
ต้องเรียกว่าตีปี๊บกันอย่างยิ่งกับการแถลงผลงาน 90 วัน พร้อมสานฝันอนาคตในธีม “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง” ที่ “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีจะเป็นคีย์แมนหลัก โดยถ่ายทอดสดผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) ในวันพฤหัสบดีที่ 12 ธ.ค.นี้ แต่ดูเหมือน “อุ๊งอิ๊ง” จะ “รันทรู” ตั้งแต่วันพุธที่ 11 ธ.ค. โดยยืนหน้าโพเดียมตอบคำถามหลายๆ ข้อที่เป็นข้อสงสัยสังคมอยู่ในขณะนี้ ...๐
โดยเฉพาะปม 4 คนไทยที่ถูกทหารเมียนมาจับกุมไปตั้งแต่ค่ำวันที่ 29 พ.ย.
ซึ่งเมียนมาอ้างว่าเรือประมงไทยรุกล้ำน่านน้ำ โดย “นายกฯ อิ๊งค์” บอกว่ามีข่าวดี ได้พูดคุยกับ พล.อ.อาวุโสตาน ฉ่วย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา รวมถึงได้พูดคุยทูตไทยที่เมียนมาแล้ว แต่ติดเรื่องขั้นตอนกฎหมายในการส่งตัวออกมา โดย คาดว่าประมาณหลังปีใหม่เล็กน้อยทุกอย่างจะเรียบร้อย พระเจ้าจอร์จ! นี่หรือที่เรียกว่าพูดคุยกันด้วยดี แต่ต้องใช้เวลาเกิน 1 เดือนในการปล่อยตัว 4 คนไทย ...๐
แล้วที่ขำไม่ออกคือ “นายกฯ อิ๊งค์ยังบอกต่ออีกว่า ในเรื่องของคดีความยังต้องคุยรายละเอียดกันต่อ แบบนี้จะเป็นข่าวดีของคนไทยและครอบครัวของคนไทยทั้ง 4 ชีวิตได้อย่างไร เพราะต้องถูกควบคุมตัวยาวนานกว่า 1 เดือน หรือเพราะ ทั้ง 4 คนนั้นเป็นแค่ชาวบ้านตาดำๆ ไม่ได้เป็นลูกตาสีตาสาที่ไหน เลยไม่ใส่ใจมากนัก เพราะหาก “อุ๊งอิ๊ง” จำคำขายฝันในการแถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2567 ในตอนท้ายที่ระบุว่า “จะสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียม ทำให้คนไทย มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เพื่อนำพาความภาคภูมิใจกลับมาสู่คนไทย และประเทศไทย เพื่อสร้างความหวังและอนาคตที่ดีกว่าให้ประเทศไทย จากวันนี้ไปถึงอนาคต” คงไม่ปล่อยให้ 4 คนไทยต้องลำบากลำบนอยู่ต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้ เพราะดูตัวอย่าง คนชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” กลับมาเมืองไทยยังติดคุกไม่ถึง 24 ชั่วโมงดี ก็มีอภินิหารได้ไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 และพักอยู่จนออกมาพักโทษที่บ้าน แบบนี้เรียกว่า “เท่าเทียม” หรืออย่างไร ...๐
ชาวบ้านเขายังฝากมาด้วยว่า ในเมื่อแถลงนโยบาย 90 วันแล้ว ก็ควร ถึงเวลาปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) บ้างก็น่าจะดี เพราะผลงาน 3 เดือนของรัฐมนตรีหลายคนก็ต้องบอกว่าอย่าอยู่ให้เปลืองงบประมาณเลย โดยดูง่ายๆ จากกรณี 4 คนไทยนั้น “มาริษ เสงี่ยมพงษ์” รมว.กต. หรือแม้แต่ “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกฯ และ รมว.กห. ก็เรียกว่าเสียหน้า เสียศักดิ์ศรีทั้งระดับรัฐมนตรีและประเทศอย่างยิ่ง เพราะตอนเกิดเหตุแสดงท่าทีขึงขัง แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องหงอเมียนมา แบบต่อไปคงต้องเรียก “พี่หม่อง” กันแล้ว ...๐
ในขณะที่อีกรายที่ต้องพิจารณาก็ไม่มีใครเกิน “พิชัย ชุณหวชิร” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่สร้างความปั่นป่วนในระดับประเทศและในระดับชาวบ้านว่าด้วยการปฏิรูปโครงสร้างภาษี ที่ต่อมา “นายกฯ อิ๊งค์” ต้องมาติดเบรกในเรื่องดังกล่าว เพราะ การโพล่งในเรื่องอัตราภาษีแบบตัวเลข 15% ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลนั้น คนระดับ “ขุนคลัง” ไม่น่าจะเกิดขึ้นแต่ประการใด เพราะการพูดเรื่องภาษีล่วงหน้าแล้วกลับลำนั้นมันยิ่งกว่ารัฐบาลเด็กเล่นขายของเสียอีก ...๐
แล้วยังมีกรณีการแต่งตั้งประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อีก ที่จนป่านนี้ก็ยังไม่สะเด็ดน้ำเสียที โดย “พิชัย” ให้เหตุผลว่าต้องตรวจสอบคุณสมบัติ “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” อีกครั้ง เพราะเคยเป็นประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการแก้หนี้นอกระบบ พิโธ่! อย่าลืมว่า การเสนอชื่อ “เดอะโต้ง” นั้น ก็มาจากกระทรวงการคลังเอง การอ้างว่าตรวจคุณสมบัติจึงเป็นตลกร้ายอย่างยิ่ง หมายความว่าตอนเสนอชื่อเข้าบอร์ดคัดเลือกประธาน ธปท. ที่มี “สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์” อดีตปลัดคลังเป็นประธาน ไม่ได้ตรวจสอบหรืออย่างไร เพราะหากจะผิดก็ต้องผิดตั้งแต่ต้นแล้ว ไม่ต้องไปรอเดดไลน์กลางเดือน ม.ค.2568 หรือ จะรอให้เรื่องเงียบแล้วแอบดอดชงเรื่องเข้า ครม.อนุมัติกันจ๊ะ ...๐
ทิ้งท้ายด้วยข่าวพรรคลุงป้อม “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” กันบ้าง เพราะล่าสุด ได้ฤกษ์เสียทีที่จะมีมติขับ 20 สส.ก๊วนอดีตรัฐมนตรีแป้งพ้นพรรค โดยให้เหตุผลอุดมการณ์ไม่ตรงกัน ไม่ได้เกี่ยวกับ “หมูไปไก่มา” แต่ประการใด โดยจะมีการประชุม กก.บห.-สส.ดำเนินการ ซึ่ง “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ก็ประกาศรับลูกอีกเช่นกันว่า “กล้าธรรม” พร้อมอ้าแขนรับ 20 คนแล้วจ้า ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว

