“หวานเจี๊ยบ”

รัฐมนตรี 17 สมัยไม่ใช่เพราะโชคช่วยสำหรับ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รมว.สาธารณสุข แต่มาจากการทำงานหนัก ฝีมือ และยังมองการเมืองทะลุ จึงสามารถพาพวกพ้องและตัวเองไปอยู่ในจุดที่มีความสำคัญ สามารถเป็นรัฐบาลได้เสมอ

และอีกลักษณะสำคัญที่ทำให้เขาอยู่ในการเมืองมาถึง 30-40 ปี ก็คือ “ปากหวาน” ที่มักจะชื่นชมผู้บังคับบัญชาตัวเองทุกเมื่อ ขณะที่การตอบโต้การเมืองก็ไม่เคยด่าทอใคร

ยกตัวอย่าง อดีตนายกฯ ทักษิณ “รมต.สมศักดิ์” ก็มักจะชื่นชมในเรื่องวิธีคิดในการทำงานที่รวดเร็ว ไม่ติดกรอบเดิมๆ จนสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้

เมื่อมาเป็น ครม.ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน แม้นักการเมืองในพรรคเพื่อไทยไม่ค่อยคุ้นเคย แต่ “สมศักดิ์” ก็ยอมรับในความสามารถและเคยชื่มชมต่อหน้าสื่อ อย่างกรณีที่อดีตนายกฯ แต่งตั้ง “วิษณุ เครืองาม” มาเป็นที่ปรึกษาของนายกฯ ท่ามกลางคลื่นใต้น้ำในพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วย เพราะมาจากระบบรัฐประหาร ว่า

“นายกรัฐมนตรีไปเชิญนายวิษณุมาเป็นที่ปรึกษาได้ ผมว่านายกรัฐมนตรีเขาอัจฉริยะนะ” แม้แต่ “เศรษฐา” พ้นเก้าอี้นายกฯ ยังบอกว่า “ท่านจะเป็นเจ้านายตลอดไป”

ความหวานเจี๊ยบยังไม่หมด เมื่อผลเลือกตั้งซ่อมพิษณุโลกเขต 1 เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา “สมศักดิ์” เป็นแม่ทัพและนำชัยชนะมาให้พรรคเพื่อไทยได้สำเร็จ ซึ่งในทางการเมืองก็ทราบกันดีว่าเป็นการสนธิกำลังของพรรคร่วมรัฐบาลรุมพรรคส้มเพียงพรรคเดียว บวกกับทุ่มทรัพยากรทางการเมืองลงไปเต็มกำลัง

แต่ “สมศักดิ์” ก็ยกชัยชนะครั้งนี้เป็นเพราะบารมี “นายกฯ ป้ายแดง” แพทองธาร ชินวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนั่นเอง

 “ย้อนไป 20 ปี ทางพรรคเพื่อไทยไม่เคยมี สส.เขต 1 เลย เป็นเรื่องที่น่ากลัดกลุ้มมาก แต่ผลเลือกตั้งออกมาพบว่าชาวพิษณุโลกให้การสนับสนุน น.ส.แพทองธาร ถือเป็นปัจจัยสำคัญ และคิดว่านายกฯ คือความหวังของพวกเราและจะก้าวข้ามความขัดแย้ง” สมศักดิ์กล่าว

ผลงานก็เด่น นโยบายต่างๆ ก็เพียบ แถมปากยังหวานเจี๊ยบอีกด้วย ไม่แปลกใจว่าหลายนายกฯ จึงเรียกใช้บริการและมอบตำแหน่ง รมต. รวมแล้ว 17 สมัย.

 

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ซื้ออาหารทานเอง'

'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.

จาริสตาร์ 32

ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”

ฝ่ายค้านครั้งแรก

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

ผู้จุดประเด็น

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

‘ตื่นเต้นนิดๆ’

จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้

‘บ่นแทนประชาชน’

อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน