บันทึกหน้า 4

ต้องยกนิ้วให้ “โทนี่ วู้ดซัม” บิดาของนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 เสียจริงๆ เพราะในวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2567 นี้ก็จะเป็นเวลาที่ ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกฯ คนที่ 23 กลับไทยมาอย่างเท่ครบวาระ 1 ปีพอดิบพอดี ที่สำคัญในรอบ 1 ปีนี้เราจะเห็นความความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่พลิกคว่ำคะมำหงายกันเป็นแถบๆ โดยเฉพาะบรรดาคู่ต่อสู้อย่าง “ส้ม” ที่ทั้งถูกยุบพรรคและตัดสิทธิ...

หรือแม้แต่คนในคาถาของน้องสาว “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ก็ยังถูกเชือดนิ่มๆ กลายเป็นอดีตไปแล้ว เพราะ สุดท้ายพี่แม้วก็ยังยึดถือคติว่าเลือดข้นกว่าน้ำอยู่นั่นแลรัฐสมบัติตามที่ปิยบุตร แสงกนกกุลแกนนำคณะก้าวหน้าบัญญัติไว้เลยต้องส่งต่อไปยังลูกสาวสุดสวาท คำถามคือ นี่ขนาดแค่ 1 ปีที่ “พ่อนายกฯ” เข้ามาในประเทศไทย แล้วอย่างนี้นับเนื่องไปอีกเท่าไหร่ที่การกัดเซาะบ่อนทำลายจะสิ้นสุดลง...

ดูง่ายๆ นอกจาก “ส้ม” ที่ต้องเปลี่ยนเข่งแล้ว บรรดาพรรคการเมืองทั้งหลายที่เคยเป็นคู่แค้นเก่าและใหม่ รวมถึงก้างตำคอทั้งหลายก็ถูกเด็ดปีกกันร่วงระนาว โดยยกเรื่องของ อำนาจและเก้าอี้รัฐมนตรีเข้าหลอกล่อ โดยเฉพาะในรัฐบาลแพทองธาร 1 อย่างน้อยก็ทำให้ 2 พรรคการเมืองถึงคราวแตกยับไม่มีชิ้นดี โดยหนึ่งนั้นก็เป็นก้างตำคอตำใจอย่าง “พลังประชารัฐ” ของลุงป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เพราะแน่ใจแล้วว่า “นายใหญ่” สั่งปิดสวิตช์ตระกูลวงษ์สุวรรณไม่ให้มีรายชื่อในรัฐบาล...

ส่วนอีกพรรคก็คือไม้เบื่อไม้เมามาอย่างช้านานอย่าง “ประชาธิปัตย์” เพราะสุดท้ายภายใต้บังเหียนการคุมพรรคของ เฉลิมชัย ศรีอ่อนและแม่บ้านพรรคอย่างเดชอิศม์ ขาวทองก็ถูกตะล่อมกลายเป็นพรรคร่วมรัฐบาลจนได้ ซึ่งไม่น่าแปลกใจแต่ประการใด เพราะอาการมันออกมาตั้งแต่ตอนเริ่มตั้งรัฐบาลที่พาเหรดกลับจับมือถีบส้มแล้ว แต่เรียกว่ารอเวลาอันดีเท่านั้น “เฉลิมชัย” จึงจะเปิดตัว...

ส่วนพรรคไทยรักษาชาติที่เคยบอกว่าเป็นพรรคลุงตู่ และเป็นอีกแขนงหนึ่งของกลุ่ม กปปส.นั้น ก็ต้องบอกว่ากลายเป็นอดีตให้กำนันเทือก “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ได้แต่ต้องเจ็บช้ำทรวงในไปนั่นแล เพราะสุดท้ายแล้วเก้าอี้เสนาบดีก็เย้ายวนใจใช่ย่อย จึงไม่แปลกที่เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ก็ปรับลุกส์จากเลขาฯ กปปส.และเลขาส่วนตัวกำนัน มาเป็นรัฐมนตรีในระบอบทักษิณที่ปิดถนนชัตดาวน์กรุงเทพฯ อีกราย งานนี้ก็ไม่รู้บรรดาแฟนานุแฟนทั้ง “ปชป.-กปปส.” จะรู้สึกรู้สาอย่างไรบ้าง...

ก็ต้องบอกว่าเป็น “อมตวาจา” เสียจริงๆ ของ “บรรหาร ศิลปอาชา” อดีตนายกฯ คนที่ 21 เคยบอกไว้ว่าเป็นฝ่ายค้านอดอยากปากแห้ง เราเลยได้เห็นแต่ละพรรคแต่ละฝ่ายที่เคย “ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ” จะมาจับมือจับไม้เสวยสุขเค้กอำนาจและเงินงบประมาณกันเหมือนรัฐบาลจับฉ่ายในยุคนี้...

แล้วที่ช้ำชอกเข้าไปอีก เมื่อเห็น การอวดโอ่บารมีของทักษิณตั้งแต่การใส่ชุดขาวพาลูกรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ จนมาถึงการไปโผล่ที่ตึกชินวัตร 3 ในการหารือของ “อุ๊งอิ๊ง” แล้วออกมาให้สัมภาษณ์ทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ เพราะเล่นเอา “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนถึงกับตั้งข้อสังเกตว่า เห็นได้ว่านายทักษิณตอบคำถามผู้สื่อข่าวราวกับว่าเป็นนายกฯ เสียเอง ทำให้ไม่มั่นใจว่าใครเป็นนายกฯ ตัวจริงกันแน่ ก่อนหน้านี้ ในยุคของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ เรามีนายกฯ สองคนแย่งกันส่องแสง แต่วันนี้นายกฯ เหลือคนเดียว แต่ใช่ที่พรรคร่วมรัฐบาลลงมติหรือไม่แหม! งานนี้ไม่มีใครกล้าตอบคำถามของทั่นผู้ทรงเกียรติเลย...

พูดถึงพรรคประชาชนแล้วก็ต้องเอ่ยถึงกรณี “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” ที่ส่งหนังสือบี้คณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการให้สัมภาษณ์ของนายทะเบียนพรรคการเมืองอย่าง “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต.ว่าด้วยการรับประกันความถูกต้องของพรรค ปชช.ที่เปลี่ยนรูปมาจากพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลไม่ได้ เพราะข้อสังเกตสังกาของเรืองไกรนั้นต้องบอกว่ามีหลักฐานว่าด้วยราชกิจจานุเบกษาเป็นแบ็กอัป ยิ่งเมื่อกางไทม์ไลน์ตามที่พรรค ปชช.และพรรคถิ่นกาขาวฯ รวมถึงของราชกิจจาฯ ก็ต้องบอกว่าออกอาการหัวสั่นหัวคลอนกันได้ทีเดียว ซึ่งหากเรื่องดังกล่าวลามไปถึงการเลือกนายกฯ คนที่ 31 แล้ว งานนี้เราอาจได้เห็นอภินิหารว่าด้วยการวิ่งฝุ่นตลบระลอกใหม่เพิ่มขึ้นอีกก็เป็นได้...

 

.ศํกดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .

บันทึกหน้า 4

ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "

บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.

บันทึกหน้า 4

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ

บันทึกหน้า 4

เลือกกันไปเรียบร้อยตำแหน่งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โผไม่พลิก “โสภณ ซารัมย์” จากพรรคภูมิใจไทยนั่งตำแหน่งประธาน เอาชนะ “ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ” จากพรรคประชาชนไปด้วยคะแนน 289 ต่อ 123 คะแนน ที่น่าสนใจคือ มีผู้งดออกเสียงมากถึง 80 เสียง และบัตรเสียอีก 5 ใบ