
การระบาดของโควิด-19 ตลอดปี 2564 ที่ผ่านมานั้นทำให้ธุรกิจต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ธุรกิจรับสร้างบ้านก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน ความต้องการสร้างบ้านหลังใหม่ซบเซาต่อเนื่อง เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวในอัตราต่ำมาก โดยเฉพาะในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี หรือช่วงเดือนมกราคม-กันยายน แต่หลังจากที่ภาครัฐควบคุมการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี เริ่มคลายล็อกมาตรการควบคุมต่างๆ ประชาชนได้รับวัคฉีคมากขึ้น ทำให้ในช่วงไตรมาสที่ 4/2564 กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ผู้บริโภคเริ่มหันมาสร้างบ้านกันมากขึ้น ซึ่ง บริษัท พีดี เฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ภายใต้แบรนด์ศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ คาดการณ์ว่าในปี 2565 ความต้องการสร้างบ้านหลังใหม่ของผู้บริโภคและประชาชนจะขยายตัว 5-7% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา
แต่ก็ต้องฝันสลายเมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่หรือโอมิครอน ที่เริ่มแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในช่วงท้ายปีเก่าและเริ่มต้นศักราชใหม่ปี 2565 ทำให้บรรดาผู้ประกอบการต่างมีความวิตกกังวลว่าการตัดสินใจและการแก้ปัญหาของรัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อสถานการณ์โรคระบาดจะเป็นอย่างไร เพราะหากรัฐบาลยังเน้นใช้หลักความมั่นคงนำเศรษฐกิจเหมือนเช่นที่ผ่านมา ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน จนทำให้เศรษฐกิจชะงักและกำลังซื้อหดตัวอีกรอบ ซึ่งธุรกิจรับสร้างบ้านคงหนีไม่พ้นที่จะต้องได้รับผลกระทบดังกล่าว
และยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้กับธุรกิจรับสร้างบ้านอีก เมื่อบรรดาผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างต่างเตรียมพาเหรดปรับขึ้นราคาในปี 2565 นี้ และจะกลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาหนักใจของฝ่ายผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน โดยเฉพาะรายที่เน้นแข่งขันราคาต่ำหรือตัดราคา ซึ่งตกลงหรือทำสัญญารับจ้างกับลูกค้าตามต้นทุนวัสดุราคาเดิมไว้ จึงต้องแบกรับต้นทุนวัสดุที่ปรับตัวสูงขึ้นเอาไว้เอง อาจประสบปัญหาขาดทุนหนักหรือดำเนินกิจการต่อไปอย่างลำบาก ดังนั้นในปี 2565 ตลาดรับสร้างบ้านจะมีโอกาสกลับมาขยายตัวหรือชะลอตัวได้พอๆ กัน
อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในยุคที่มีการระบาดของโควิด-19 สารพัดสายพันธุ์ ผู้ประกอบการต้องปรับตัวเพื่อรองรับ ซึ่ง พีดี เฮ้าส์ เองก็เร่งปรับตัวเตรียมแผนทั้งรุก-รับเอาไว้ และพร้อมปรับตัวตามสถานการณ์ให้ทัน เช่น การขยายสาขาและพื้นที่ให้บริการต่างจังหวัด รองรับกำลังซื้อที่จะขยายตัว หรือการปรับโครงสร้างองค์กรให้กะทัดรัด โดยนำซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการบนแอปพลิเคชันมาใช้ในการจัดการงานหลังบ้านเพื่อลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย สามารถรับมือกับเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว รวมทั้งเป็นการหลีกเลี่ยงสงครามราคา นอกจากนี้จะขยายงานไปยังกลุ่มตกแต่งภายในมากขึ้น
ซึ่งสิทธิพร สุวรรณสุต ซีอีโอพีดีเฮาส์ กล่าวว่า ความเชื่อถือและความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมีต่อผู้ประกอบการรับสร้างบ้านถือเป็นปัจจัยที่สำคัญ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมาจากผู้ประกอบการที่มีการจัดการธุรกิจอย่างมืออาชีพ ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า การมีจุดยืนทางธุรกิจ ผลงานในปัจจุบันและที่ผ่านมา โดยเฉพาะการมีจุดยืนทางธุรกิจนั้นก็เพื่อสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ และองค์กรหรือแบรนด์จะได้มีความชัดเจนในสายตาของผู้บริโภค รวมถึงแนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล ตัวอย่างเช่น การปฏิบัติต่อลูกจ้างอย่างถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน การประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายและภาษี การคืนกำไรให้สังคม การคำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและไม่เอาเปรียบสังคม ฯลฯ
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะต้องพัฒนาขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปพร้อมๆ กัน เช่น นำเทคโนโลยีการก่อสร้างสำเร็จรูปมาใช้มากขึ้นเพื่อทดแทนแรงงานที่ขาดแคลน ฯลฯ และหลีกหนีออกจากโซนการแข่งขันเรดโอเชียน อันเป็นการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานธุรกิจรับสร้างบ้านของตัวเองในมุมมองของผู้บริโภคให้แตกต่างจากผู้รับเหมารายย่อยทั่วไปอย่างชัดเจน
ดังนั้น ภาพรวมการแข่งขันของธุรกิจรับสร้างบ้านปีนี้เชื่อว่าไม่รุนแรงเท่าปีที่ผ่านมา เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่กังวลกับปัญหาต้นทุนก่อสร้างที่ผันผวนและเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มที่ต้องการใช้บริการรับสร้างบ้านมืออาชีพ ส่วนใหญ่จะพิจารณาและให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพการก่อสร้าง ทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ และความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการมากกว่าราคาที่แตกต่างกันแค่ 5-10%.
บุญช่วย ค้ายาดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน
ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่
โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต
“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร
การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง
60 ปีกรุงไทย..ก้าวต่อไปคืออนาคตไทย
ฉลองครบรอบ 60 ปีการมีอยู่ของธนาคารกรุงไทยไปเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา
การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล
‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน

