บันทึกหน้า 4

ในขณะที่ นายกฯ “แพทองโพย” ไปประชุม World Economic Forum ประจำปี 2568 ที่เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ครั้งนี้ ก็ต้องบอกว่าสะท้อนความเป็นจริงมากกว่ายุค “เศรษฐา ทวีสิน” ไปทัวร์ต่างประเทศเสียจริงๆ เพราะส่วนใหญ่ข่าวที่ส่งกลับมาก็เป็นการพบปะพูดคุยหารือกับบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย และผู้นำเท่านั้น ไม่มีตัวเลขอวดโอ่ว่าจะเข้ามาลงทุนเท่าโน้นเท่านี้เหมือนยุค “เสี่ยนิด” ที่ต้องบอกว่า “ราคาคุย” เกินจริงอย่างมาก เพราะหากตัวเลขที่ “เศรษฐา” โม้ไว้เป็นจริง ป่านนี้รัฐบาล (พ่อ) เลี้ยง คนไม่กระเหี้ยนกระหือรือที่จะตั้ง “กาสิโน” หรือจะดันพนันออนไลน์ให้มาอยู่บนดินหรอก ...๐

แม้ “แพทองธาร ชินวัตร” จะไปปฏิบัติหน้าที่ยังต่างประเทศ แต่ดูเหมือน “ผู้นำฝ่ายค้าน” อย่าง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” จะคิดถึง เพราะเอ่ยอ้างว่านายกฯ ไปสูดอากาศที่ดาวอส ในขณะที่เมืองไทยจมฝุ่นพิษ PM 2.5 ซึ่งงานนี้ก็เล่นเอาลูกหาบทั้ง “ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ” สส.บัญชีรายชื่อและรองโฆษกพรรคเพื่อไทย และ “จิรายุ ห่วงทรัพย์” ซึ่งกินเงินเดือนทั้งเก้าอี้โฆษกประจำสำนักนายกฯ และที่ปรึกษาของนายกฯ ถึงกับ ควันออกหูออกมาดีดปาก “เท้งเต้ง” กันพัลวันว่าไม่ควรเหน็บแนม ค่อนแคะหรือแขวะอยู่ตลอดเวลา เพราะทำให้เสียลุกส์ผู้นำฝ่ายค้าน ...๐

ไม่รู้ว่า “พรรคเพื่อไทย” อ่อนไหวกับเรื่องแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือเพราะ “นายกฯ อิ๊งค์” เป็นลูกหัวแก้วหัวแหวนของ “นายใหญ่” กันแน่ เลยต้องโชว์ผลงานให้เข้าตาเพื่อจะได้ส้มหล่นเก้าอี้รัฐมนตรีกันเอ่ย แต่ที่แน่ๆ ปัญหาฝุ่นพิษนอกจากจะทวงถามการแก้ไขกับ “อุ๊งอิ๊ง” แล้ว อีกราย ที่ต้องทวงถามคือ ผู้ได้คะแนนเสียงล้านหกแสนเสียงอย่าง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครด้วย เพราะเรียกว่าแทบลอยตัวเหนือปัญหา ไม่มีการจัดการแก้ไขอย่างไร มีแค่การขอให้ช่วยทำงานที่บ้านบ้าง และล่าสุดก็ปิดโรงเรียน ถ้าได้คะแนนมโหฬารแล้วทำได้แค่นี้ก็น่าจะพิจารณาตัวเองออกจากเก้าอี้ให้คนอื่นมาทำแทนเถอะพ่อคุณ ...๐

หันมาดูเรื่อง “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” เหมือนช่วงต้นสัปดาห์กันบ้าง อย่างกรณี “แสตมป์” อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข ที่แม้จะบอกว่ามีบทสรุปไปแล้วบางส่วน แต่ก็ยังไม่ใช่ชัดแจ้งชัดเจนก็ตามที แต่ในเรื่องคดีมาตรา 112 นั้นก็ยังคงต้องติดตาม เพราะเป็นคดีอาญาแผ่นดิน ที่สำคัญ “แน่งน้อย อัศวกิตติกร” อดีตประธานศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิดบนโลกออนไลน์ (ศชอ.) ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคก็ให้ข้อคิดไว้อย่างน่าสนใจว่า “ไม่มีใครรู้ข้อความดังกล่าวว่าเข้าข่ายมาตรา 112 หรือไม่ นอกจากแสตมป์กับคู่กรณี” ...๐

แล้วก็เรียกว่าจังหวะพอดีเป๊ะยิ่งกว่าละครเสียอีก เพราะต้นสัปดาห์ข่าวว่าการเป็นชู้ยังกระหึ่มอยู่ ล่าสุด “อนุกูล พฤกษานุศักดิ์” รองโฆษกรัฐบาลก็มาบอกการแก้ไขมาตรา 1523 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ.2567 หรือกฎหมายฟ้องชู้มีผลบังคับใช้แล้วในวันที่ 22 ม.ค.2568 ต้องเรียกว่าอะไรมันจะได้จังหวะเวลาขนาดนั้น ...๐

เช่นเดียวกับ “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” ที่กระทรวงมหาดไทยภายใต้บังเหียนดูแลของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ก็ได้กำชับกรมการปกครอง ให้สำนักทะเบียนเตรียมความพร้อมรองรับการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมซึ่งจะดีเดย์เป็นวันแรกในวันพฤหัสบดีที่ 23 ม.ค.นี้ งานนี้ต้องบอกว่าดูทั้งเรื่องความรัก ความแค้นและความชังมาผสมรวมในความบังเอิญยิ่งกว่าเซตไว้เสียอีก ...๐

พูดถึงเรื่องกฎบัตรกฎหมายไม่พูดถึงคดีความก็กระไรอยู่ เพราะถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับบรรดาผู้ชอบไลฟ์สดแล้วมีการพาดพิงไปยังบุคคลอื่น โดยล่าสุด ศาลอาญาได้พิพากษาจำคุก 1 ปี ปรับ 100,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี ในคดีที่ “รศ.วีรชัย พุทธวงศ์”  หรือ อ.อ๊อด อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์เป็นโจทก์ฟ้อง “เดชา กิตติวิทยานันท์” หรือทนายคลายทุกข์ เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท ...๐

ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง “ตี๋เต้” มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีตหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ต้องยกมือไหว้ขอโทษ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” อดีต รมว.คมนาคม หน้าศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ในกรณีไลฟ์สด กล่าวหา “เสี่ยโอ๋” เรื่องชู้สาวและคลัสเตอร์โควิด โดย “เต้ พระราม 7” ต้องโพสต์ลงโซเชียลขอโทษและคงการโพสต์ไว้ไม่ต่ำกว่า 10 ปี หากไม่ทำตามข้อตกลงต้องจ่ายค่าเสียหาย 5 ล้านบาท นี่น่าจะเป็นตัวอย่างไม่มากก็น้อยสำหรับเซเลบและเกรียนคีย์บอร์ดทั้งหลายให้สำเหนียกในการด่าในไลฟ์ได้เป็นอย่างดี ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

บันทึกหน้า 4

การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม

บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

บันทึกหน้า 4

"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว