
กลุ่มสามมิตรถือเป็นก๊วนการเมืองในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่อาจอยู่เหนือความขัดแย้งมากที่สุด ท่ามกลางกระแสเลือดไหลออกจากพรรคทุกๆ วัน แต่กลุ่มสามมิตรยังอยู่ได้ ขณะที่แกนนำกลุ่มสามมิตรยืนยันจะอยู่สนับสนุนการแก้ปัญหาบ้านเมืองของ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้ครบวาระ 4 ปี
หลังจากนั้นจะอยู่กับ พปชร.หรือไม่ จะออกไปตั้งพรรคเอง หรือถูกเลือกไปทำงานกับฝ่ายไหน จึงเป็นเรื่องที่คอการเมืองจับตาอยู่
วันก่อนเห็น "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ ในฐานะ รมว.สาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ "เสี่ยแฮงค์" นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หยอกล้อกันแบบเป็นกันเองที่หน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
หลังกระจอกข่าวแซวทั้งคู่ ใส่เนคไทยี่ห้อดัง อักษรย่อ H เหมือนกัน ขณะที่อีกด้านหนึ่งนักข่าวก็ลุ้นว่าหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะจีบแกนนำกลุ่มสามมิตรกลับถิ่นเก่าหรือไม่
แต่ที่ไหนได้ ทั้งคู่เอาแต่คุยกันเรื่อง "เนคไท" โดย "อนุชา" รีบถ่อมตัวว่า ของตัวเองเป็นรุ่นเก่า ไม่ใช่รุ่นใหม่ป้ายแดงอย่าง "อนุทิน" 555
ขณะที่ "เสี่ยหนู" กระเซ้ากลับ "ผมใส่ยี่ห้อแฮงค์" (แฮงค์ = H)
เมื่อย้อนความสัมพันธ์ระหว่าง "อนุทิน" กับ "อนุชา" ถือว่าแนบแน่น นอกจากจะมีอักษรชื่อ "อ." เหมือนกันแล้ว อีกทั้งในอดีตยังเคยเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย หรือบ้านเลขที่ 111 เหมือนกัน ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีเหมือนกัน ก่อนย้ายไปทำการเมืองในนามพรรคภูมิใจไทย ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในปี 2551-2554
หลังจากนั้น "เสี่ยแฮงค์" ก็แยกย้ายไปทำการเมืองตามอุดมการณ์ของตัวเอง ก่อนมาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ทั้งคู่มาเป็น ครม.เดียวกัน และทำงานให้ "บิ๊กตู่"
อดีต-ปัจจุบันทั้งคู่ดีเยี่ยม ส่วนอนาคตทางการเมืองก็ต้องดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป (อิอิ).
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ซื้ออาหารทานเอง'
'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.
จาริสตาร์ 32
ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”
ฝ่ายค้านครั้งแรก
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
ผู้จุดประเด็น
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
‘ตื่นเต้นนิดๆ’
จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้
‘บ่นแทนประชาชน’
อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน

