
เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น สำหรับกรณีหัวหน้าส่วนราชการที่เป็นองค์กรอิสระลาออกก่อนหมดวาระ หรือก่อนเกษียณอายุราชการ แต่เกิดขึ้นแล้วที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ล่าสุด สาโรจน์ พึงรำพรรณ ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยให้มีผลในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เล่นเอาคนภายนอกงงเป็นไก่ตาแตกว่าเกิดอะไรขึ้นในองค์กรปราบโกง
เพราะอายุราชการของ สาโรจน์ เหลืออีกถึงปี 2569 ขณะเดียวกัน การสรรหาคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ที่เจ้าตัวไปเข้ารับการสรรหาเอาไว้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ยังไม่รู้ผลว่า จะได้หรือไม่ได้ แต่กลับชิงลาออกเสียอย่างงั้น
เสียงซุบซิบที่สนามบินน้ำดังสนั่น เลขาฯ สาโรจน์ ถูกกดดันตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง แถมช่วงที่ผ่านมายังทำงานไม่เข้าตากรรมการ ป.ป.ช.บางคน จนอยากจะเปลี่ยนตัวมาสักพักใหญ่ๆ
แถมยังมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากย่านสนามบินน้ำออกมาอีกว่า ในการประเมินผลงานเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อไม่นานมานี้ ปรากฏว่า เลขาฯ สาโรจน์ ได้คะแนนน้อยมาก
โอกาสอยู่ในตำแหน่งต่อมีน้อย เสี่ยงจะถูกโยกไปดำรงตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า ตามโครงสร้างสำนักงาน ป.ป.ช.ที่เพิ่งจะปรับเสร็จ โดยอยู่ระหว่างรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ผลบังคับใช้ เจ้าตัวรู้ตัวเลยชิงไปอยู่ที่อื่น ระหว่างรอผลการสรรหา คตง.
ปัจจุบัน ป.ป.ช.ให้ พล.ต.ต.อรุณ อมรวิริยะกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เป็นสายตรงบิ๊กกุ้ย-พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งอาวุโสสูงสุดเป็นรักษาการเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไปก่อน
จากนี้เข้าสู่ขั้นตอนการเปิดรับสมัครเลขาธิการคนใหม่ มีรองเลขาธิการหลายคนที่น่าสนใจ แต่มีพรายกระซิบให้จับจ้องชื่อนี้ รองจ๋า-สุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ว่ากันว่า ทำงานเข้าตา สุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช.เป็นอย่างมาก
ส่วน พล.ต.ต.อรุณที่อาวุโสสูงสุด ยังติดภาพประธานคนเก่า ประกอบกับเรื่องที่โอนย้ายข้ามมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ใช่ลูกหม้อ ป.ป.ช.แท้ๆ อาจไปไม่ถึงขั้นสูงสุด
ให้รอดู ถึงเวลาจะเป็นไปตามที่พรายกระซิบแถวสนามบินน้ำคาดการณ์เอาไว้หรือไม่.
ฌ.เฌอ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดินเท้าขอบคุณ
ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก
'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'
ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต
"พักก่อนพี่เต้"
บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง
'อยากดูแลทุกคน'
การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด
โพสต์เดือด!
พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้
‘อีหล่า’ จะทำให้เบิ่ง
ศรีสะเกษจะมีรัฐมนตรีเป็นศักดิ์เป็นศรีคนบ้านเฮาหรือไม่ งวดนี้อยู่ในกำมือพี่น้องคนนครดอกลำดวนแล้วเด้อ ส่องสปอร์ตไลต์เลือกตั้งเที่ยวนี้ เหมือนจะมีแค่ 2 พรรคที่ต้องชิงดำ คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย

