
กระทรวงมหาดไทยสมัยสอง ของ “มท.หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย (มท.1 ) และ “ทรงศักดิ์ ทองศรี” รมช.มหาดไทย (มท.2 ) นอกจากจะเห็นความเข้มข้น ทุ่มเท เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนแล้ว
ยังจะได้เห็นความอ่อนโยน แต่แฝงด้วยพลังแข็งแกร่ง ของ 2สิงห์สาวรัฐมนตรีป้ายแดง
นั่นคือ “ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ” รมช.มหาดไทย (มท.3) และ “ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์” รมช.มหาดไทย (มท.4)
โดย “มท. หนู” การันตี สามารถทำงานได้ดีไม่แพ้ผู้ชายอกสามศอก ไม่ว่าจะเป็นงานหนักหามรุ่งหามค่ำ เช่น การปราบมาเฟีย ผู้มีอิทธิพล ยาเสพติด หรือแก้ปัญหาต่างๆให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ
“มองไปข้างหลังสิ ผมว่าน่ากลัวกว่าคุณชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีตมท.3 อีก ” “มท. 1” กล่าวหยอก ”ซาบิดา“ ลูกสาวคนกลางอดีตรมต.ชาดา
เมื่อถามว่าจะเรียกกระทรวงมหาดไทยยุคนี้ว่าอย่างไร “อนุทิน” กล่าวว่า “สิงห์สองคู่อยู่ร่วมกันในกระทรวงมหาดไทย”
”3 รมช. ถือเป็น “จุดแข็ง”ของกระทรวงมหาดไทย มีความตั้งใจ ทุ่มเท ตั้งใจรับใช้ประชาชน ชาติบ้านเมือง ทุกคนมีการศึกษา ประสบการณ์ เพียบพร้อม และเราทำงานแบบมีคนมีประสบการณ์ช่วยแนะนำ” อนุทิน กล่าว
ขณะที่ “ซาบีดา” ในฐานะมท. 3 กล่าวว่า เมื่อได้เข้ามาดำรงตำแหน่งก็ขออุทิศตัวมุ่งมั่น ตั้งใจทำงานตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมาย และการที่ได้ทำงานใกล้ชิดกับ ”คุณพ่อชาดา“ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในครั้งนี้ แล้วเมื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกระทรวงมหาดไทยแล้วก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย
ด้าน ”ธีรรัตน์“ ในฐานะ มท. 4 บอกว่า มีความภูมิใจอย่างยิ่งที่มาทำหน้าที่สำคัญและมีความคาดหวังของประชาชน และได้ฟังคำกล่าวรายงานจากผู้บริหารของกระทรวง และจาก มท. 1 ได้รับรู้ได้ถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจ และเมื่อเรามีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้ประชาชนอยู่ มีความสุขมากที่สุดไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด ที่สำคัญเราต้องช่วยกันลดความเหลื่อมล้ำที่อยู่ในประเทศนี้ให้ได้ หวังว่าหลังจากนี้เป็นต้นไปจะทำงานด้วยกันอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ
ปรากฎการณ์ หัวหน้า 2 สิงห์สาวในยุค “มท.หนู”เป็นผู้บังคับบัญชา เปี่ยมไปด้วยพลังทำงาน ยังต็มเต็มไปด้วยความซอฟต์ เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนด้วยนั่นเอง
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ซื้ออาหารทานเอง'
'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.
จาริสตาร์ 32
ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”
ฝ่ายค้านครั้งแรก
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
ผู้จุดประเด็น
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
‘ตื่นเต้นนิดๆ’
จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้
‘บ่นแทนประชาชน’
อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน

