บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ที่ประชุม ครม.เห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน   มี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง เป็นรองประธาน พร้อมอนุมัติ “คนละครึ่ง พลัส” งบ 4.4 หมื่นล้าน เปิดลงทะเบียน 20-26 ต.ค. ใช้สิทธิ 29 ต.ค.-31 ธ.ค. รัฐช่วยจ่ายครึ่งหนึ่งของยอดใช้จ่าย รวม 2,000 บาทต่อคน ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะได้รับสิทธิเพิ่มเติมรวมเป็น 2,400 บาทต่อคน นายเอกนิติ ระบุว่า "นอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนแล้ว

ยังเป็นการช่วยเพิ่มกำลังซื้อ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการรายย่อยและ SME" ก็อย่าไปภูมิใจกันมากว่าเป็นผลงานดีเด่น เพราะเป็นของเก่ายุครัฐบาลประยุทธ์ การแจกเงินทำกันง่าย เหมือนแจกชาวนาไร่ละ 1 พันบาท หมดเงินไปเฉียด 1 ล้านล้านบาท ราคาข้าวก็ยังเท่าเดิม ชาวนาก็ยังยากจน ติดหนี้ ธ.ก.ส.เหมือนเดิม เพราะไม่มีการปรับโครงสร้างการผลิตทั้งระบบให้มีความมั่นคง ยั่งยืนอย่างแท้จริง...0

สายมูมาแล้ว ช่วงเช้าที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ได้ทำบุญเลี้ยงพระเพื่อเสริมสิริมงคลในห้องทำงาน จากนั้นได้ไหว้ องค์นรสิงห์ (จำลอง) และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ เวลา 16.00 น. นายบวรศักดิ์เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ที่ตึกสันติไมตรี แทนนายอนุทินที่ติดภารกิจไปเปิดงานวันไหลเรือไฟโลกที่ จ.นครพนม ทั้งนี้ ในวันที่นายอนุทินเข้าทำเนียบฯ ได้อัญเชิญรูปปั้น องค์นรสิงห์ กลับที่ตั้งจุดเดิมบนระเบียงตึกไทยคู่ฟ้า ตามความเชื่อว่าจะช่วยปราบอสูรร้าย แต่ผู้เชี่ยวชาญสายมูเชื่้อว่าเอาไม่อยู่ เพราะในช่วงกลุ่ม นปช.-คนเสื้อแดงชุมนุมไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ วันที่่ 16 มี.ค.2553 ได้ทำพิธี "บัตรพลีเลือด" โดยนำเลือดคนเสื้อแดงนับหมื่นคนเทบริเวณประตูทำเนียบฯ ทุกด้าน ล้างแม่พระธรณี เพื่อไม่ให้คนเสื้อแดงถูกปราบปราม และไปเทที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ด้วย ซึ่งเป็นพิธีไสยศาสตร์ มนตร์ดำ สถานที่ทำพิธีและคนทำจะโดนมนตร์ดำด้วย รัฐบาล-คนเสื้อแดง-ปชป. จึงมีอันเป็นไป หากไม่ทำพิธี "แก้บัตรพลีเลือด" ให้ถูกต้อง ก็จะล้างอาถรรพ์ไม่ได้!...0

การขอพระราชทานอภัยโทษของ น.ช.ทักษิณ ชินวัตร หลังที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม ลงนามยกฎีกา หรือไม่ให้อภัยโทษ เมื่อ พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ เข้ารับตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ได้ยืนยันความเห็นเดิม พร้อมส่งกลับไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 264 การยื่นขอพระราชทานอภัยโทษที่ไม่ใช่โทษประหารรอบ 2 ต้องพ้น 2 ปี กรณีทักษิณได้รับอภัยโทษจาก 8 ปี เหลือ 1 ปี และตามคำวินิจฉัยศาลฎีกาฯ ชี้ว่า ทักษิณยังไม่รับโทษเลย การยื่นเข้ามาใหม่อีก ไม่ต่างจากการฎีกาคัดค้านพระราชวินิจฉัยเดิม การจัดฉากว่าป่วยทิพย์ หนีคุกไปนอน รพ.ตำรวจ ชั้น 14 ถือว่า ขัดพระบรมราชโองการ อยู่ในตัว แล้วยังเล่นแร่แปรธาตุขอยื่นฎีกาซ้ำอีก ตอกย้ำว่าทักษิณไม่เคยสำนึกผิดในการกระทำ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องกลั่นกรองให้รอบคอบ อย่าทำให้ระคายเคืองเบื้องยุคลบาท ว่ากันว่า ทักษิณอยู่เฉยๆ ไม่เป็น ตอนอยู่ชั้น 14 ก็หงุดหงิด ต้องออกไปรีแลกซ์ข้างนอก เมื่อมาอยู่ในคุกยิ่งทำใจได้ยาก ถ้าโดนโทษขัดพระบรมราชโอการและสนับสนุน จนท.ให้กระทำผิดอีก คงจะตรอมใจตายในคุก!...0

พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดกิจกรรมเปิดตัวผู้เสนอตัวสมัครเป็น สส. พท. 185 คน ซึ่งมีแกนนำพรรคเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร กล่าวปาฐกถา “ยกเครื่องเพื่อไทย ยกเครื่องประเทศไทย" ปลุกใจสมาชิก สรุปว่า "จิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทยคือนโยบายที่ทำได้จริง ช่วยพี่น้องประชาชน เราได้มีโอกาสบริหารงานจริงสองปี แต่ระบบการทำงานของราชการมีปัญหา การผลักดันนโยบายจะเกิดขึ้นได้ยากขึ้น และแต่งตั้ง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้ง เชื่อว่าไม่มีทางสูญพันธุ์" ไม่มีใครปฏิเสธว่ายุคทักษิณทำนโยบายหาเสียงให้จับต้องได้จริง แต่ยุค แพทองธาร ที่ผลักดันนโยบายไม่เป็นจริงเพราะ มีนายกฯ หลายคน ฝ่ายปฏิบัติทั้ง รมต.และข้าราชการ ไม่รู้จะฟังใคร ตอนนี้ก็ต้องฟังผู้นำจิตวิญญาณที่อยู่ในเรือนจำคลองเปรมด้วย กิจกรรมครั้งนี้ก็เพื่อเช็กชื่อ สส.ว่าคนไหนจะอยู่ ใครจะย้ายพรรค ตอนยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะเช็กอีกรอบ ก่อนยุบสภาก็จะชัดเจน ส่วนที่นายสุริยะมองว่าพรรคประชาชนกระแสตก พท.จะได้เพิ่มไม่น้อยกว่า 200 บวกลบ 10 ก็มโนเกินไป รักษาที่มั่นเดิมให้ได้ก่อนเหอะ!...0.

 

แซมซาย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน