บันทึกหน้า 4

เห็นๆ กันไปแล้วสำหรับ การทำงานของนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย “แพทองธาร ชินวัตร” ซึ่งจะถูกใจใครหรือไม่อย่างไรก็คงขึ้นกับนานาจิตตัง แต่คงต้องให้เวลาปรับตัวกันบ้าง แม้ช่วงนี้จะมีปัญหารุมเร้าต่อเนื่องและไม่อาจรอได้ ทั้งเรื่องปัญหาอุทกภัยและเรื่องปากท้อง...๐

งานนี้ก็เลยต้องลำบาก “ซูเปอร์อ้วน” อย่าง “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ต้องทำตัวเป็น “ซูเปอร์แมน” ทุกเวทีที่มี “นายกฯ อิ๊งค์” ปรากฏตัว รวมทั้งเวทีใหญ่ๆ ที่เจ้าตัวไม่ค่อยจะสันทัดจัดเจน ดูง่ายๆ การประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) ซึ่งปกติต้องระดับนายกฯ กุมบังเหียน แต่งานนี้กลับเจอหน้าสหายใหญ่นั่งเป็นประธานแทน ในขณะที่การประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2567 นั้น แม้ “อุ๊งอิ๊ง” จะนั่งเป็นประธาน แต่ก็มีภูมิธรรม รวมทั้งมี “นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช” หรือหมอมิ้ง คอยประคบประหงมอยู่ด้วยนั่นแล...๐

พูดถึง “บิ๊กอ้วน” ไม่เอ่ยถึงโผการตั้งนายทหารระดับสูงประจำปีก็ไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้ “บิ๊กทิน” สุทิน คลังแสง อดีต รมว.กลาโหม ได้ทำบัญชีโยกย้ายเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว แต่ดันมาเจอชะตากรรมร่วมกับอดีตนายกฯ “เศรษฐา ทวีสิน” ที่ต้องหลุดจากเก้าอี้ไปด้วย เลยทำให้ “บิ๊กอ้วน” ต้องกลับมาทบทวนอีกรอบ ซึ่ง เจ้าตัวก็บอกให้ได้ลุ้นล่าสุดว่าเสร็จแน่ในสัปดาห์นี้ ที่สำคัญมีการปรับแค่ในส่วนของกองทัพบกและกองทัพเรือเท่านั้น งานนี้บรรดานายพลทั้ง 2 กองทัพก็คงต้องลุ้นด้วยใจระทึกกันต่อไปว่าหวยจะออกที่ใด...๐

เอ่ยอ้างถึงท็อปบูตแล้ว ไม่เอ่ยอ้างถึงคำสั่งล่าสุดของอัยการสูงสุด (อสส.) ที่ออกมาคงไม่ได้ เพราะ มีคำสั่งฟ้อง “พล.อ.เฉลิมชัย วิรุฬห์เพชร” อดีตผู้บัญชาการ พล.ร.5 กับ 7 ผู้ควบคุมรถ ฐานร่วมฆ่าระหว่างขนย้ายผู้ชุมนุมหน้า สภ.ตากใบ จนตาย 78 ราย โดยก่อนหน้านี้ในคดีตากใบก็มีสำนวนคดีที่ประชาชนยื่นฟ้อง ซึ่งมี “พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี” อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 แต่ปัจจุบันเป็น สส.บัญชีชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นหนึ่งในผู้ต้องหามาแล้ว ซึ่ง “ประยุทธ เพชรคุณ” โฆษก อสส. ก็บอกข่าวที่ต้องให้ระทึกเช่นกันว่า 2 สำนวนทั้งคดีที่ราษฎรยื่นฟ้องเองและศาลประทับรับฟ้องแล้ว และในคดีที่ อสส.มีคำสั่งฟ้อง หากไม่ได้ตัวผู้ต้องหามายื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลภายในกำหนดอายุความ วันที่ 25 ต.ค.นี้ ถือว่าคดีเป็นอันขาดอายุความ เรียกว่ารอมา 19 ปีก็ต้องลุ้นระทึกในช่วง 1 เดือนที่เหลือนั่นแล...๐

คดีตากใบครั้งนี้ก็สะท้อนชัดเจนถึงความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรมไทย หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตาสีตาสา และเกี่ยวข้องกับบรรดาสีๆ ทั้งหลาย รวมทั้งนักการเมือง เลยได้แต่สงสัยในกรณีพรรคประชาชนที่ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาแจงย้ำว่าด้วยเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรม แม้พูดน้ำท่วมทุ่งว่าไม่ใช่ไม่สนใจเรื่องจริยธรรม แต่อยากให้เปลี่ยนมาเป็นความรับผิดชอบทางการเมืองไปส่งผลที่คูหาเลือกตั้ง แทนที่จะถูกองค์กรอิสระคือศาลรัฐธรรมนูญผูกขาดถ่ายเดียว พระเจ้าจอร์จ! กรณีตากใบก็พิสูจน์ให้เห็นจะจะ แล้วความรับผิดชอบทางการเมืองอยู่ตรงไหน เพราะใช้เอกสิทธิ์คุ้มหัวกันเป็นว่าเล่น และไม่ต้องดูอื่นไกล พรรคของ “ไอติม” เอง มีคนใช้ความรุนแรงกับผู้หญิง หรือแม่ของลูก ก็ยังยกยอปอปั้นว่าเป็นคนดีคนดังถูกรังแก หรือก่อนหน้านี้ในคดีกล่าวหาว่าด้วยเรื่องลวนลามชู้สาว ก็ไม่มีการแสดงความรับผิดชอบแต่ประการใด นอกจากขับออกจากพรรค ซึ่งสุดท้ายก็แค่ย้ายพรรคเท่านั้น แล้วนี่ ยังมาฝันหวานจะให้ไปพิสูจน์ในคูหาเลือกตั้ง เห็นชัดๆ ว่าจงใจใช้ประโยชน์คนไทยลืมง่ายนั่นแล...๐

ที่สำคัญการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรานั้น ถึงแม้ใช้เวลาไม่นาน และดูเหมือนพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยเห็นด้วยก็ตามที แต่ขอเตือนว่าระวังให้ดี ระวังเรื่องอาจลามเป็น ไฟลุกป่าเหมือนกรณีนิรโทษฯ เหมาเข่งยุค “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ก็เป็นได้ เพราะการแก้ไขดังกล่าวนั้นเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองล้วนๆ ที่สำคัญเป็นการแก้ไขเพื่อให้คนสีเทาๆ กลับเข้ามามีอำนาจในประเทศ ในขณะที่เรื่องเป็นประโยชน์ต่องบประมาณแผ่นดินและแก้ไขได้ง่ายกว่า ที่สำคัญ สังคมจะปรบมือให้อย่างการยกเลิกบำเหน็จบำนาญนักการเมือง ซึ่งต้องบอกว่าเป็นภาระในอนาคตอย่างมาก ทำไม “พรรคประชาชน” ของพริษฐ์ ไม่เคยกล่าวอ้างหรือพูดถึงเลยจ๊ะ...๐.

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

บันทึกหน้า 4

การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม

บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

บันทึกหน้า 4

"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว