ต่อไปอาจไฮเทค

ต้องบอกว่า เป็นบ้านคนเก่งจริงๆ สำหรับตระกูล อนันตศิลป์ หลังล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง นายพชร อนันตศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ข้ามไปนั่งเป็นปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกระทรวงดีอี ที่คนทั่วไปเรียกกัน

ขณะที่ภรรยาคนสวย เลขาฯ ณัฐฏ์-ณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ ปัจจุบันนั่งเป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เรียกว่า คู่ชีวิตคู่นี้ทะยานขึ้นสูงสุดในตำแหน่งราชการ เพราะเป็นระดับหัวหน้าส่วนราชการทั้งคู่

โดยย้อนความไป เลขาฯ ณัฐฏ์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อปี 2564 หรือในยุครัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วทำหน้าที่เรื่อยมาถึงปัจจุบัน

ถือเป็นคนเก่งมากฝีมือ เคยเป็นผู้อำนวยการกองจัดทำงบประมาณด้านเศรษฐกิจ 1 สำนักงบประมาณ ก่อนจะข้ามมาเป็นผู้อำนวยการกองวิเคราะห์เรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี ที่ปรึกษาประจำสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของสำนักงานในที่สุด

ขณะที่ พชร เป็นข้าราชการมากฝีมือของกระทรวงการคลัง ผ่านตำแหน่งสำคัญมาแล้วหลายเก้าอี้ ไม่ว่าจะเป็นอธิบดีกรมศุลกากร อธิบดีกรมสรรพสามิต อธิบดีกรมธนารักษ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สินกระทรวงการคลัง ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง กรมบัญชีกลาง และรองอธิบดีกรมบัญชีกลาง

ภายหลัง ครม.มีมติแต่งตั้ง พชร เป็นปลัดกระทรวงดีอีคนใหม่ นักข่าวเจอหน้า เลขาฯ ณัฐฏ์ ที่นั่งอยู่ในห้องประชุม ครม.ด้วย ในฐานะเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลยได้จังหวะแสดงความยินดี ทำเอาเจ้าตัวยิ้มแก้มปริแม้พยายามจะเก็บทรงแล้วก็ตาม

ในจังหวะ เลขาฯ ณัฐฏ์ กำลังขวยเขิน นักข่าวไม่หยุดแค่นั้น เดินหน้าแซวเลขาฯ คนเก่งต่อเนื่อง สงสัยต่อไปนี้งานของสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะไฮเทคมากขึ้น เพราะสามีสุดที่เลิฟไปนั่งเป็นปลัดในกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี มีความทันสมัย เลขาฯ ณัฐฏ์ อมยิ้ม ก่อนจะพยายามแข็งใจรับมุกสู้ ก็ดีเหมือนกันนะ ทำเอาวงสนทนาหัวเราะชอบใจ

แหม ใครจะไม่ดีใจ ต่างฝ่ายต่างขึ้นสู่จุดสูงสุดในชีวิตราชการ แถมมาอยู่ตรงนี้ด้วยความรู้ความสามารถล้วนๆ.

.เฌอ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เดินเท้าขอบคุณ

ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก

'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'

ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต

"พักก่อนพี่เต้"

บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง

'อยากดูแลทุกคน'

การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด

โพสต์เดือด!

พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้

‘อีหล่า’ จะทำให้เบิ่ง

ศรีสะเกษจะมีรัฐมนตรีเป็นศักดิ์เป็นศรีคนบ้านเฮาหรือไม่ งวดนี้อยู่ในกำมือพี่น้องคนนครดอกลำดวนแล้วเด้อ ส่องสปอร์ตไลต์เลือกตั้งเที่ยวนี้ เหมือนจะมีแค่ 2 พรรคที่ต้องชิงดำ คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย