ชูแม้วสร้างสันติ

"รอมฎอน ปันจอร์" สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ผู้คร่ำหวอดเรื่องปัญหาไฟใต้ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อ 4 พ.ค. 2568 โยนชื่อ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ ขวัญใจมหาชน (และขวัญใจดราม่า) ให้เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติภาพ หวังดับไฟใต้ที่ลุกโชนมานานเกือบสองทศวรรษ งานนี้ไม่ใช่แค่จุดประเด็น แต่เหมือนโยนระเบิดลงบึงน้ำขุ่น ๆ ที่มีทั้งปลาเล็กปลาน้อยและจระเข้รอขย้ำ

คนในวงการรู้ดีว่ารอมฎอน ไม่ใช่คนพูดส่งเดช เขาคือเด็กปัตตานีที่เข้าใจปัญหาไฟใต้ ทำงานเรื่องสันติภาพมาเนิ่นนาน ข้อเสนอให้ทักษิณ มานั่งหัวโต๊ะเจรจานี่เลยชวนให้ขยี้ตาแรง ๆ เพราะมันทั้งน่าสนใจและชวนปวดหัวในเวลาเดียวกัน

รอมฎอนเหมือนโยนหินถามทาง หรือจะเป็นการเสียดสีรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร ที่ดูเหมือนไม่ค่อยจริงจังกับปัญหาใต้สักเท่าไหร่ วงในแซวกันว่า นี่อาจเป็นการตบหน้าทางอ้อมว่า “ถ้าคุณไม่ทำอะไร งั้นให้คุณพ่อมาทำดีกว่า

พูดถึงทักษิณ ใคร ๆ ก็รู้ว่าเขาไม่ใช่หน้าใหม่สำหรับสามจังหวัดชายแดนใต้ สมัยเป็นนายกฯ ไฟใต้ปะทุหนัก และ เหตุการณ์ตากใบ 2547 กลายเป็นตราบาปที่ชาวใต้ยังเจ็บปวดจนวันนี้ การที่รอมฎอนเสนอชื่อทักษิณ เหมือนขุดแผลเก่ามาเกลือทา เชื่อว่าชาวบ้านต้องกระซิบกันว่า “จะให้คนจุดไฟเมื่อ 20 ปีก่อน มาเป็นคนดับไฟวันนี้เนี่ยนะ

 แต่ในทางกลับกัน ทักษิณในวัย 75 ปี ที่เพิ่งกลับจากชีวิตพลัดถิ่น ยังมีดีกรีเป็นที่ปรึกษานายกฯ และเป็นที่ปรึกษาอันวาร์ อิบราฮิม นายกฯ มาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้อำนวยความสะดวกเจรจาสันติภาพ ตรงนี้แหละที่ทำให้หลายคนแอบคิดว่า เขาอาจมีไม้เด็ดในมือจริง ๆ

สุดท้ายแล้ว สันติภาพในสามจังหวัดชายแดนใต้ไม่ใช่เรื่องที่แก้ได้ด้วยชื่อคนใดคนหนึ่ง ต่อให้เป็นทักษิณ หรือซูเปอร์ฮีโร่จากไหน มันต้องใช้ความจริงใจ ความไว้วางใจ และการแก้ปัญหาที่รากเหง้า รอมฎอนอาจหวังดี อยากให้คนหันมาสนใจปัญหานี้ แต่ถ้าข้อเสนอนี้กลายเป็นแค่หมากการเมือง หรือถูกใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว สันติภาพที่ชาวใต้รอคอยก็คงไกลเกินฝันเหมือนเดิม เอาเป็นว่า ตอนนี้วงการเมืองและชาวใต้กำลังจับตาดูว่า

" ไฟใต้จะได้เทียนสันติภาพมาดับ หรือจะได้ระเบิดลูกใหม่มาซ้ำเติม "

วอชเชอร์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ไตรสรณกุล’ทำงานได้ทันที

หลายคนยังอดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใด เลขาฯ กวาง-ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จึงไม่เลือกลงสนามสมัคร สส.เขต ในจังหวัดศรีสะเกษ บ้านเกิดของตัวเอง ทั้งที่ชื่อชั้น ความคุ้นเคยพื้นที่ และฐานเสียงเดิม ล้วนเอื้ออำนวย

‘ดวงเฮงแม้จมบ๊วย’

ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้า หลายคนเริ่มออกเดินทางไปเที่ยวกันแล้ว ยกเว้นนักการเมืองที่ยังวุ่นกันสุดๆ ในตอนนี้ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองบีบคั้น เนื่องจากมีการยุบสภาเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งในช่วงนี้

‘ขออะไรทำให้หมด’

ช่วงนี้เข้าสู่เทศกาลหาเสียงเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพราะได้มีการจับหมายเลขกันแล้วเรียบร้อย ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองต่างก็กระจายสรรพกำลังลงพื้นที่หาเสียงทั่วทั้งประเทศ

สู้ครั้งสุดท้าย

สนามเลือกตั้งคึกคักทั่วไทย หลังผู้สมัครและทุกพรรคจับเบอร์กันเรียบร้อย ก็ลุยหาเสียงทันที ทั้งพรรคเล็ก พรรคใหญ่ ต่างงัดกลยุทธ์และไม้เด็ดต่างๆ มาสู้คู่แข่ง ที่สำคัญคือนโยบาย ตัวผู้สมัคร และตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค ที่จะช่วยกันโกยคะแนน งานนี้ทุกพรรคต่างฟิตสู้ศึกรอบนี้

หลายคนนับถือหัวใจ

ถือว่าสะเทือน หลัง ลุงป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ประกาศถอนตัวจากการเป็นแคนดิเดตพรรคพลังประชารัฐ ด้วยเหตุเรื่องสุขภาพ ทำให้ว่าที่ผู้สมัคร สส.หลายคนถือจังหวะกระโดดหนีไปหาต้นสังกัดใหม่เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ในครั้งนี้

เข้าใจคนชายแดน

ถ้าเอ่ยชื่อ กวาง–ไตรศุลี ไตรสรณกุล นาทีนี้ หลายคนคงนึกถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรีหญิงของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ทำงานเงียบ สุขุม แต่เดินเกมเร็ว ไม่หวือหวา ทว่าจับงานอยู่หมัด