
กว่า เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล จะนำพรรคภูมิใจไทย มาเป็นพรรคอันดับสองในรัฐบาล ควบคู่ตำแหน่งใหญ่โต อย่างรองนายกรัฐมนตรี ควบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่คนการเมืองต่างๆหมายปอง ไม่ใช่เรื่องง่าย รวมถึง ก่อนหน้ายังเป็นรัฐมนตรีหลายสมัยทั้งรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการ
ไม่เพียงแต่มีเงิน เรียนจบสูงเท่านั้น ยังต้องมีวุฒิภาวะ ประสบการณ์ รู้เขารู้เรา พร้อมทั้งรู้จังหวะและ หาโอกาส หรือบางครั้งรอได้ เพื่อให้การตัดสินใจทางการเมืองไม่ผิดพลาด
“มท.หนู” ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ทางการเมืองของตัวเองกว่าจะมาถึงวันนี้ ผ่านการเป็นประธานเปิดโครงการศึกษาอบรมหลักสูตรนักปกครองระดับสูง หรือ นปส. รุ่น 83 ประจำปี งบประมาณ 2568 ในหัวข้อ “ ประสบการณ์นักบริหาร” เมื่อต้นสัปดาห์นี้
ตอนหนึ่งว่า ย้อนไปเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว เมื่อเข้าทำงานด้านการเมืองเป็นครั้งแรก เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไม่เคยมีความรู้ด้านแพทย์แม้แต่นิดเดียว
“เหมือนเป็นพจมาน สว่างวงศ์ในบ้านทรายทอง อยู่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จักเราสักคนเราทำได้อย่างเดียวคือต้องไปบริหารเขาให้ได้ ผมไม่มีความรู้ด้านการสาธารณสุขแม้แต่น้อย ไม่มีโนฮาว หรือ ความรอบรู้ในงาน แต่มีโนฮู หรือ ความสัมพันธ์ ผมเป็นยิ่งกว่าแมวตัวน้อยๆ เดินเข้าไปในถ้ำเสือ”
แต่ ตามสไตล์ “มีรู มีหนู” ที่ไหนมีโอกาส ที่นั้นมีอนุทิน จึงทำให้ ตัวเขาผ่านด่านนี้ไปได้ และทำให้เจริญก้าวหน้าในเส้นทางการเมืองในเวลาต่อมา
ปะหน้า “รองนายกฯหนู“ จึงสอบถามเมื่อก่อนเป็นรมช.สธ. เปรียบตัวเองเหมือนเป็น แมวตัวน้อย ในบ้านทรายทอง
แต่ตอนนี้เป็น มท.1 ยังเปรียบตัวเองเป็นอะไร เจ้าตัวบอกแบบถ่อมตัวว่า ”เป็นแมวน้อยอยู่ และเป็นหนูเหมือนเดิม“ 555
แม้จะเป็นแมวน้อยอยู่แต่ก็ได้คุมกระทรวงราชสีห์ ฉะนั้นใครอยากจะเขย่าต้องใช้แรงเยอะใช่ไหม (อิอิ)
ช่างสงสัย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ไตรสรณกุล’ทำงานได้ทันที
หลายคนยังอดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใด เลขาฯ กวาง-ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จึงไม่เลือกลงสนามสมัคร สส.เขต ในจังหวัดศรีสะเกษ บ้านเกิดของตัวเอง ทั้งที่ชื่อชั้น ความคุ้นเคยพื้นที่ และฐานเสียงเดิม ล้วนเอื้ออำนวย
‘ดวงเฮงแม้จมบ๊วย’
ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้า หลายคนเริ่มออกเดินทางไปเที่ยวกันแล้ว ยกเว้นนักการเมืองที่ยังวุ่นกันสุดๆ ในตอนนี้ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองบีบคั้น เนื่องจากมีการยุบสภาเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งในช่วงนี้
‘ขออะไรทำให้หมด’
ช่วงนี้เข้าสู่เทศกาลหาเสียงเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพราะได้มีการจับหมายเลขกันแล้วเรียบร้อย ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองต่างก็กระจายสรรพกำลังลงพื้นที่หาเสียงทั่วทั้งประเทศ
สู้ครั้งสุดท้าย
สนามเลือกตั้งคึกคักทั่วไทย หลังผู้สมัครและทุกพรรคจับเบอร์กันเรียบร้อย ก็ลุยหาเสียงทันที ทั้งพรรคเล็ก พรรคใหญ่ ต่างงัดกลยุทธ์และไม้เด็ดต่างๆ มาสู้คู่แข่ง ที่สำคัญคือนโยบาย ตัวผู้สมัคร และตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค ที่จะช่วยกันโกยคะแนน งานนี้ทุกพรรคต่างฟิตสู้ศึกรอบนี้
หลายคนนับถือหัวใจ
ถือว่าสะเทือน หลัง ลุงป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ประกาศถอนตัวจากการเป็นแคนดิเดตพรรคพลังประชารัฐ ด้วยเหตุเรื่องสุขภาพ ทำให้ว่าที่ผู้สมัคร สส.หลายคนถือจังหวะกระโดดหนีไปหาต้นสังกัดใหม่เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ในครั้งนี้
เข้าใจคนชายแดน
ถ้าเอ่ยชื่อ กวาง–ไตรศุลี ไตรสรณกุล นาทีนี้ หลายคนคงนึกถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรีหญิงของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ทำงานเงียบ สุขุม แต่เดินเกมเร็ว ไม่หวือหวา ทว่าจับงานอยู่หมัด

