โอกาสของความยั่งยืน

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันเรื่องพลังงานสะอาดเป็นเทรนด์ที่ทุกคนจะต้องดำเนินงานตาม ไม่ใช่เพียงกระแสที่มาแล้วก็ไป แต่เป็นโครงสร้างที่ชัดเจนและเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมองว่าเป็นหนึ่งในหนทางสำคัญในการจะดูแลรักษาโลกใบนี้ให้เกิดความยั่งยืนได้อย่างต่อเนื่อง และสืบเนื่องจากการประชุมประเทศภาคี (Conference of the Parties) ครั้งที่ 28 หรือการประชุม COP28 มีแนวคิดที่แบ่งเป็น 5 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

1.การเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประเทศสมาชิกเกือบ 200 ประเทศเห็นพ้องกันในการ “เปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิล”

แม้จะไม่ได้ระบุการยุติการใช้โดยสิ้นเชิง แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดการปล่อยคาร์บอนในระบบพลังงาน 2.การเพิ่มพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพพลังงาน มีเป้าหมายในการเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนทั่วโลกเป็น 3 เท่า และเพิ่มอัตราการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานเป็น 2 เท่าภายในปี 2030

3.การลดการปล่อยก๊าซมีเทนและการทำความเย็น มีการประกาศลดการปล่อยก๊าซมีเทนอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2030 และมี 66 ประเทศเข้าร่วม “Global Cooling Pledge” เพื่อลดการปล่อยก๊าซจากการทำความเย็นลงอย่างน้อย 68% ภายในปี 2050 4.การหยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่า มีการยืนยันเป้าหมายในการหยุดยั้งและย้อนกลับการตัดไม้ทำลายป่าและการเสื่อมโทรมของป่าไม้ภายในปี 2030 ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ประมาณ 14% ของการปล่อยทั่วโลก

 และ 5.การสนับสนุนทางการเงินและเทคโนโลยี มีการเรียกร้องให้มีการสนับสนุนทางการเงิน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเสริมสร้างศักยภาพเพื่อช่วยให้ประเทศต่างๆ บรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ

 ด้วยเหตุนี้เองทำให้หลากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาดูกันใหม่ว่า จากการประชุมแผนในครั้งนี้มีอะไรที่เป็นกฎเกณฑ์สำคัญ เพื่อให้การดำเนินงานสามารถดำเนินต่อไปได้บ้าง ซึ่งในประเทศไทยเองมีหลายหน่วยงานที่มีความชัดเจนถึงเรื่องการสนับสนุนแนวทางการรักษ์โลก รวมไปถึงการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด อย่างเช่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต โดยหันมาใช้พลังงานทดแทน ตามมาตรการยกระดับอุตสาหกรรมสู่ Smart and Sustainable Industry

โดยตั้งแต่ปี 2558-มี.ค.2568 มีจำนวนกว่า 2,400 โครงการ มูลค่ากว่า 220,000 ล้านบาท ถือเป็นการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจสีเขียวตลอดห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาส ลดความเสี่ยง และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจ ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นไปตามที่ประเทศไทยดำเนินนโยบายสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และตั้งเป้าหมายก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2065 เพื่อสร้างอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ

โดยความพร้อมด้านพลังงานสะอาด เป็นจุดแข็งที่โดดเด่นที่สุด ในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้มาลงทุนและตั้งฐานผลิตในประเทศไทย ในส่วนของหน่วยงานภาครัฐอย่างบีโอไอที่ให้การส่งเสริมการลงทุน ก็มีประเภทกิจการส่งเสริมการลงทุนในด้านพลังงานสะอาด เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมไปสู่การลงทุนสีเขียว โดยให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศเพื่อความยั่งยืนด้านพลังงาน เพิ่มความแข็งแกร่งให้ไทยสามารถพึ่งพาตัวเองได้ เพื่อลดความเสี่ยงในวิกฤตด้านพลังงานในอนาคต โดยสถิติการขอรับการส่งเสริมในกิจการพลังงานสะอาด นับตั้งแต่ปี 2558-มี.ค.2568 มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมรวมกว่า 2,900 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 560,000 ล้านบาท

แบ่งตามประเภทกิจการ ดังนี้ 1.กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากขยะ หรือเชื้อเพลิงจากขยะ มีจำนวนกว่า 80 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 110,000 ล้านบาท 2.กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากพลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ เป็นต้น มีจำนวนกว่า 2,800 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 320,000 ล้านบาท และ 3.กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากพลังงานอื่นๆ มีจำนวนกว่า 30 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 120,000 ล้านบาท
จึงต้องยอมรับว่าเทรนด์ของพลังงานสะอาดนั้น เป็นแนวทางที่ชัดเจนที่สามารถจะทำให้โลกยั่งยืนได้.

 

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน

ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่

โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต

“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร

การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง

การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล

‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน