
‘แบงก์ชาติ’ ออกมายอมรับเองตรงๆ ว่า ตอนนี้ค่าเงินบาทของไทยปรับแข็งค่าเร็วอยู่ในกลุ่มนำของทุกสกุลเงินภูมิภาค และช่วงที่ผ่านมามีการผันผวนอย่างมาก จากที่อ่อนค่าที่ 36 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขยับมาอยู่ที่ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐในเวลาอันรวดเร็ว
จากความผันผวนอย่างรวดเร็วดังกล่าว ล่าสุดภาคเอกชนเริ่มออกมาส่งเสียงดังๆ ว่ากำลังได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างมาก อย่างกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ก็ระบุว่า ค่าเงินที่แข็งอยู่ในเวลานี้จะทำให้การส่งออกช่วงที่เหลือทำได้ยาก ซึ่งขณะนี้เริ่มเห็นผลกระทบสภาพคล่องการเงินจากการส่งออกก่อนหน้านี้ รวมทั้งเมื่อแปลงเป็นเงินบาทแล้วได้เงินกลับมาน้อยลง และคาดว่ากระทบคำสั่งซื้อช่วง พ.ย.-ธ.ค. และไตรมาสแรกปี 2568 ที่จะขายได้ยากขึ้น ความสามารถในการแข่งขันลดลง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาดูแลไม่เช่นนั้นจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการส่งออกมาก
สอดรับกับความเห็นของนักวิชาการ อย่าง นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แสดงความเห็นว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งมากกว่านี้ โดยจุดสำคัญที่ทำให้เกิดการแข่งขันได้ ค่าเงินบาทควรอยู่ระหว่าง 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ บวกลบไม่มากนัก
แต่ความกังวลคือ ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นรวดเร็วมาก ซึ่งหากเทียบจากต้นปี 2567 บาทแข็งขึ้นมาประมาณกว่า 3% แต่หากนับจากจุดที่อ่อนค่าบริเวณ 36.8 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทำให้มีคำสั่งซื้อล่วงหน้า ผู้ประกอบการไทยสามารถกำหนดราคาและแข่งขันกับนานาชาติได้ เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาแล้วเกือบ 11% ใกล้ค่าเงินริงกิตมาเลเซีย แต่เงินหยวนของจีนแข็งค่าขึ้นเพียง 3% ทำให้สินค้าเกษตรที่ใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นสำคัญ อาทิ ข้าวไทย แข่งขันกับเวียดนาม ค่าเงินดอง แข็งค่าเพียง 3% ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยมีอุปสรรคง่ายมาก ซึ่งขณะนี้ข้าวไทยกลายเป็นเบอร์ 3 แล้ว จากที่เคยอยู่เบอร์ 1 มาตลอด
นายธนวรรธน์ยังเสนอความเห็นว่า การลดดอกเบี้ยอาจเป็นปัจจัยหนึ่งในการทำให้ค่าเงินบาทไม่แข็งเกินไป และเศรษฐกิจไทยกำลังจะฟื้นตัว การลดดอกเบี้ยอาจเป็นตัวช่วยให้การเข้าถึงสินเชื่อง่ายขึ้น เป็นตัวสอดประสานนโยบายของ ธปท.ในการปรับโครงสร้างหนี้ที่ยืนยันว่าเป็นการแก้ไขหนี้ครัวเรือนได้ดีที่สุด แต่การตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก็ถือเป็นจุดสุดท้าย ที่เชื่อว่าคงตัดสินอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับประเทศไทย
สอดรับกับกระทรวงพาณิชย์ที่จะเกาะติดสถานการณ์การส่งออก ที่ก็ชัดเจนว่า หลังจากนี้ต้องจับตาปัจจัยที่อาจกระทบต่อการส่งออกไทยในระยะถัดไป อาทิ ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่แน่นอนสูง ค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปัญหาอุทกภัยในประเทศที่อาจส่งผลต่อปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตร
ดังนั้น จากนี้ที่ต้องเกาะติดคือ ท่าทีของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งในสัปดาห์นี้ นายพิชัย ชุณหวิชร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ได้นัดหารือกับนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับภาพรวมกรอบเงินเฟ้อ ภาพรวมนโยบายการเงินและการคลัง เพื่อหวังให้หน่วยงานทางเศรษฐกิจต้องทำงานร่วมกัน สอดประสานกัน การมองภาพรวมและทิศทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นการพูดคุยภายใน โดยยืนยันว่ากระทรวงการคลังมีทิศทางที่จะไปหารือแล้ว หากได้ข้อสรุปจะชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง
โดยในมุมมองของนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.การคลัง ส่งสัญญาณว่า ค่อนข้างกังวลกับค่าเงินบาทแข็ง เพราะมีผลกระทบต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งทั้งสองส่วนถือเป็นรายได้หลักของประเทศ โดยสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยนในขณะนี้ มี 2 เรื่องหลัก คือ 1.ค่าเงินบาทผันผวน และ 2.เงินบาทแข็งค่า โดยเป็นการแข็งค่ากว่าภูมิภาค แข็งค่ากว่าคู่ค้า แข็งค่ากว่าคู่แข่ง
สถานการณ์ค่าเงินบาทในขณะนี้เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องมานั่งจับเข่าและหาข้อสรุปร่วมกัน จะปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปแบบนี้ไม่ได้ โดยมองว่าการที่เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นขนาดไหนอยู่ที่ทิศทางการเงินของโลกเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้นโยบายการเงินของโลกเราเห็นการลดอัตราดอกเบี้ยลงเป็นหลักในทุกๆ ภูมิภาค และอัตโนมัติ คือเงินบาทจะแข็งค่าขึ้น ดังนั้นหากเราไม่ทำอะไร มันก็จะเป็นสัญญาณที่ไม่ดี
ดังนั้น ต้องจับตาผลการหารือกันระหว่างแบงก์ชาติกับกระทรวงการคลัง ว่าผลจะออกมาอย่างไร.
ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เจาะกลไกพยุงราคา‘ก๊าซหุงต้ม’
ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
ทำความรู้จัก Financial Optionality
เคยไหม...รายได้เข้าทุกเดือน แต่เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิตกลับรู้สึกว่า “ยังทำไม่ได้” เพราะรายได้ในอนาคตส่วนหนึ่งถูกผูกไว้กับค่าบ้าน ค่ารถ และภาระผ่อนต่างๆ นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไม “มีรายได้” จึงไม่ได้แปลว่า “มีอิสระทางการเงิน” เสมอไป
อายุยืนบนโจทย์‘เงินออม’ที่ยาวขึ้น
การมีอายุยืนยาวขึ้นสะท้อนความก้าวหน้าด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต แต่ในอีกด้านหนึ่งกำลังเปลี่ยนโจทย์สำคัญของการใช้ชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับวันที่รายได้จากการทำงานลดลงหรือสิ้นสุดลง เมื่อช่วงชีวิตหลังเกษียณอาจกินเวลายาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ การวางแผนอนาคต จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการมีเงินเพียงพอสำหรับวันหยุดทำงาน แต่เป็นการออกแบบความมั่นคงให้สอดคล้องกับระยะเวลาของชีวิตที่ยืดยาวขึ้น
แรงงานไทยหาตัวเองให้เจอ
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจที่ต้องการแรงงานที่มีความพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความทันสมัยของเทคโนโลยี และตลาดแรงงานยังต้องการคนที่พร้อมทำงานได้ทันที แต่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยกลับยังไม่แน่ใจว่าตัวเองถนัดอะไร และอยากเติบโตไปในเส้นทางใด สำหรับเคทีซี การพัฒนาคนไม่ใช่เพียงการสร้างบุคลากรให้กับองค์กร แต่คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ค้นพบศักยภาพของตนเอง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต
ชูโมเดลจัดการน้ำไม่ท่วมไม่แล้ง
ภาพจำมหาอุทกภัยปี 2554 คือบทเรียนราคาแพงของภาคอุตสาหกรรมไทย แต่ในปัจจุบัน ท่ามกลางสภาพอากาศสุดขั้วจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง “พระนครศรีอยุธยา” ได้ก้าวข้ามจากการตั้งรับเฉพาะหน้า ไปสู่ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงแบบ 360 องศา เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ ให้นักลงทุนมั่นใจว่าโรงงานผลิตจะไม่สะดุด ไม่ว่าธรรมชาติจะเหวี่ยงมาทาง “น้ำหลาก” หรือ “เอลนีโญ”
Gastech 2026 ขับเคลื่อนพลังงานมั่นคง
งาน Gastech 2026 ซึ่งเป็นมหกรรมนิทรรศการและการประชุมด้านก๊าซธรรมชาติ LNG โซลูชันคาร์บอนต่ำ และเทคโนโลยีพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก กำลังจะจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่สองในรอบเกือบสองทศวรรษ งานนี้คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ พร้อมบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 ราย และวิทยากรระดับโลกกว่า 800 คน ครอบคลุมทั้งระดับรัฐมนตรี ผู้บริหารซีอีโอ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ภายใต้การเป็นเจ้าภาพของกระทรวงพลังงานไทย ร่วมกับพันธมิตรสำคัญอย่าง EGAT ปตท. และ Gulf ในฐานะ National Consortium Partners

