บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net ได้ฤกษ์แถลงนโยบายปกน้ำเงิน 29-30 ก.ย. วิป 3 ฝ่ายเคาะจัดสรรเวลา 2 วัน ให้คณะรัฐมนตรีกับพรรครัฐบาล 6 ชั่วโมง ส่วนฝ่ายค้านได้ 15 ชั่วโมง แบ่งเป็นเพื่อไทย 6 ชั่วโมง พรรคประชาชนและพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ 9 ชั่วโมง ขณะที่วุฒิสภา 3 ชั่วโมง และอีก 1 ชั่วโมงสัดส่วนประธานสภาฯ รวมเวลาทั้งหมด 25 ชั่วโมง โดยวันแรกเริ่มเวลา 9 โมงเช้า แต่วันที่สอง ครม.มีข้อแม้ต้องจบไม่เกิน 6 โมงเย็น ฟิตมากยังนัดประชุม ครม.นัดพิเศษต่อ สำรับนโยบาย "ครม.อนุทิน" เท่าที่แง้มดูมี 8 หน้า ชูแก้ปัญหาเร่งด่วน 5 ด้าน

1.เศรษฐกิจ เน้นแก้ปากท้องด้วยโครงการคนละครึ่ง แก้เรื่องหนี้ ฟื้นท่องเที่ยว สางผลกระทบสงครามการค้า 2.ความมั่นคง ใช้สันติภาพแก้ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ทำประชามติยกเลิก MOU 43-44 3.ด้านสังคม ปราบพนันผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ไม่เอากาสิโน 4.ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พัฒนาระบบเตือนภัย หนุนใช้พลังงานสะอาด 5.ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย ชูรัฐบาลดิจิทัล ก่อนจะตบท้ายว่า "ในฐานะนายกรัฐมนตรี จะบริหารราชการแผ่นดินให้สามารถแก้ปัญหาประเทศ พร้อมวางรากฐานพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในทุกมิติ เพื่อความอยู่ดี มีสุขของประชาชน"

๐ รับรองได้เลย การอภิปรายคราวนี้ไม่เหมือนครั้งไหนๆ ของรัฐบาลที่ผ่านมา อย่างแรกเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ บริหารงาน 4 เดือน ก่อนยุบสภา และยังเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่มีพรรคแกนนำฝ่ายค้าน ที่มีหัวหน้าพรรคเป็นผู้นำฝ่ายค้านโหวตสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี จึงน่าจับตาการอภิปรายของพรรคประชาชน ถึงแม้ สส.บางคนที่เป็นโจทก์เก่ากับรัฐมนตรีใน ครม.อนุทิน จะจัดเต็มก็ตาม ในขณะที่พรรคเพื่อไทยที่ร่วงจากทำเนียบฯ อย่างไม่เต็มใจ รับหน้าที่ฝ่ายแค้นเต็มตัว ไม่สังฆกรรมกับพรรคเด็ก พร้อมตราหน้าใส่ว่าเป็นฝ่ายค้ำ แต่ตัวเองช่างไร้สปิริตไม่ยอมลาออกจากเก้าอี้รองประธานสภาฯ ทั้งสองคน เช่นเดียวกับประธานวันนอร์ไม่ยอมลุกจากเก้าอี้ ทั้งที่ประชาชาติพรรคต้นสังกัดที่แนบแน่นกับเพื่อแม้วจะเปลี่ยนสถานะเป็นฝ่ายค้านแล้ว งานนี้เชื่อขนมกินได้บรรดาเพื่อแม้วทั้งหลายน่าจะทำหน้าที่สางแค้นให้นายใหญ่ นายหญิงน้อย เห็นโหมโรงตั้งแต่ไก่โห่มาหลายวันแล้ว ส่ง 4 ขุนพลหลัก "สุทิน คลังแสง" สส.บัญชีรายชื่อ "จาตุรนต์ ฉายแสง" สส.บัญชีรายชื่อ "จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์" สส.เชียงใหม่ "นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว" สส.น่าน ลับมีดรอชำแหละ "นายกฯ หนู" ชนิดใส่ไม่ยั้งแน่

๐ "นายใหญ่" ที่รับโทษอยู่ในคุก คงรอชมผลงานลิ่วล้ออยู่ เมื่อวันพฤหัสฯ เรือนจำคลองเปรมเปิดให้เยี่ยมญาติครั้งที่ 4 "ลูกอิ๊งค์" ซึ่งรอบก่อนติดธุระ เที่ยวนี้ควงสามีมาเยี่ยมพ่อแม้ว ก่อนเจอพ่อก็แวะไหว้ขอบคุณคนเสื้อแดงที่เดินทางมาให้กำลังใจด้วย หลังเข้าเยี่ยมประมาณชั่วโมง เล่าให้สื่อฟังว่าสุขภาพโอเค เดี๋ยว ผบ.เรือนจำฯ จะให้พ่อแม้วไปช่วยคุมการลอกท่อ เล่นเอาฮือฮาพอสมควร เพราะตั้งแต่วันที่ยกนิ้วโป้งโชว์สื่อระหว่างนั่งรถจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไปยังเรือนจำคลองเปรม ตั้งแต่ 9 ก.ย. จนถึงบัดนี้ยังไม่มีใครได้เห็นหน้าค่าตา ยกเว้นคนในครอบครัวกับทนายความ ถ้าออกมาช่วยงานสาธารณะข้างนอกจริง คนไทยคงรอยลโฉมกันทั้งประเทศ แต่ก่อนจะวันนั้น วันอาทิตย์นี้นายใหญ่และเพื่อแม้วคงต้องลุ้นเฮือกใหญ่ เก้าอี้ สส.ศรีสะเกษ เขต 5 กำลังหลุดลอย ไม่เหมือนเลือกตั้งซ่อมเชียงราย เขต 7 ที่ยังรักษาไว้ได้ด้วยคะแนนสงสาร ยุทธการไล่หนูตีงูเห่าน่าจะสิ้นมนตร์ขลังนับตั้งแต่ฟังคลิปลูกอิ๊งค์สวามิภักดิ์ฮุน เซน วันก่อนโฆษกเพื่อไทยยังอุตส่าห์ตีปี๊บเข็นหัวหน้าพรรคลงพื้นที่ช่วยหาเสียงโค้งสุดท้าย ปรากฏว่าล้มเลิกแผนนี้ไปซะแล้ว ขืนโผล่หน้าไปรังแต่จะเรียกแขก เสียงหายไปเปล่าๆ.

 

ลี้คิมฮวง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน