
www.thaipost.net ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด @ThaipostTV ปลายเดือนสิงหาคมมีเรื่องให้พ่อลูก ตระกูลชินวัตรระทึกขวัญ เริ่มกันที่เรื่องเบาๆ ของ สทร. “เดอะแม้ว” ทักษิณ ชินวัตร ก่อนศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคดีมาตรา 112 วันที่ 22 ส.ค.นี้ ซึ่งไม่รู้เป็นความบังเอิญหรือตั้งใจ ถ้าใครยังจำกันได้ วันดังกล่าวคือวันเดียวกับที่นายทักษิณเดินทางกลับประเทศไทยพอดิบพอดี ข่าวสะพัดว่าคดีนี้จะไม่ระคายผิวตัวพ่อ เพราะดูจากปฏิกิริยาของเจ้าตัวและทนายความค่อนข้างมั่นใจว่าจะรอดอย่างแน่นอน ทั้งจากการให้สัมภาษณ์ หรือแม้แต่การเตรียมพยานของฝ่ายจำเลย ทีแรกขอเบิกถึง 14 คน แต่ไปๆ มาๆ ฝ่ายจำเลยขอใช้เพียงแค่ 3 คน
แล้วก็แถลงปิดคดีเลย หากนายทักษิณเป็นฝ่ายชนะก็จะทำให้ได้รับอิสรภาพโบยบินไปดีลธุรกิจ เปิดการค้าได้สมใจปรารถนา ซึ่งก่อนหน้านี้เคยขอเดินทางออกนอกประเทศ แต่ศาลไม่อนุญาต ขณะเดียวกันอัยการหรือฝ่ายโจทก์ก็คงทำตามกระบวนการขออุทธรณ์และฎีกาต่อไป เพื่อแสดงให้เห็นว่าสู้สุดทาง ...๐
ถัดจากนั้นก็เป็นวันของนายหญิง ตัวมัม..ตัวดี “แพทองธาร ชินวัตร” นายกฯ ที่ตอนนี้ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว และอีกไม่กี่วันคงโดนซ้ำอีกรอบให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี จากกรณีนายกฯ ไทยแต่หัวใจเขมร คลิปเสียงหลุดเรียกนับญาติกับ “ฮุน เซน” เป็น Uncle ทั้งที่คนคนนี้คือศัตรูชาติไทยตัวร้ายกาจที่สุดในนาทีนี้ แต่ประเด็นที่ทำให้หัวใจคนไทยแตกสลายหมดศรัทธา หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคือ การพูดประเคน “ฮุน” ขแมร์ ว่าอยากได้อะไรก็ขอให้บอก เดี๋ยวจัดให้!!! เท่านั้นไม่พอ ประโยคเด็ดคือ “บิ๊กกุ้ง” พล.ท.บุญสิน พาดกลาง อยู่ฝ่ายตรงข้าม.. โอ้ววววว ดูซิ นายกฯ คนรุ่นใหม่ที่คนเพื่อไทยภูมิใจนำเสนอพูด หมดคำจะบรรยาย เอาเป็นว่า 29 ส.ค. รู้กันจะหมู่หรือจ่า หรือต่อให้ “อุ๊งอิ๊ง” ได้ไปต่อ ทุกวันนี้คนเหนือ-อีสานที่เคยรัก เขาเบือนหน้าหนีคนขายชาติกันหมดแล้ว เพราะชาวบ้านหมดศรัทธา เพียงแต่แตกต่างตรงที่คนบางคนออกมาต่อว่าตำหนิ บางคนก็ถือสำนวนน้ำขุ่นไว้ในน้ำใสไว้นอก รอทีเดียวตอนเข้าคูหาจะได้รู้กัน ว่าประชาชนหมดรักเพื่อไทยจริงแค่ไหน ...๐
แหม...จะให้คนไทยเชื่อได้อย่างไรว่ารัฐบาลเพื่อไทยไม่ใช่ไส้ศึกของกัมพูชา จะให้เชื่อได้อย่างไรว่ารัฐบาลสนับสนุนการทำงานของทหาร ในเมื่อกรณีลวดหนามหีบเพลงที่ทหารเขาประกาศขอรับบริจาคจากประชาชน เพื่อนำไปล้อมรั้วป้องกันไอ้พวกเขมร “ภูมิธรรม เวชยชัย” รมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาการนายกฯ ยังเก็บไปคิดและออกมาให้สัมภาษณ์ในทำนองปรามไม่ต้องการให้ทหารรับบริจาค เพราะรัฐบาลสนับสนุนการทำงานอยู่ มีงบประมาณให้ ประเทศยังโชคดีที่ทหารยังเดินหน้าขอรับบริจาคต่อ ดีนะที่ไม่บ้าจี้รองบจากรัฐเพียงอย่างเดียว เพราะระเบียบขั้นตอนต่างๆ เยอะแยะมากมาย ใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะได้ของ ขืนปล่อยให้เป็นเช่นนั้นทหารเขมรคงเดินเข้าดินแดนไทยสบายใจเฉิบๆ ส่วนพวกจิตป่วนชอบวิพากษ์วิจารณ์รัฐไทยไม่มีงบหรืออย่างไรถึงได้ต้องปล่อยให้รับของบริจาค ก็ปล่อยพวกเขาไปเถิด ถือซะว่าเป็นกลุ่มคนประเภทขาดความอบอุ่นพ่อแม่ไม่รัก เรียกร้องความสนใจจากสังคมตลอดเวลา ไม่รู้สี่รู้แปด ...๐
ถ้ามัวแต่เอาเวลาสนใจในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ข้าศึกบุกทันที เห็นไหมล่ะ เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ช่วงเกือบสองทุ่ม เพจ SMART Soldiers Strong ARMY รายงาน โพสต์คลิปภาพ พร้อมข้อความว่า กัมพูชาละเมิดอีกแล้ว หน่วยในพื้นที่รายงานตรวจพบโดรน 20 ลำ บินจากเขาพนมประสิทธิโส มุ่งหน้าสัตตะโสม นี่คือการละเมิดข้อตกลงระหว่างไทย–กัมพูชาอย่างชัดเจน เนี่ยๆ สัจจะในหมู่โจรมันไม่มี คนไทยจำนวนไม่น้อยหรอก รู้สึกหงุดหงิดง่ามเท้า อยากให้ทหารบ้านเราจัดการแบบสิ้นซาก ส่งเครื่องบินที่มีไปบินเล่นแถวพนมเปญจักกะหน่อยได้ไหม อย่าปล่อยเขมรได้ใจ ทำเราอยู่ฝ่ายเดียว ...๐
ปราญช์ศรี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.
บันทึกหน้า 4
เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐
บันทึกหน้า 4
โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .

