
ช่วงนี้งานแน่นที่สุด สำหรับ “จิรายุ ห่วงทรัพย์” ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของรัฐบาลและอื่นๆตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เพื่อให้การประชาสัมพันธ์เป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ และสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับการขับเคลื่อนงานของรัฐบาล
นอกจากนี้ จิรายุ ยังควบตำแหน่งโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) และโฆษก ศปช.ส่วนหน้า ในช่วงที่สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือยังหนักอยู่
ทำให้ช่วงนี้เจ้าตัวรับบทหนักในการเป็นตัวกลางของรัฐบาล แจ้งข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนทราบ โดยใน 1 วันอย่างน้อยต้องมีข่าวสารเฉพาะเรื่องน้ำท่วมเผยแพร่สู่ประชาชนอย่างน้อย 3 ข่าว 3 เวลาหลังอาหาร เช้า กลาง เย็น บางวันสถานการณ์ด่วนก็มีข่าวช่วงค่ำช่วงดึกด้วย
รวมถึงหากมีข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรี และมีความคืบหน้าเพิ่มเติมในพื้นที่ก็พร้อมรายงาน ทำให้เจ้าตัวต้องตื่นตัวพร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นแม้วันหยุดเสาร์-อาทิตย์
และยังไม่รวมข่าวสารด้านอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัย ไม่ว่าจะงานภารกิจต่างประเทศของนายกรัฐมนตรี ผลการประชุมต่างๆของนายกฯในแต่ละวัน และชี้แจงประเด็นอื่นๆตามที่นายกฯมอบหมาย
รวมไปถึงหน้าที่ในการแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกวันอังคาร ที่ ณ เวลานี้ ยังไม่มีการแต่งตั้งทีมรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมาช่วย ก็มีแต่ “จิรายุ” คนเดียว เป็นหัวเรือหลักตีปี๊บทุกด้านของรัฐบาล
ครั้นเจอเจ้าตัวมาร่วมภารกิจกับนายกรัฐมนตรี นักข่าวได้สอบถามเวลาส่งข่าวสถานการณ์น้ำท่วมภาคเหนือให้ใช้ตำแหน่งอะไรในข่าว ใช้โฆษก ศปช. หรือโฆษก ศปช.ส่วนหน้า ก่อนนักข่าวจะแซวอีกว่าช่วงนี้ส่งข่าวมารัวมากๆ เพราะรับหลายหน้าที่เลย ทั้งที่ปรึกษาของนายกฯ ทั้งโฆษก ศปช. และโฆษก ศปช.ส่วนหน้า
ด้าน “จิรายุ” หัวเราะพร้อมบอกอย่างอารมณ์ดีว่า “ตอนนี้รับหมดทุกหน้าที่ ทั้งส่วนหน้า ส่วนกลาง หรือจะส่วนหลัง ก็พร้อมลุยเต็มที่ทุกบทบาท”
แหม่…นี่ยังขาดตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีกตำแหน่ง ก็จะเป็น “โทรโข่งรัฐบาล” อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ฮ่าๆๆ
บรรจง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โพสต์เดือด!
พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้
‘อีหล่า’ จะทำให้เบิ่ง
ศรีสะเกษจะมีรัฐมนตรีเป็นศักดิ์เป็นศรีคนบ้านเฮาหรือไม่ งวดนี้อยู่ในกำมือพี่น้องคนนครดอกลำดวนแล้วเด้อ ส่องสปอร์ตไลต์เลือกตั้งเที่ยวนี้ เหมือนจะมีแค่ 2 พรรคที่ต้องชิงดำ คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย
คำสั่งอา
เวทีปราศรัยสุพรรณบุรี ค่ำวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถ้าใครคิดว่าจะได้ฟังปราศรัยการเมืองแบบเคร่งขรึม คงต้องเสียใจ เพราะ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรี รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แกมาในโหมดกันเอง คึกคัก และเต็มไปด้วยเรื่องเล่าที่มากกว่านโยบาย
แสวงท่ามกลางมรสุม
ช่วงนี้ถ้าถามว่าใครในรั้วการเมืองไทยที่ “เนื้อหอม” ในทางที่ควันออกหูที่สุด คงหนีไม่พ้น “บิ๊กแสวง” แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่นาทีนี้ดูเหมือนพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก มรสุมลูกใหญ่ถาโถมเข้าใส่ชนิดที่ว่ากางร่มคันไหนก็เอาไม่อยู่
‘พวงมาลัยชาวบ้าน’
ช่วงนี้ใกล้จะถึงวันที่ 8 ก.พ.เข้ามาทุกที หลายพรรคการเมืองก็ใกล้จะปราศรัยโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง แต่ก่อนถึงวันนั้นก็ต้องลงพื้นที่หนักหน่วง แถมการลงพื้นที่ในแต่ละครั้งต้องใช้ระยะเวลา จึงทำให้บางครั้งเรียกได้ว่าต้องเติบโตบนรถกันเลยทีเดียว
เปิด ‘หมูปิ้ง’
เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เป็นสัปดาห์สุดท้ายที่ทุกพรรคการเมืองเร่งลงสนามขอคะแนนเสียงประชาชน รวมถึง “พรรคเป็นธรรม” ของ “ดร.ดุ่ย-ปิติพงศ์ เต็มเจริญ” หัวหน้าพรรค ที่ลุยลงสนามเต็มที่ก่อนถึงวันชิงชัย

