
ต้องเรียกว่าเข้าโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด 47 จังหวัด และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด 76 จังหวัด ในวันเสาร์ที่ 1 ก.พ.ที่จะถึงนี้ จึงทำให้ “เสือกทุกเรื่อง” อย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” ทำหน้าที่ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคเพื่อไทยอีกระลอกหนึ่ง โดยเมื่อ วันพุธก็ขึ้นเหนือไปยังจังหวัดเชียงรายเพื่อช่วยเหลือ “สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช” อีกคราหนึ่ง เพราะเชียงรายและเชียงใหม่นั้น “นายใหญ่” สั่งทั้งทางลับและทางแจ้งว่าแพ้ไม่ได้ เพราะเป็นศึกศักดิ์ศรีและหน้าตา ...๐
ในขณะที่ฟากแค้นฝังหุ่นอย่าง พรรคประชาชนนั้น ก็เรียกว่ามีการดาวกระจายกันออกไป โดยประเดิมเริ่มในวันที่ 30 ม.ค. ประกอบด้วย “ชัยธวัช ตุลาธน” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ “พรรณิการ์ วานิช” โฆษกคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง จะขึ้นไปหาเสียงที่ลำพูนและเชียงใหม่ ส่วนจะป๊ะกับพี่โทนี่ วู้ดซัม หรือไม่ ต้องติดตามดูกัน ในขณะที่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และประธานคณะก้าวหน้า ที่เพิ่งโอดครวญดรามาว่าด้วยการถูกแทงข้างหลังนั้น จะลงพื้นที่ “ระยอง” ส่วน “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลนั้น ก็เลือกไปสมุทรสงคราม ...๐
ก็ไม่รู้ว่าจะบอกอย่างไรดี เพราะ “เสี่ยเท้งเต้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนกลับไม่มีไทม์ไลน์หรือหมายแจกสื่อมวลชนว่าจะไปช่วยหาเสียงให้พื้นที่ใดเลย ไม่ต่างจาก “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า ที่ดูเหมือนจะเฟดตัวออกไปในการเลือกตั้งท้องถิ่นครานี้ เหมือนจะรู้ผลล่วงหน้าว่าเป็นได้แค่ตัวประกอบ เลยเลือกที่จะไม่ลงทุนลงแรง ...๐
หันมาดูความเคลื่อนไหวของ “นายกฯ อิ๊งค์” กันบ้าง ซึ่งไม่รู้ว่าเป็น โรคความจำสั้นหรือเป็นโรคสองบุคลิกกันแน่ เพราะในการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2568 ที่อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนั้น “แพทองธาร” ประกาศกับส่วนราชการว่า “อยากให้เกิดการทำงานแบบไม่มีกำแพง จะได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” งานนี้เล่นเอาข้าราชการทำเนียบรัฐบาลถึงกับมองหน้าเลิ่กลั่ก เพราะในงานวันเด็กที่ทำเนียบฯ เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ซึ่งจัดให้กับลูกหลานของ ขรก.ทำเนียบฯ นั้น “แพทองธาร” ส่ง “นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช” เลขาธิการนายกรัฐมนตรีมารับหน้าเสื่อแทน ทั้งที่วันดังกล่าวนายกฯ แทบทุกยุคสมัยจะลงมาสนามหญ้าหน้าทำเนียบฯ ขนาด “พ่อแม้ว” ยังเคยลงมา แล้วแบบนี้จะเรียกว่าไม่มีกำแพง ทำงานใกล้ชิดเหรอ ...๐
นี่ยังไม่นับรวมกับคำสัญญาของ “นายกฯ” และรองนายกฯ ที่ชื่อ “ภูมิธรรม เวชยชัย” ในเรื่อง 4 แรงงานคนไทยที่ถูกเมียนมาจับตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้ว เพราะตอนแรกก็ขยายเวลาเรื่อยมา แต่ดูเหมือนปัจจุบันถูกลืมเลือนไปแล้วว่าเป็นหรือตายที่ไหน แล้วนี่ยังมีกรณี “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศงดให้ความช่วยเหลือให้แก่ผู้อพยพต่างๆ อีก ก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลเพื่อไทยจะใส่ใจสนใจหรือไม่ เพราะไม่ใช่ “นักโทษเทวดา” ที่ไม่ต้องติดคุกแม้แต่วันเดียว ...๐
หันมาดูความเคลื่อนไหวของมหาดไทยกันบ้าง ที่ช่วงนี้รับหน้าเสื่อในหลายด้านเสียเหลือเกิน โดยล่าสุด “ไตรศุลี ไตรสรณกุล” เลขานุการ รมว.มหาดไทยและโฆษกกระทรวงมหาดไทย ก็ออกมายืนยันเรื่องของข้อมูล “ทะเบียนราษฎร” ว่าถูกเก็บรักษาอยู่ในชั้นความลับ ส่วนในสื่อออนไลน์ในการเล่นเกมดังที่ระบุว่ามีแก๊งก๊วนมีข้อมูลของบุคคลเป้าหมายที่เป็นเหยื่อทุกราย เพราะเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎรนั้น ไม่เป็นความจริงแต่ประการใด ...๐
เมื่อพูดถึงเรื่องข้อมูลและกรมการปกครองแล้ว จะไม่ให้เอ่ยถึงข้อข้องใจของชาวบ้านได้อย่างไร โดยเฉพาะเรื่อง “แบบคำขอรับเงินสงเคราะห์และรับรองผู้รับผิดชอบในการจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี” หรือแบบ ศผส.01 เพราะแต่ละเขตกลับให้กรอกข้อมูลไม่เหมือนกัน! โดยเขตคันนายาวที่เกิดเหตุให้เอกสารและแนะนำว่าใช้แค่สำเนาบัตรประชาชนผู้ยื่นและหน้าบัญชีธนาคาร แต่เมื่อไปดำเนินการจริงในเขตมีนบุรีที่อยู่อาศัยกลับเจอรายการเอกสารยาวเป็นหางว่าว ทั้ง สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาหน้าบัญชีธนาคาร, สำเนาบัตรประชาชนผู้เสียชีวิต, สำเนาใบมรณบัตร 2 ฉบับ, สำเนาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, สำเนาบัตรประธานชุมชน และสำเนาบัตรประชาชนประธานชุมชน พิโธ่! แล้วที่ให้กรอกข้อมูลในเอกสาร ศผส.01 เยอะแยะจะมีประโยชน์อะไร ที่สำคัญยุคนี้ก็พยายามลดร้อนโลกลดการใช้กระดาษเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ โปรโมตเรื่องใช้แอปไทยไอดีอย่างเดียว แต่นี่ช่างสวนทาง ซ้ำร้ายมองผู้ไปยื่นเป็นโจรและมิจฉาชีพเพราะต้องใช้เอกสารยืนยันมากมาย ทั้งที่เป็นงานศพแล้วเกิดความสูญเสียอยู่แล้ว งานนี้เลยต้องฝากน้องกวาง หรืออธิบดีกรมปกครอง หรืออาจถึงขั้น รมว.มหาดไทยเข้ามาดูแล เพราะการดำเนินการแบบนี้นอกจากขัดความรู้สึกแล้ว ยังขัดนโยบายรัฐบาลและกระทรวงด้วย …๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .
บันทึกหน้า 4
ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.
บันทึกหน้า 4
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ
บันทึกหน้า 4
เลือกกันไปเรียบร้อยตำแหน่งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โผไม่พลิก “โสภณ ซารัมย์” จากพรรคภูมิใจไทยนั่งตำแหน่งประธาน เอาชนะ “ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ” จากพรรคประชาชนไปด้วยคะแนน 289 ต่อ 123 คะแนน ที่น่าสนใจคือ มีผู้งดออกเสียงมากถึง 80 เสียง และบัตรเสียอีก 5 ใบ

