พฤฒสภา คือ สภาปรีดี จริงหรือ ? (19)

 

ไชยันต์ ไชยพร

ก่อนจะเกิดรัฐธรรมนูฉบับที่ 4 หรือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490  เรามีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 คือฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 และฉบับที่ 3 คือฉบับ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2489  ผู้เขียนได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 ที่ใช้อยู่ระหว่าง พ.ศ. 2475-2489 เป็นรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่ระบอบคณาธิปไตยสืบทอดอำนาจโดยคณะราษฎร สาเหตุสำคัญที่ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญคณาธิปไตยสืบทอดอำนาจโดยคณะราษฎร ได้แก่

1. การเปิดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 มีสิทธิ์รับรองคณะรัฐมนตรีร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1

2. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 มีจำนวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 ที่มาจากการเลือกตั้ง

3. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี และมีวาระอยู่ยาวตราบที่ยังบังคับใช้บทเฉพาะกาลอยู่ 

4. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 ชุดแรกที่แต่งตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2476 มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี คณะที่ 4 ที่มาจากการทำรัฐประหาร

5. คณะรัฐมนตรี คณะที่ 4 ที่มาจากการทำรัฐประหาร แต่งตั้งตัวเองและพวกพ้องซึ่งส่วนเป็นสมาชิกคณะราษฎรให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2

6. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 รับรองตัวเองให้เป็นคณะรัฐมนตรี

จาก 1-5 บรรดาสมาชิกคณะราษฎรต่างแต่งตั้งตัวเองกลับไปกลับมาหมุนเวียนกันเป็นคณะรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 เป็นระยะเวลาถึง 13 ปี จนมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นั่นคือ ฉบับที่ 3 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2489

รัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 นี้ แม้จะยกเลิกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 และให้มีสมาชิกพฤฒสภาขึ้นแทน แต่ก็ยังกำหนดให้สมาชิกพฤฒสภามีสิทธิ์ในการรับรองคณะรัฐมนตรีร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง  และแม้ว่าจะกำหนดให้สมาชิกพฤฒสภามาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่รัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 นี้ได้กำหนดไว้ว่า ในช่วงแรกให้สมาชิกพฤฒสภามาจากการเลือกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ทีนี้ เรามาดูกันว่า สมาชิกพฤฒสภาที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เลือกขึ้นมาเป็นจำนวน 80 คนตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นใครและพวกใครบ้าง   และทำไมคนในสมัยนั้นถึงเรียกพฤฒสภาว่าเป็น “สภาปรีดี” พฤฒสภาเต็มไปด้วยคนของปรีดีจริงหรือ ?

ในการตอบข้อสงสัยข้างต้น ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงภูมิหลังของสมาชิกพฤฒสภาทั้งหมด 80 ท่าน เพื่อเป็นข้อมูลในการประเมินข้อน้ำหนักความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับการตั้งฉายา “พฤฒสภา” ว่าเป็น “สภาปรีดี” โดยไล่ไปตามลำดับตัวอักษร โดยตอนที่แล้วได้กล่าวถึงภูมิหลังของสมาชิกพฤฒสภาไปทั้งสิ้นจำนวน 34 ท่านในทั้งหมด 80 ท่าน พบว่า มีสมาชิกที่จัดได้ว่าเป็นพวกปรีดี 15 ท่าน มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนปรีดี  3 ท่าน ไม่ใช่พวกปรีดี 5 ท่าน ไม่สามารถจัดได้ว่าเป็นฝ่ายใดแน่ 11 ท่าน

ต่อไปคือ  พันเอก ช่วง  เชวงศักดิ์สงคราม

พันเอกช่วงเป็นสมาชิกคณะราษฎร สายทหารบก [1] ได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 ในปี พ.ศ. 2476 ได้เป็นรัฐมนตรีครั้งแรก พ.ศ. 2481 ในสมัยที่พันเอก หลวงพิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย วันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2482 โดยมีพลตรี แปลก พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แทน จอมพล หลวงพิบูลสงคราม ในวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2482 และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในปี พ.ศ. 2485 โดยมีจอมพล แปลก พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี และวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2487 ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีพร้อมกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยการเป็นรองนายกรัฐมนตรีนั้น มีอำนาจหน้าที่บริหารราชการทั้งสิ้น ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ แทนนายกรัฐมนตรี และในปี พ.ศ. 2489 เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายปรีดี พนมยงค์เป็นนายกรัฐมนตรี “อีก 3 เดือนต่อมามีการเลือกตั้งผู้แทนฯเพิ่มเติมท่านก็ลาออกไปสมัครเป็นผู้แทนฯที่จังหวัดนครปฐม โดยได้รับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2489 ท่านได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจนสิ้นสุดรัฐบาลของนายปรีดี และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ ต่อในรัฐบาลของหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ จนเกิดการรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ซึ่งท่านทราบแผนการัฐประหารมาก่อน และได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีหลวงธำรงฯทราบตลอดจนถึงวันก่อนหน้าจะเกิดรัฐประหาร  หลังการรัฐประหารท่านไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ จนเมื่อมีรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ.2475 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2495 มีสมาชิกสภาผู้แทนฯประเภทแต่งตั้ง ท่านก็ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาฯอีกครั้ง [2] 

จากข้อมูลข้างต้น ไม่สามารถกล่าวได้ว่า ท่านอยู่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอย่างชัดเจน เพราะท่านได้รับความไว้วางใจทั้งจากจอมพล ป. พิบูลสงครามและปรีดี พนมยงค์ แต่หลังรัฐประหาร ท่านมิได้รับตำแหน่งใดๆ จนเมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทแต่งตั้งเหมือนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 เกิดขึ้นอีกครั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2475 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2495  ท่านจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้าใจว่าน่าจะด้วยเหตุผลที่ท่านเป็นสมาชิกคณะราษฎรมาแต่ดั้งเดิม และเคยได้รับความไว้วางใจอย่างยิ่งจากจอมพล ป. พิบูลสงครามถึงขนาดให้ท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีมีอำนาจบริหารราชการทั้งสิ้นในจังหวัดเพชรบูรณ์ และแม้ท่านจะเคยช่วงแก้ต่างให้จอมพล ป. พิบูลสงครามในกรณี “หนังสือลาออก” [3] แต่ขณะเดียวกัน ปรีดี พนมยงค์และหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ก็ไว้วางใจให้ท่านดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และแม้ท่านจะได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกพฤฒสภา แต่ท่านก็ยังลาออกเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม จากที่กล่าวมานี้ จึงจัดให้ท่านอยู่ในประเภท “แนวโน้มสนับสนุนปรีดี”  

สรุปผลล่าสุด คือ 

สมาชิกพฤฒสภา

ปรีดี

ไม่ใช่พวกปรีดี

  แนวโน้มสนับสนุนปรีดี

ไม่สามารถจัดได้ว่าเป็นฝ่ายใด

ม.ล. กรี  เดชาติวงศ์

   +

 

 

 

ร.อ. กำลาภ  กาญจนสกุล ร.น.

   +

 

 

 

พ.ท.  ก้าน  จำนงภูมิเวท 

 

   +

 

 

แก้ว  สิงหะคเชนทร์

 

 

 

     +

หลวงกาจสงคราม

 

   +

 

 

พลเรือตรี กระแส  ประวาหะนาวิน  สรยุทธเสนี

 

 

 

+

 

พลโท หลวงเกรียงศักดิ์พิชิต

 

  +

 

 

เขียน  กาญจพันธุ์ 

 

 

 

     +

พลโท จิระ  วิชิตสงคราม

 

 

 

     +

จรูญ สืบแสง

    +

 

 

 

จิตตะเสน ปัญจะ

 

  +

 

 

พันโท เจือ  สฤษฎิ์ราชโยธิน 

 

 

 

     +

จำรัส สุวรรณชีพ

   +

 

 

 

จินดา จินตนเสรี

   +

 

 

 

จำลอง ดาวเรือง

   +

 

 

 

หลวงเสรีเริงฤทธิ์ (จรูญ รัตนกุล  เสรีเริงฤทธิ์) 

 

   +

 

 

ไต๋ ปาณิกบุตร

   

 

+

 

ถวิล อุดล

   +

 

 

 

ทัน พรหมิทธิกุล

   +

 

 

 

พระยานลราชสุวัจน์  (ทองดี  นลราชสุวัจน์) 

 

 

 

       +

พระนิติการณ์ประสม  (สงวน  ชัยเฉนียน)

 

 

 

      +

ปพาฬ  บุญ-หลง

   +

 

 

 

หลวงประสิทธิ์นรกรรม (เจี่ยน  หงสประภาส)

   +

 

 

 

ประทุม  รมยานนท์

 

 

+

 

พันตำรวจเอก พระพิจารณ์พลกิจ

   +

 

 

 

พึ่ง ศรีจันทร์

   +

 

 

 

มิ่ง  เลาห์เรณู

   +

 

 

 

สุกิจ นิมมานเหมินท์

 

 

 

       +

ไสว อินทรประชา

 

 

 

       +

พันโท พระอภัยพลรบ  (ชลอ  อินทรัมพรรย์)

   +

 

 

 

หลวงอรรถกัลยาณวินิจ  (เอื้อน  ยุกตะนันทน์)

 

 

 

     +

อรุณ  แสงสว่างวัฒนะ

 

 

 

    +

    เฉลียว ปทุมรส

   +

 

 

 

   หลวงขาญสงคราม

 

 

 

      +

พันเอก ช่วง  เชวงศักดิ์สงคราม   

 

 

+

 

จากที่ศึกษาภูมิหลังสมาชิกพฤฒสภาไปทั้งสิ้น 35 ท่านในทั้งหมด 80 ท่าน พบว่า มีสมาชิกที่จัดได้ว่าเป็นพวกปรีดี 15 ท่าน มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนปรีดี  4 ท่าน ไม่ใช่พวกปรีดี 5 ท่าน ไม่สามารถจัดได้ว่าเป็นฝ่ายใดแน่ 11 ท่าน


[1] สมาชิกคณะราษฎร สายทหารบก,  ประเสริฐ ปัทมะสุคนธ์, “คณะราษฎร” ผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475,  https://pridi.or.th/th/content/2023/06/1563

[2] นรนิติ เศรษฐบุตร, ช่วง เชวงศักดิ์สงคราม, ฐานข้อมูลสถาบันพระปกเกล้า, https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%ช่วง_เชวงศักดิ์สงคราม

[3] อาชญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ,  เมื่อจำกัด พลางกูร น้อยใจ ปรีดี พนมยงค์, สถาบันปรีดี พนมยงค์, https://pridi.or.th/th/content/2021/10/867

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง

'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”