ก้าวสู่ผู้นำฐานอิเล็กทรอนิกส์

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งสงครามการค้าและเทคโนโลยีที่เข้มข้น รวมถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ทุกประเทศต่างมุ่งแย่งชิงการลงทุนและฐานการผลิต ประเทศไทยเองก็ไม่รอช้าที่จะใช้จุดแข็งที่มีอยู่เพื่อคว้าโอกาสทองครั้งนี้ โดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จึงได้จัดเวที BOI Forum ขึ้น เพื่อระดมสมองและผนึกกำลังระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ มุ่งหาแนวทางผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงและเซมิคอนดักเตอร์ของภูมิภาค

โดยเฉพาะในกลุ่มแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) และเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกอย่างล้นหลาม โดยมีมูลค่าการลงทุนในกลุ่ม PCB ตั้งแต่ปี 2565-มิ.ย.2568 สูงถึงกว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "คลื่นการลงทุนครั้งใหญ่"

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลกขยายตัวสูงคือ การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะดิจิทัลและ AI ที่เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมและความต้องการสินค้าของผู้บริโภคภาคอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น ยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท แบตเตอรี่ ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ซึ่งทำให้ความต้องการชิปและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มสูงขึ้นมาก ตลอดจนปัจจัยด้านสงครามการค้าโลกและสงครามเทคโนโลยี (Trade War & Tech War) ที่มีผลต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจ ในขณะที่หลายบริษัทต้องปรับห่วงโซ่อุปทานเพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ได้ฉายภาพวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นให้ประเทศไทยเป็น Regional Hub for Smart Electronics Production โดยชี้ให้เห็นถึงจุดแข็งที่สำคัญหลายประการ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งทั้งระบบน้ำ ไฟฟ้า พลังงานสะอาด นิคมอุตสาหกรรม ระบบโลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทานที่ครอบคลุม, มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ มีการตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน และอยู่ระหว่างการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

“บีโอไอและหน่วยงานภาครัฐมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง โดยมีการตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ เป้าหมายที่ชัดเจน การพัฒนาบุคลากรทักษะสูงรองรับอุตสาหกรรม การออกมาตรการสนับสนุนที่ตรงจุด และการปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ ให้เอื้อต่อภาคธุรกิจ ซึ่งแผนยุทธศาสตร์ที่บีโอไอทำร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาระดับโลกและคณะผู้เชี่ยวชาญใกล้เสร็จ พร้อมนำเสนอบอร์ดภายใน 1-2 เดือนนี้ ยุทธศาสตร์ใหม่นี้จะช่วยตอกย้ำว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก ไทยมีความพร้อมที่จะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงอย่างครบวงจร ซึ่งไม่ใช่แค่ฐานผลิต แต่รวมถึงการเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนา ศูนย์กลางการพัฒนาบุคลากรทักษะสูง และซัพพลายเชนหลักของภูมิภาค”

ความต้องการปรับห่วงโซ่อุปทานของโลก การที่บริษัทต่างๆ ต้องการกระจายความเสี่ยง ทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจ นอกจากนี้ ผู้แทนจากภาคเอกชนและภาควิชาการต่างร่วมแสดงความเห็นที่สอดคล้องกันว่า ประเทศไทยมีโอกาสสูงที่จะเป็นฐานการผลิตในยุค Physical AI และ Humanoid Robotics ที่กำลังเติบโต โดยเฉพาะในด้านการออกแบบชิป (IC Design), การประกอบชิป (IC Packaging) และการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (EMS)

ทั้งนี้ ความท้าทายที่สำคัญที่สุดคือการพัฒนาบุคลากร สุรินทร์ คำฝอย รองผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (NXPO) ย้ำว่า "There is no right time. There is only right now" หรือไม่มีเวลาที่เหมาะสม มีแต่ต้องลงมือทำทันที และนี่คือสิ่งที่ประเทศไทยกำลังทำ โดยมีแผนผลิตและพัฒนากำลังคนกว่า 80,000 คนภายใน 5 ปี เพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมในอนาคต

การก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ของไทยจึงไม่ใช่เพียงแค่ความฝัน แต่เป็นเป้าหมายที่อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ประเทศไทยจะสามารถช่วงชิงโอกาสและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระดับโลกได้อย่างยั่งยืน.

 

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน

ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่

โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต

“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร

การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง

การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล

‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน