
แม้ “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี จะนิยามตัวเองว่าเป็น “นายกฯ เจนวาย” แต่ดูเหมือนการทำงานไม่ได้เป็นเจนวาย หรือยุคดิจิทัลแต่ประการใดเลย โดยเฉพาะ ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ที่ออกมาแถลงข่าวการประชุม เพราะเรียกว่าไม่ต่างจากยุคพิมพ์ดีดหรือยุคอะนาล็อก โดยเฉพาะประเด็นและเนื้อหาเรียกว่ามาช้ายิ่งกว่าเรือเกลือเสียอีก...๐
ซ้ำร้ายในกรณีล่าสุดที่ “นางมาระตี นะลิตา อันดาโม” รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุม ศบ.ทก. โดยขอให้ชาวเน็ตไทยหรือบรรดาเกรียนคีย์บอร์ดทั้งหลายว่า “อย่าแสดงความเห็นที่อาจจะเป็นการยั่วยุหรือรุนแรงสุดโต่ง เพื่อไม่ให้สร้างความตึงเครียดเพิ่มเติม
และไม่เป็นช่องทางให้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศโจมตีซึ่งกันและกัน” นั้น ต้องบอกว่าโดนด่าจมหูเลยทีเดียว เพราะชาวเน็ตต่างบอกตรงกันว่าเป็นคนจ่ายค่าอินเทอร์เน็ตเอง ย่อมมีสิทธิเสรี ที่สำคัญต่างข้องใจว่าทำไมต้องพินอบพิเทาเขมรเสียเหลือเกิน...๐
ต้องบอกว่าเห็นด้วยกับ “ชาวเน็ต” เพราะ หาก ศบ.ทก.มีมติอย่างนี้ก็ควรจะห้ามบรรดาคณะกรรมาธิการทั้งในระดับสภาล่างและสภาสูงกันเสียก่อนไหม เพราะเป็นบรรดานักการเมืองที่มีอิทธิพลทางความคิดทางสังคมทั้งนั้น บรรดาเกรียนคีย์บอร์ดทั้งหลายร้อยพ่อพันธุ์แม่ และแทบเป็นใครก็ไม่รู้ แต่ ศบ.ทก.กลับมาเรียกร้องให้เพลาๆ...๐
ที่สำคัญควรกำชับ “นายกฯ แพทองโพย” ให้ดี เพราะ “จิรายุ ห่วงทรัพย์” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ในวันที่ 26 มิ.ย. “แพทองธาร” จะลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ไปดูด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อรัญประเทศ ซึ่งอาจมีการพูดจาเสร่อๆ ออกมาอีกครั้ง เหมือนเมื่อครั้งลงพื้นที่ “สุรินทร์” ที่ไปปล่อยไก่ให้ไทยเปิด-ปิดด่านให้ตรงกับเขมรมาแล้วอีกทอดหนึ่ง...๐
เมื่อพูดถึงสถานการณ์ชายแดนแล้ว ไม่พูดถึงความเคลื่อนไหวของคณาจารย์ที่นำโดย “ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์” อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ที่ได้รวบรวมรายชื่อนักวิชาการ นักวิจัย อาจารย์มหาวิทยาลัย และครูทุกท่านถวายฎีกาในหลวง เพื่ออาศัยพระบารมีในพระราชฐานะองค์พระมหากษัตริย์ องค์รัฏฐาธิปัตย์ และองค์จอมทัพไทย เพื่อพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยในกรณีคลิปเสียงลุงฮุนแล้ว ต้องบอกว่าเรื่องดังกล่าวจะมองว่าเล็กก็เล็ก จะมองว่าใหญ่ก็ใหญ่ แต่ที่แน่ๆ หาก “แพทองธาร” ยังหน้าทนนั่งในเก้าอี้นายกฯ ไม่แสดงความรับผิดชอบมากกว่าที่เป็นอยู่ ก็เชื่อว่าวิกฤตชาติบ้านเมืองจะไม่มีทางลดน้อยถอยลง มีแต่จะเพิ่มเติมมากขึ้นนั่นเอง...๐
เอ่ยถึงชื่อ “ดร.อานนท์” จะไม่เอ่ยถึงคนชื่อเหมือนกันอย่าง “อานนท์ นำภา” ทนายความและแกนนำกลุ่มราษฎรไม่ได้ เพราะล่าสุดศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษาคดี อ.3476/2566 ในคดีจัดการชุมนุมที่มีชื่อว่า “ม็อบ 2 ธันวา ไล่จันทร์โอชาออกไป 16.00 น. ห้าแยกลาดพร้าว” เมื่อปี 2563 โดยมีโทษจำคุก 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และปรับ 10,200 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ “อานนท์” ถูกพิพากษาจำคุกมาแล้ว 7 คดี ทำให้มีโทษรวมจำคุกทั้งสิ้น 22 ปี 28 เดือน 20 วัน ในขณะที่คนอื่นๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็น “รุ้ง” หรือ “เพนกวิน” ก็เพ่นออกนอกประเทศไปแล้ว ในขณะที่นักการเมืองที่คอยหนุนคอยเชียร์ก็เงียบกันเป็นเป่าสากเป็นทิวแถว...๐
หันมาเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) กันบ้าง ก็เหมือนอย่างที่ใครต่อใครต่างบอกนั่นแลว่าไม่น่าตื่นเต้นแต่ประการใด เพราะแค่เป็นการเล่นเก้าอี้ดนตรี และแบ่งชามข้าวจากพรรคภูมิใจไทยที่ถอนยวงออกจากรัฐบาล (พ่อ) เลี้ยงเท่านั้น และ ยิ่งได้ยินโผตั้งแต่ต้นจนใกล้จะทูลเกล้าฯ ถวายแล้วก็ได้แต่ส่ายหัว เพราะเรียกว่าไม่ต้องคาดหวังถึงการแก้ปัญหาที่คาราคาซังอยู่ หรือการสร้างผลงานใหม่แต่ประการใด เอาแค่ให้รอด 3 เดือน เหมือนที่ “ฮุน เซน” ทำนายไว้ยังเหนื่อยเลย...๐
ดูง่ายๆ ในเรื่องสถานบันเทิงครบวงจร หรือกฎหมาย เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ก่อนหน้านี้ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” รมช.การคลัง ที่เป็นโต้โผหลัก ประกาศเช้าประกาศเย็นว่าเปิดประชุมสภาปั๊บ ชงเข้าทันที เพราะผ่านการทำความเข้าใจมาแล้ว ทุกภาคส่วนเห็นด้วยแน่นอน ไม่ต้องทำประชามติ แต่ล่าสุด “มนพร เจริญศรี” รมช.คมนาคม ในฐานะวิปรัฐบาล บอกว่า ได้บอก “วิสุทธิ์ ไชยณรุณ” ประธานวิปรัฐบาลไปแล้วให้เลื่อนออกไปก่อนแบบไม่มีกำหนด เพราะการทำความเข้าใจต่อสังคมยังไม่เพียงพอ พระเจ้าจอร์จ นโยบายหลักของพรรคเพื่อไทยแท้ๆ รัฐมนตรีจากค่าย สทร.ยังพูดกันไปคนละทิศละทาง แล้วจะไปหวังในการสานงานต่อก่องานใหม่ได้อย่างไร เพราะ ยุคนี้แค่หายใจมีชีวิตจากรัฐบาลนี้ก็เหนื่อยแล้ว ไม่ต้องคิดถึงเรื่อง “มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี” ที่นายกฯ ขายฝันแต่ประการใด...๐.
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.
บันทึกหน้า 4
เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐
บันทึกหน้า 4
โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .

