
เก็บตก “โฆษกน้องใหม่” เฮียโต้ง-สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หลัง ครม.แต่งตั้งไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 และเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568
ถึงแม้จะมาในสถานะ "ป้ายแดง" แต่ฝีไม้ลายมือต้องบอกว่าแซ่บซี้ดดด...ระดับ "ขิงแก่" ที่หาตัวจับยากเลยทีเดียว!
ประเดิมสนามคมกริบ! ขวัญใจ "กระจอกข่าว" ความไม่ธรรมดาของโฆษกผู้นี้ถูกพิสูจน์ตั้งแต่วันแถลงผลการประชุม ครม.นัดแรก เพราะได้รับคำชมว่าแถลงจับประเด็นได้โป๊ะเป๊ะ ปังๆๆๆ และทำหน้าที่ได้อย่างตรงประเด็นตามความต้องการ และทันใจ
"โฆษกโต้ง" ตอกย้ำถึงแนวทางการทำหน้าที่ของ "โทรโข่งรัฐบาล" นำเสนอนโยบายหรือศัพท์เทคนิคที่เข้าใจยาก ให้ประชาชนเข้าใจได้ง่ายที่สุด
พร้อมเน้นสื่อสารเชิงรุกให้มากขึ้น ทั้งงานฝ่ายบริหาร และตอบโต้ทางการเมืองแทนรัฐบาล ในขณะเดียวกันยังเปิดรับฟังข้อเสนอแนะและความเห็นต่างๆ เพื่อนำมาปรับปรุงการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญยังทำตัวติดดินและเป็นกันเองกับผู้คนที่พบเจอ
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เขามี "ฝีมือระดับขิงแก่" ก็เพราะ "กระดูกการเมือง" พร้อมประสบการณ์ที่ผ่านครูการเมืองมาหลายคน
รวมถึงก่อนหน้านี้ "เฮียโต้ง" ซึ่งเป็น สส.ศรีสะเกษ 2 สมัย ผ่านสองพรรค คือ พรรคภูมิใจไทย กับ พรรคชาติไทยพัฒนา และยังผ่านงานอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ
รวมทั้งยังมีพื้นฐานเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และบทบาทการเป็นผู้สนับสนุนหนังท้องถิ่นดังอย่าง "ไทบ้านเดอะซีรีส์" และ "สัปเหร่อ"
ด้วยจุดยืนทางการเมืองที่แน่วแน่ พูดแล้วทำ สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน
ทำให้ "โฆษกโต้ง" ถูกมองว่าเป็นนักการเมืองที่ไม่เหมือนใคร ทำงานได้ทุกบทบาทเชื่อมโยงกับประชาชนได้ดี นับเป็นโฆษกป้ายแดงที่พกพาความสามารถพร้อมฝีมือที่เผ็ดร้อนดุจขิงแก่ที่มาเต็มพิกัดจริงๆ.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ซื้ออาหารทานเอง'
'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.
จาริสตาร์ 32
ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”
ฝ่ายค้านครั้งแรก
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
ผู้จุดประเด็น
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
‘ตื่นเต้นนิดๆ’
จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้
‘บ่นแทนประชาชน’
อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน

