโมง 46 นาทีนั้น “วีวีไอพี” ถูกควบคุมตัว ที่ห้องควบคุมของศาล หรือถูกควบคุมตัวที่ห้องไหน หรือนั่งกระดิกเท้าซดกาแฟซดไวน์รอคำฟ้อง งานนี้ก็ไม่รู้โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรมจะบอกว่าให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลเหมือนกรณีไม่ค้านการประกันตัวหรือไม่ ...๐
หันมาเรื่องเด่นประจำวันพุธที่ 19 มิ.ย.กันบ้าง เพราะเป็นการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 วงเงิน 3,752,700 ล้านบาทเป็นวันแรก แต่พอได้ยิน “เศรษฐา ทวีสิน” ขึ้นแจงหลักการและเหตุผลแล้ว ก็ได้แต่ เกิดอาการ “เดจาวู” อย่างแรง เพราะช่วงหนึ่ง “เศรษฐา” บอกว่า “ในช่วงปลายปี 2567 นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท จะถึงมือคนไทย 50 ล้านคน เกิดเป็นพายุหมุนทางเศรษฐกิจ” เพราะมันช่างเหมือนกับตอนที่ “เศรษฐา” แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันจันทร์ที่ 11 กันยายน 2566 เพราะตอนนั้นก็บอกว่า “นโยบายการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet จะทำหน้าที่เป็นตัวจุดชนวนที่จะกระตุกเศรษฐกิจประเทศให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง” แต่นี่ผ่านมาเกือบจะครบปีแล้ว ก็ยังวนลูปมาเหมือนเดิม ...๐
จึงไม่น่าแปลกแต่ประการใดที่บรรดาฝ่ายค้านถึงได้สับเละในงบประมาณปี 2568 โดยประเดิมที่ “ชัยธวัช ตุลาธน” สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภา ที่อัดว่าเป็นงบเบี้ยหัวแตก เป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ ที่สำคัญยัง “ดันทุรังแบบเจ๊งไม่ว่าเสียหน้าไม่ได้” ในโครงการกู้มาแจก ...๐
แล้ว “น้องไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ออกมากรีดซ้ำในนโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่า “รัฐบาลโนสนโนแคร์ว่าจะทำให้ประเทศอยู่ในภาวะเสี่ยง เพียงเพื่อทำให้มีเงินมากพอที่จะไปทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ตโครงการเดียว” …๐
แต่ที่ร้อนแรงต้องยกให้ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เรียกว่าไม่ทำให้ค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผมเสียชื่อ เพราะแค่เริ่มต้นก็ต้องซู้ดปากแล้ว โดยเฉพาะที่บอกว่า “เห็นสภาเป็นศาลาโกหก” ก่อนที่จะบอกว่า “ปีที่แล้วผมตั้งฉายานายกฯ เป็นนักกู้ถุงเท้าสีชมพู ปีนี้เห็นทีจะต้องให้เป็นนักกู้ผ้าขาวม้าพันคอ คือยังกู้หนักเหมือนเดิมและกู้หนักกว่าเดิม” นอกจากนี้ “อู๊ดด้า” ยังซัดอีกว่า รัฐบาลชุดนี้ยังซ้ำเติมประชาชนในสิ่งที่เป็นนโยบายบาป ทั้งหวย 3 ตัว บ่อนบนดิน หรือกาสิโน หนักขึ้นไปอีกวันนี้มีทั้งหวยลอตเตอรี่ หวยเกษียณ เพิ่มมาอีกคือ หวยสามตัวหรือหวยเอ็นสาม ประชาชนฝากมาบอกว่า จะตั้งฉายาเป็น รัฐบาลสามหวยแล้ว ...๐
เรียกว่าซี้ดซ้าดกันเลยทีเดียว ในขณะที่รุ่นน้องจากค่ายเดียวกันอย่าง “ชัยชนะ เดชเดโช” สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ก็ใช่ย่อย เพราะกล่าวก่อนเข้าร่วมประชุม โดยขอตั้งฉายางบประมาณปี 2568 ว่า "รัฐบาลนักวิ่งราวทรัพย์ เหตุผลเพราะกู้เดือนหน้า ไม่กังวลถึงสถานการณ์ทางการคลัง แล้วเอาเงินที่กู้มาแจกประชาชนแล้วบอกว่าเป็นผลงานตัวเอง แบบนี้เรียกว่านักวิ่งราวทรัพย์" ...๐
หันมาเรื่องใหญ่ของ ศึกสีกากีกันบ้าง เพราะผลสอบคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณะเกี่ยวกับความขัดแย้งในเรื่องคดีของบุคลากรภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่มี "ฉัตรชัย พรหมเลิศ" เป็นประธานตรวจสอบในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ "พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล" ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ "พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล" รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เสร็จสิ้นส่งถือมือ "เศรษฐา" แล้ว ...๐
แต่เรียกว่าพลิกผันอย่างมากคือ นายกฯ ที่มักช่างจ้อ ช่างสร้างภาพ พอเห็นเป็นเรื่องคอขาดบาดตายทางกฎหมายก็โยนให้ "วิษณุ เครืองาม" ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดในวันที่ 20 มิ.ย.นี้แทน แหม! พอเรื่อง "ฮอต" ที่เกี่ยวข้องระดับชาติเกิดขึ้นทีไรไม่โยนให้คนอื่น ก็มีเรื่องต้องไปต่างจังหวัดไปต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งโรคร้ายถามหา สงสัยชอบแต่งานตัดริบบิ้นเปิดงานล่ะมั้ง ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว

