
เมื่อวันที่ 26 เม.ย.2568 ที่สวนสาธารณะรถไฟ เชียงใหม่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ปล่อยวาทะเด็ด “Make Thailand Great Again” ในงานสระเกล้าดำหัว งานนี้ไม่ใช่แค่รดน้ำผู้ใหญ่ แต่เป็นเวทีการเมืองที่คับคั่งไปด้วย ส.ส.เพื่อไทย ข้าราชการ และบิ๊กตำรวจ อย่าง พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. ทักษิณนั่งหัวโต๊ะ เปรียบเชียงใหม่เป็นโอเอซิสท่ามกลางการเมืองร้อนฉ่า พร้อมยืมวลีของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ราวกับจะชูตัวเองเป็นผู้นำที่จะพาไทยกลับสู่ยุครุ่งเรืองสมัยไทยรักไทย แต่คำถามคือ วลีนี้แซ่บจริงหรือแค่ยืมมาสร้างกระแส
วันรุ่งขึ้นทักษิณขึ้นเวทีหาเสียงให้ “อัศนี บูรณุปกรณ์” ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ของเพื่อไทย เน้นย้ำว่า อยากเห็นเชียงใหม่กลับมาสวยงาม เป็นระเบียบ เหมือนสมัยที่ตัวเองบริหาร เพราะหลังจากนั้น “อะไรๆ ก็หายไปเยอะ” การหยิบวลี “Make Thailand Great Again” จึงเหมือนเป็นการตอกย้ำภาพผู้นำวิสัยทัศน์ที่พร้อมชุบชีวิตชาติ แต่อดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่า การย้อนอดีตแบบนี้จะดึงดูดใจคนรุ่นใหม่ที่หันไปสนับสนุนพรรคประชาชน (ก้าวไกลเดิม) ได้แค่ไหน?
ยิ่งเมื่อบริบทของทรัมป์ เป็นชาตินิยมสุดโต่ง ส่วนทักษิณพูดในงานท้องถิ่น มันจะไปสุดทางเหมือนกันได้อย่างไร แต่ไม่ว่าจะอย่างไรแฟนคลับเพื่อไทยและเสื้อแดงในเชียงใหม่ปรบมือรัว แต่ในขณเดียวกันในด้านลบการยกยุคตัวเองว่าดีกว่าปัจจุบัน อาจเป็นการตบหน้ารัฐบาล “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวที่เป็นนายกฯ อยู่ตอนนี้โดยไม่รู้ตัว ถ้าประเทศดีอยู่แล้ว จะต้อง “Make Great Again” ทำไม นี่จึงเหมือนดาบสองคมที่อาจทำให้คนมองว่า ทักษิณกำลังพยายามเป็น “ผู้นำเงา” อีกครั้ง
การเคลื่อนไหวของทักษิณ ไม่ใช่แค่เยี่ยมบ้านเกิด แต่เป็นการส่งสัญญาณว่าเขายังไม่หมดไฟ หลังกลับไทยเมื่อ 22 ส.ค. 2566 และผ่านดราม่าการพักโทษ และคดี 112 เขาเริ่มออกงานบ่อยขึ้น ตั้งแต่เวที Vision for Thailand 2024 ถึงสนามท้องถิ่นเชียงใหม่ การพูดถึงเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ และอยากบินไปคุยกับทรัมป์ ดูเหมือนเป็นการปูทางสู่บทบาทนานาชาติ
งานนี้จะเมคไทยแลนด์ หรือเมคแม้ว มาลุ้นกัน
วอชเชอร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ไตรสรณกุล’ทำงานได้ทันที
หลายคนยังอดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใด เลขาฯ กวาง-ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จึงไม่เลือกลงสนามสมัคร สส.เขต ในจังหวัดศรีสะเกษ บ้านเกิดของตัวเอง ทั้งที่ชื่อชั้น ความคุ้นเคยพื้นที่ และฐานเสียงเดิม ล้วนเอื้ออำนวย
‘ดวงเฮงแม้จมบ๊วย’
ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้า หลายคนเริ่มออกเดินทางไปเที่ยวกันแล้ว ยกเว้นนักการเมืองที่ยังวุ่นกันสุดๆ ในตอนนี้ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองบีบคั้น เนื่องจากมีการยุบสภาเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งในช่วงนี้
‘ขออะไรทำให้หมด’
ช่วงนี้เข้าสู่เทศกาลหาเสียงเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพราะได้มีการจับหมายเลขกันแล้วเรียบร้อย ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองต่างก็กระจายสรรพกำลังลงพื้นที่หาเสียงทั่วทั้งประเทศ
สู้ครั้งสุดท้าย
สนามเลือกตั้งคึกคักทั่วไทย หลังผู้สมัครและทุกพรรคจับเบอร์กันเรียบร้อย ก็ลุยหาเสียงทันที ทั้งพรรคเล็ก พรรคใหญ่ ต่างงัดกลยุทธ์และไม้เด็ดต่างๆ มาสู้คู่แข่ง ที่สำคัญคือนโยบาย ตัวผู้สมัคร และตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค ที่จะช่วยกันโกยคะแนน งานนี้ทุกพรรคต่างฟิตสู้ศึกรอบนี้
หลายคนนับถือหัวใจ
ถือว่าสะเทือน หลัง ลุงป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ประกาศถอนตัวจากการเป็นแคนดิเดตพรรคพลังประชารัฐ ด้วยเหตุเรื่องสุขภาพ ทำให้ว่าที่ผู้สมัคร สส.หลายคนถือจังหวะกระโดดหนีไปหาต้นสังกัดใหม่เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ในครั้งนี้
เข้าใจคนชายแดน
ถ้าเอ่ยชื่อ กวาง–ไตรศุลี ไตรสรณกุล นาทีนี้ หลายคนคงนึกถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรีหญิงของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ทำงานเงียบ สุขุม แต่เดินเกมเร็ว ไม่หวือหวา ทว่าจับงานอยู่หมัด

