
ได้เวลาปิดฉาก “ชุดสุดซอย” กระทรวงอุตสาหกรรม ที่นำโดย “โอ๋” ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในฐานะอดีตหัวหน้าคณะทำงาน รมว.อุตสาหกรรม และอดีตหัวหน้าทีมสุดซอย ที่วันนี้ได้อำลาภารกิจเรียบร้อย เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่ แต่ชุดสุดซอยก็ได้ทิ้งผลงานในการปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยไว้เพียบ
ทั้งการปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย สู้กับทุนสีเทา จนชื่อทีมสุดซอยเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว
โดยภารกิจสุดท้ายของหัวหน้าทีมอย่าง "โอ๋ ฐิติภัสร์" คือการประชุมความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินคดีลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและการลักลอบฝังกลบขยะพิษ
ก่อนโบกมือลาตำแหน่งหัวหน้าอย่างเป็นทางการ "ฐิติภัสร์" ได้โพสต์ส่งท้ายภารกิจชุดสุดซอยด้วยว่า
“แม้วันนี้จะสิ้นภารกิจ แต่พลังสุดซอยจะยังคงอยู่ตลอดไป ภายใต้ปฏิบัติการของ 'คณะสุดซอย' ขอขอบคุณท่านปลัด คณะผู้บริหาร พี่ๆ น้องๆ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมทุกท่าน ที่ร่วมกันสร้างค่านิยม กล้าทำเรื่องที่ถูกต้อง บนข้อเท็จจริง และบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา แบบสุดซอย
ถึงวันนี้ รมว.เอกนัฏ และทีมการเมืองจะสิ้นสุดภารกิจในกระทรวงอุตสาหกรรม แต่พวกเราจะไม่ละทิ้งความตั้งใจ ในการทำสิ่งที่ถูกต้องและจะยังทุ่มเททำงาน ปราบธุรกิจสีเทา เพื่อให้การปฏิรูปอุตสาหกรรมในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ได้เดินหน้าต่อไป ในนามปฏิบัติการคณะสุดซอย
และยังยกระดับปฏิบัติการให้เข้มข้นขึ้น โดยเปลี่ยนจากเคาะประตูโรงงาน เป็นเคาะระบบราชการทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการดำเนินคดีที่อยู่ระหว่างการสอบสวน ขยายผล รวมถึงคดีที่อยู่ในการพิจารณาในชั้นอัยการ และชั้นศาล ที่เราได้ตรวจพบ ขุดเจอ และจับกุม ร่วมกับภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน
นอกจากติดตามการดำเนินคดีแล้ว ยังเป็นการติดตามตรวจสอบไม่ให้มีการใช้อำนาจในการนำพาค่านิยม ทำผิดเป็นเรื่องปกติ แต่การทำถูกเป็นเรื่องแปลก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่อันตรายต่อประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง พวกเราต้องไม่ทน และไม่จำเป็นต้องทนกับเรื่องเหล่านี้ต่อไป เชิญชวนทุกท่านมาร่วมภารกิจนี้กับพวกเราค่ะ”
ถึงวันนี้ชุดสุดซอยจะหมดวาระ แต่ปฏิบัติการ “คณะสุดซอย” ได้เริ่มขึ้นแล้ว หลังจากนี้ต้องติดตามกันต่อไป.
บรรจง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โพสต์เดือด!
พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้
‘อีหล่า’ จะทำให้เบิ่ง
ศรีสะเกษจะมีรัฐมนตรีเป็นศักดิ์เป็นศรีคนบ้านเฮาหรือไม่ งวดนี้อยู่ในกำมือพี่น้องคนนครดอกลำดวนแล้วเด้อ ส่องสปอร์ตไลต์เลือกตั้งเที่ยวนี้ เหมือนจะมีแค่ 2 พรรคที่ต้องชิงดำ คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย
คำสั่งอา
เวทีปราศรัยสุพรรณบุรี ค่ำวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถ้าใครคิดว่าจะได้ฟังปราศรัยการเมืองแบบเคร่งขรึม คงต้องเสียใจ เพราะ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรี รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แกมาในโหมดกันเอง คึกคัก และเต็มไปด้วยเรื่องเล่าที่มากกว่านโยบาย
แสวงท่ามกลางมรสุม
ช่วงนี้ถ้าถามว่าใครในรั้วการเมืองไทยที่ “เนื้อหอม” ในทางที่ควันออกหูที่สุด คงหนีไม่พ้น “บิ๊กแสวง” แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่นาทีนี้ดูเหมือนพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก มรสุมลูกใหญ่ถาโถมเข้าใส่ชนิดที่ว่ากางร่มคันไหนก็เอาไม่อยู่
‘พวงมาลัยชาวบ้าน’
ช่วงนี้ใกล้จะถึงวันที่ 8 ก.พ.เข้ามาทุกที หลายพรรคการเมืองก็ใกล้จะปราศรัยโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง แต่ก่อนถึงวันนั้นก็ต้องลงพื้นที่หนักหน่วง แถมการลงพื้นที่ในแต่ละครั้งต้องใช้ระยะเวลา จึงทำให้บางครั้งเรียกได้ว่าต้องเติบโตบนรถกันเลยทีเดียว
เปิด ‘หมูปิ้ง’
เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เป็นสัปดาห์สุดท้ายที่ทุกพรรคการเมืองเร่งลงสนามขอคะแนนเสียงประชาชน รวมถึง “พรรคเป็นธรรม” ของ “ดร.ดุ่ย-ปิติพงศ์ เต็มเจริญ” หัวหน้าพรรค ที่ลุยลงสนามเต็มที่ก่อนถึงวันชิงชัย

