บันทึกหน้า 4

ต้องขอต้อนรับ “เค พี ศรรมะ โอลี” นายกรัฐมนตรีเนปาล และภริยา ในโอกาสการเป็นแขกรัฐบาลเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 66 ปี นับตั้งแต่มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างกัน ซึ่งต้องบอกว่าเป็นเรื่องแปลกอย่างยิ่ง เพราะ “เนปาล” นั้นก็เป็นหนึ่งในลิสต์ของนักท่องเที่ยวไทย แต่ผู้นำสูงสุดของประเทศกลับมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปีนี้ ซึ่งต้องเรียกว่าจังหวะเวลาอาจจะไม่เหมาะสมเล็กน้อยเนื่องจากไทยเพิ่งเกิดเหตุพิบัติภัยที่ไม่เคยเจอมาก่อนคือ “หางเลขแผ่นดินไหว” จากเมียนมา ...๐

พูดถึงเรื่อง “ธรณีพิโรธ” แล้วก็ไม่เกินคาดแต่ประการใด เมื่อ “กรมสอบสวนคดีพิเศษ” หรือดีเอสไอ ภายใต้กระทรวงยุติธรรมของ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” รมว.ยธ. ก็ได้รับคดีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มไว้เป็นคดีพิเศษ โดยไม่ต้องมีการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ แค่ใช้อำนาจของอธิบดีอย่าง “พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ” อย่างเดียว และล่าสุดอธิบดีดีเอสไอก็ ตั้งทีมสอบสวนพิเศษ 35 รายลุยคุ้ยคดี โดยเฉพาะ “ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย)” แล้ว เรียกว่าจะจับส่องกันทุกรูขุมขนทีเดียว ...๐

คงไม่ใช่ “ไชน่า เรลเวย์ฯ” รายเดียวที่จะถูกจับขึ้นเขียงเท่านั้น เพราะยังพบว่ามีการขยายวงปัญหาตึก สตง.กันมากขึ้น เพราะล่าสุด “ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์” สส.กทม.พรรคประชาชน ได้แถลงข่าวว่ามีหลายโครงการรัฐที่พบปัญหา โดยเฉพาะโครงการของการเคหะแห่งชาติ รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ ออกมารับประกัน และเปิดเผยข้อมูลว่าที่ผ่านมาโครงการก่อสร้างทั้งหมดนั้น มีการจ้างบริษัทจีนกี่แห่ง และคุณภาพในทีโออาร์ ทั้งเรื่องวัสดุอุปกรณ์ หรือเรื่องของเหล็กโครงสร้างต่างๆ ได้ระบุมาตรฐานไว้หรือไม่ ...๐

ต้องบอกว่า “แผ่นดินไหว” ครานี้ที่เริ่มจากใต้ดินเมียนมาสะเทือนและหลอกหลอนคนไทยอย่างมาก โดยเฉพาะยามรักษาความปลอดภัยบนอาคารเอของศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เพราะเป็นวันที่ 2 ที่ “ยาม” ได้ประกาศให้คนที่อยู่ในตึกอพยพลงมาข้างล่างติดต่อกัน โดยอ้างว่ามีความรู้สึกว่าสั่นไหว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าแพนิกเลยทำให้รู้สึกดังกล่าว หรือออกอาการหมั่นไส้ข้าราชการจึงกลั่นแกล้งกันแน่ แต่ก็ สะท้อนให้เห็นอย่างดีว่า การปรับเรื่องการแจ้งของ “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ที่ขึงขังในการแถลงข่าวนั้นยังไม่สามารถปฏิบัติได้จริง เพราะการอพยพเกิดขึ้นไปแล้วกว่าครึ่งชั่วโมง บรรดาเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ของภาครัฐจึงออกมาบอกว่ามีการไหวระดับเล็กน้อยไม่กระทบถึงไทยแต่ประการใด ทั้งที่เมื่อพบการสั่นไหวในยามนี้ก็ควรรีบแจ้งรีบบอกทันทีไม่ว่าจะเล็กเพียงใด เพราะคนกรุงยามนี้หัวใจไปอยู่ตาตุ่มเพราะเจอในสิ่งไม่เคยเจอมาแล้ว ...๐

แม้ “นายกฯ อิ๊งค์” จะยอมรับอย่างหน้าชื่นว่าทำอะไรไม่ถูกในเรื่องแผ่นดินไหว เพราะไม่เคยเจอมาก่อน แต่สังคมก็กังขากันอย่างมาก เพราะการกู้ซากตึก สตง.ถล่ม รวมถึงการช่วยเหลือชีวิตคนที่ติดอยู่ข้างในจะเริ่มหมดหวังลงเรื่อยๆ แต่ ใครต่อใครก็ยังหวังให้มีปาฏิหาริย์ แต่รัฐบาลกลับมาสุมใจใส่ฟืนว่าด้วยการดันกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์หรือสถานบันเทิงครบวงจรเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 3 เม.ย.นี้ ก็ไม่รู้ว่าเป็นการสอดไส้หรือลักไก่เรื่องดังกล่าวแต่ประการใด แต่ที่แน่ๆ สังคมเริ่มเห็นแล้วว่า ตกลง รัฐบาลเห็นคุณค่าของชีวิตคนหรือคุณค่าของผลประโยชน์มากกว่ากัน ...๐

 งานนี้ก็คงต้องวัดใจผู้แทนปวงชนทั้งหลายว่าจะให้อบายมุขครองเมืองหรือไม่อย่างไร แต่อย่างน้อย “วุฒิสภา” ซึ่งถูกก่นด่าในเรื่องการฮั้ว การซื้อตำแหน่งไม่เป็นตัวแทนปวงชนมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด “พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์” สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ก็ออกมาบอกว่าเสียงส่วนใหญ่ของ สว.ไม่เห็นด้วย กับเรื่องดังกล่าว พร้อมสำทับด้วยว่าอย่าอ้างว่าเป็นแค่เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์หรือสถานบันเทิงครบวงจร เพราะปัจจุบันมีอยู่แล้ว แต่ไม่มีกาสิโนเท่านั้น ...๐

ไม่ใช่แค่ “สว.” ที่ไม่เห็นด้วย “รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล” อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) อาจารย์หญิงตัวเล็กๆ ที่ออกมาต่อต้านเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดก็ได้ทำหนังสือถึง “วันมูหะหมัดนอร์ มะทา” ประธานรัฐสภา คัดค้านเรื่องดังกล่าวด้วย ที่สำคัญนักวิชาการรายนี้ยังให้ ส่งเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยปมจริยธรรรมทั้ง “แพทองธาร ชินวัตร” “พิชัย ชุณหวชิร” รองนายกฯ และ รมว.การคลัง รวมถึง “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” รมช.การคลัง ที่ผลักดันส่งเสริมเรื่องนี้ด้วย …๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .

บันทึกหน้า 4

ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "

บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.

บันทึกหน้า 4

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ

บันทึกหน้า 4

เลือกกันไปเรียบร้อยตำแหน่งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โผไม่พลิก “โสภณ ซารัมย์” จากพรรคภูมิใจไทยนั่งตำแหน่งประธาน เอาชนะ “ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ” จากพรรคประชาชนไปด้วยคะแนน 289 ต่อ 123 คะแนน ที่น่าสนใจคือ มีผู้งดออกเสียงมากถึง 80 เสียง และบัตรเสียอีก 5 ใบ