ไฉนวิกฤตการเมืองคาซัคสถาน จึงโยงถึง Bitcoin ร่วงหนัก?

พอเกิดวิกฤตประท้วงใหญ่ตามมาด้วยการปราบปรามอย่างดุเดือดที่คาซัคสถาน ก็มีคำถามว่าจะมีผลกระทบต่อราคาของ Bitcoin ที่ร่วงอย่างหนักหรือไม่?

มันเกี่ยวอะไรหรือ?

คำตอบคือเกี่ยวกันไม่น้อย

เพราะคาซัคสถานได้ชื่อว่าเป็น “ฮับ” ใหญ่เบอร์ 2 ของการทำเหมือง Bitcoin

ระหว่างการปราบปรามผู้ประท้วงอย่างหนักในสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลสั่งให้ปิดอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศนานกว่า 8 ชั่วโมง

ทำให้การขุด Crypto ชะงักไปด้วย

ผลที่ตามมาก็คือทำให้ “hashrate” ร่วงอย่างหนักทันที

Hashrate คือปริมาณพลังงานประมวลผลที่ใช้โดยเครือข่าย Crypto

ผู้อยู่ในวงการบอกว่า อัตรา Hashrateของ Bitcoin ลดฮวบฮาบลงถึง 12% ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากอินเทอร์เน็ตในคาซัคสถานถูกสั่งปิดลง

รัฐบาลคงต้องการจะตัดการสื่อสารของกลุ่มผู้ประท้วงเหมือนที่หลายประเทศเคยทำ

แต่ผลข้างเคียงคือการส่งผลกระทบต่อราคาของ Bitcoin ทั่วโลกอย่างฉับพลัน

นักวิเคราะห์บางคนตั้งประเด็นว่า ถ้าการขุด Bitcoin ลดน้อยลงก็น่าจะส่งผลให้ราคาพุ่งมิใช่หรือ

เพราะนั่นหมายความว่าจะมีการผลิตเหรียญคริปโตฯ ยี่ห้อนี้ลดลง

แต่ผลทางการเมืองกลับมีอิทธิพลต่อราคามากกว่า

เพราะคนถือ Bitcoin เห็นสัญญาณการปราบปรามหนักที่คาซัคสถานก็ตกใจ เทขายกันเป็นการใหญ่ ดันให้ราคาร่วงลงอย่างหนัก

แต่จลาจลที่คาซัคสถานไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้ราคา Bitcoin ร่วงอย่างรุนแรง

ในจังหวะเดียวกันนั้น ธนาคารกลาง หรือ Fed ของสหรัฐฯ ก็มีส่วนทำให้เกิดเรื่องนี้เหมือนกัน

เพราะ Fed ประกาศว่ากำลังจะดันดอกเบี้ยขึ้น

เท่านั้นแหละ ราคาซื้อขายสินทรัพย์เกือบทุกประเภทก็มีอันต้องร่วงลงตามไปด้วย

ไม่ว่าจะเป็น Crypto หรือหุ้นหรือสินทรัพย์อื่นใดทั้งหลายทั้งปวง

ความผูกพันระหว่างคาซัคสถานกับ Bitcoin มีความน่าสนใจไม่น้อย

ตลอดเดือนสุดท้ายของปีที่ผ่านมา ประเทศในเอเชียกลางแห่งนี้ได้พยายามดิ้นรนให้มีไฟฟ้าใช้ได้ตามปกติ

เหตุเพราะความต้องการใช้ไฟวิ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากการทำเหมือง Bitcoin ที่นั่น เพราะเป็นประเทศที่มีทรัพยากรน้ำมันและก๊าซค่อนข้างอุดมสมบูรณ์

ในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา คาซัคสถานต้องเผชิญกับภาวะไฟฟ้าดับบ่อย

ส่งผลให้ KEGOC ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายไฟฟ้าระดับประเทศต้องปันส่วนพลังงานให้กับโรงงานทำเหมืองในช่วงเวลาที่มีการใช้งานสูงสุด

ก่อนหน้านี้คาซัคสถานอ้าแขนรับ “นักขุด Bitcoin” ที่หลบเลี่ยงการกำกับดูแลด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น (และท้ายสุดก็มีคำสั่งแบนแบบครอบคลุม) ในประเทศจีน

แต่มีเพียงไม่กี่เจ้าที่ลงทะเบียนอย่างเป็นกิจจะลักษณะกับรัฐบาลคาซัคสถาน ส่วนใหญ่ก็ทำกันแบบไม่เป็นทางการ และไม่ต้องการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อไม่ต้องตอบคำถามของทางการที่นั่น

ผลที่ตามมาก็คือ ปัญหาด้านการจ่ายไฟฟ้าของประเทศ

เจ้าหน้าที่คาซัคบอกว่า คนกลุ่มที่เรียกว่า “คนงานเหมืองสีเทา” ใช้ไฟฟ้าประมาณ 1,200 เมกะวัตต์

ทำให้โครงข่ายไฟฟ้าของคาซัคสถานถึงจุดเดี้ยง

ข้อมูลดัชนีการใช้ไฟฟ้าของ Cambridge Bitcoin ชี้ว่าปัจจุบันคาซัคสถานเป็นเจ้าภาพ 18.1% ของ “อัตราแฮช” หรือ Hashrate เครือข่าย Bitcoin ทั้งหมด

ปัญหาตามมาก็คือการจ่ายไฟฟ้าที่ไม่เสถียร

ซ้ำเติมด้วยอัตราเงินเฟ้อที่โยงกับโรคระบาดโควิด

แถมด้วยราคาเชื้อเพลิงที่พึ่งขึ้นต่อเนื่อง

เป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การประท้วงที่ปะทุขึ้นเมืองอัลมาตี ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของคาซัคสถาน

เหตุจลาจลทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากตำรวจปราบจลาจลใช้แก๊สน้ำตาและระเบิดชอร์ตเพื่อระงับการประท้วง

ต่อมาประธานาธิบดี Kassym-Jomart Tokayev สั่งปลด Nursultan Nazarbayev ผู้นำในอดีตจากบทบาทหัวหน้าสภาความมั่นคงของประเทศเพื่อพยายามยุติการประท้วง แต่ก็ไร้ผล

เมื่อไม่สามารถระงับความรุนแรงของการประท้วงได้ รัฐบาลคาซัคก็เริ่มจำกัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยหวังว่าจะตัดสัญญาณการสื่อสารของกลุ่มผู้ไม่พอใจรัฐบาล

พอเกิดความขัดข้องทางอินเทอร์เน็ตบนมือถือและข้อจำกัดอย่างอื่นอีกบางส่วน ผสมกับการผละงาน ก็ส่งผลกระทบต่อการทำเหมืองที่รุนแรงกว่าการปันส่วนพลังงาน

เมื่ออินเทอร์เน็ตไม่ทำงาน “เครื่องขุด” จะไม่สามารถทำงานได้

บริษัทเหมืองแร่ที่ตั้งอยู่ในคาซัคสถานทุกวันนี้ ได้แก่ BIT Mining ซึ่งมีกิจการอยู่หลายแห่งทั่วประเทศ

นอกจากนั้นก็ยังมี Canaan ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq ที่อยู่เบื้องหลังแท่นขุดเจาะ ASIC ที่เป็นที่รู้จักดี ยังได้ประกาศแผนการที่จะขยายการดำเนินงานในประเทศอีกด้วย

พอเกิดวิกฤตการจ่ายไฟฟ้าที่ก็ส่งผลกระทบต่อผู้ขุด Bitcoin ในเวลาเดียวกัน

บริษัทเหมืองแร่แห่งหนึ่งในคาซัคชื่อ Xive ถูกบังคับให้ปิดเครื่องทำเหมืองมากกว่า 2,500 เครื่อง ในเดือนพฤศจิกายน เพราะวิกฤตด้านพลังงาน

ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Didar Bekbauทวีตว่า Xive กำลังมองหาที่จะย้ายไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา

ก่อนหน้านี้เล็กน้อย BitFuFu ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มมาตรฐาน "อัตราแฮช" ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Bitmain ประกาศว่าจะทิ้งเครื่องขุดในคาซัคสถานเพื่อย้ายไปสหรัฐอเมริกา เพราะปัญหาไฟฟ้าเช่นกัน

หากนักขุดชาวคาซัคเดินตามรอย Xive และ BitFuFu มากขึ้น ก็อาจได้เห็นคลื่นการอพยพคล้ายกับที่เคยประสบระหว่างการปราบปราม Crypto ของจีนเมื่อปีที่แล้ว

                    ตอนที่ทางการจีนปิดการทำเหมืองคริปโตฯ ทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ อัตราแฮชของเครือข่าย Bitcoin ทั้งหมดก็ร่วงลง...จนถึงจุดต่ำสุดที่หดตัวลง 52%

จากที่เคยอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปลายเดือนมิถุนายน

ในขณะที่นักขุด Bitcoin ประสบปัญหาทั่วโลก สหรัฐอเมริกามีสัดส่วนการผลิตคริปโตเคอเรนซี (cryptocurrency) ที่สูงขึ้นทั่วโลก

หลังจากแซงหน้าจีนในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว สหรัฐอเมริกาได้เป็นเจ้าภาพ 35.4% ของเครื่องขุด Bitcoin ที่ใช้งานอยู่ทั้งหมด

หากวิกฤตด้านพลังงานของคาซัคสถานและเหตุการณ์ความไม่สงบยังดำเนินต่อเนื่อง อเมริกาก็จะกลายเป็นศูนย์กลางแห่งการขุดเหมืองคริปโตฯ ใหญ่ที่สุดในโลก

วิกฤตคาซัคสถานจึงเกี่ยวกับการร่วงหล่นของราคา Bitcoin และความยอกย้อนของภูมิรัฐศาสตร์โลกด้วยเหตุประการฉะนี้แล!.