
การเมืองไทยทุกวันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องโต๊ะประชุมในรัฐสภา แต่บางครั้งต้องอ่านเกมผ่าน “โต๊ะอาหาร” ล่าสุดที่ทำเอาวงการสั่นสะเทือน คือภาพ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร่วมวงกินข้าวหน้าไก่อย่างเอร็ดอร่อย หลายคนจึงอดไม่ได้ที่จะตีความว่า มันไม่ใช่แค่มื้ออาหารธรรมดา แต่นี่คือการส่งสัญญาณทางการเมือง
ว่ากันว่า “ข้าวหน้าไก่” แม้เพิ่งเกิดขึ้นร้อยปีเศษ แต่มีความผูกพันกับผู้มีอำนาจมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะแวดวงข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ตำนานเล่าขานถึง "อัศวินเผ่า" พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจผู้ทรงอิทธิพล ที่โปรดปรานเมนูนี้เป็นพิเศษ จนมีคำเรียกติดปากว่า “ข้าวหน้าไก่อัศวิน”
ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นเมนูโปรดของจอมพลประภาส จารุเสถียร และพลเอกสุนทร คงสมพงศ์ อีกด้วย เมื่อ “ระดับบิ๊ก”กองทัพนิยมกินข้าวหน้าไก่ แล้ววันนี้สำหรับข้าวหน้าไก่มื้อพิเศษดังกล่าว “บิ๊กป้อม” ถึงขั้นยกถ้วยมาเสิร์ฟให้ “เสี่ยหนู” เอง ก็ยิ่งตอกย้ำว่าความเหนียวหนืดของซอสข้นในจานนั้น เปรียบเสมือนความเหนียวแน่นของสายสัมพันธ์ พลังประชารัฐ-ภูมิใจไทย ที่จะกอดคอกันไปในสนามการเมืองหลังจากนี้
ขณะที่วันต่อมา อีกมุมหนึ่ง “อนุทิน” ก็ถูกสื่อจับภาพขณะไปนั่งกินห่านพะโล้ที่ร้านดัง ย่านกรุงเทพกรีฑา กรุงเทพฯ ซึ่งดันมีรูป “ทักษิณ” แขวนอยู่พอดี
ภาพเดียวทำเอาคนแซวกันสนั่น เจ้าตัวแนะว่าถ้าอยากจะกินให้อร่อยควรสั่ง “เนื้อติดมัน” เพราะจะได้ไม่เหนียวเกินไป
ขณะที่เวลาต่อมา ก็ปิดท้ายด้วยภาพสบายๆ ที่พรรคภูมิใจไทย “เสี่ยหนู” สั่งเอสเปรสโซร้อนจากร้านภรรยาในตึก ก่อนจะหันไปกิน “โอ้เอ๋ว” ขนมหวานท้องถิ่นภูเก็ตอย่างเอร็ดอร่อย
พอผู้สื่อข่าวถามแหย่ว่า “โอ้เอ๋วกับน้ำแดง” เท่านั้นใช่หรือไม่ เจ้าตัวถึงกับร้อง “หูย!” ก่อนบอก “เรื่องกินยังจะโยงการเมืองอีก”
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า การเมืองไทยไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในห้องประชุมใหญ่ หรือเซฟเฮาส์ แต่ซ่อนอยู่ในทุกจาน ทุกคำ ผ่านเมนูของกิน พร้อมสูตรการเมืองที่ต้องลุ้นไปพร้อมกัน.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดินเท้าขอบคุณ
ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก
'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'
ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต
"พักก่อนพี่เต้"
บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง
'อยากดูแลทุกคน'
การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด
โพสต์เดือด!
พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้
‘อีหล่า’ จะทำให้เบิ่ง
ศรีสะเกษจะมีรัฐมนตรีเป็นศักดิ์เป็นศรีคนบ้านเฮาหรือไม่ งวดนี้อยู่ในกำมือพี่น้องคนนครดอกลำดวนแล้วเด้อ ส่องสปอร์ตไลต์เลือกตั้งเที่ยวนี้ เหมือนจะมีแค่ 2 พรรคที่ต้องชิงดำ คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย

